ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/300473
แม้พ่อหลวงจะจากไปแต่หลักคำสอนจะอยู่ในใจประชาชนตลอดกาล
การทำความดี ทำประโยชน์เพื่อปวงชนชาวไทย โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน ที่พระองค์ท่านเป็นแบบอย่างให้ในการทำงานเพื่อประเทศชาติ
“แม้พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 จะจากไป แต่หลักคำสอน หลักทรงงานของท่านจะยังคงอยู่ในใจของประชาชนไปตลอดกาล โดยเฉพาะในเรื่องของการทำความดี ทำประโยชน์เพื่อปวงชนชาวไทย โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน ที่พระองค์ท่านเป็นแบบอย่างให้แก่ผมในการทำงานเพื่อประเทศชาติ และสมัครร่วมเป็นจิตอาสาในการดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชน การทำงานเล็กๆ ในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ความรู้สึกของหนึ่งในจิตอาสา ประพันธ์ ชัยสุวรรณ ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย คอยดูแล ช่วยเหลือประชาชนบริเวณกระทรวงศึกษาธิการ
ประพันธ์ จิตอาสา ทหารจากจ.ลพบุรี ที่มาประจำพื้นที่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย รวมถึงช่วยเหลือประชาชนในทุกกรณี เล่าว่าหน่วยงานได้มีการเปิดรับสมัครทหารที่ต้องการเข้าร่วมประจำการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ต่างๆ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 21-30 ตุลาคม ได้มาประจำพื้นที่ตั้งแต่แยกมัฆวานไปจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า
ประพันธ์ จิตอาสา
โดยมีทหารมาทั้งหมด 36 คน ทุกคนจะทำหน้าที่ประจำจุดต่างๆ ตลอดทั้งวันทั้งคืน เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย และช่วยเหลือประชาชน ในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นช่วยขนของ เก็บขยะ ให้ข้อมูลต่างๆ ประชาชนมีปัญหาสามารถเข้ามาขอความช่วยเหลือได้
“ทุกคนต่างอยากมากร่วมเป็นจิตอาสาในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อหน่วยงานได้ขอความร่วมมือก็สมัครเข้าร่วมจิตอาสา เพราะได้ทำงานตอบแทนถวายพระองค์ท่าน และอยู่ใกล้พระองค์ท่านให้มากที่สุด ในฐานะทหารยิ่งต้องทำงานโดยคำนึงถึงประโยชน์ ความสุขของประชาชนเป็นหลัก และพระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตทุกเรื่อง โดยเฉพาะหลักคำสอน การปิดทองหลังพระ ถึงจะไม่ได้รับค่าตอบแทน แต่การเป็นผู้ให้ ทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากมาย ได้ความสุขใจ ได้รอยยิ้ม และคำขอบคุณจากผู้อื่น สิ่งเหล่านี้ผมว่าจิตอาสาทุกคนต่างได้รับ” ประพันธ์กล่าว
มลธิชา แซงเกศ
ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ร่วมเป็นจิตอาสา “มลธิชา แซงเกศ” หรือ ป้ามล วัย 54 ปีชาวปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ อีกหนึ่งประชาชนจิตอาสาเฉพาะกิจฯ เล่าว่า ก่อนหน้านี้มาร่วมเป็นจิตอาสาตั้งแต่ช่วงที่เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ที่สนามหลวง
หลังจากเลิกงานประจำซึ่งเป็นแม่บ้านของธนาคารแห่งหนึ่ง ประมาณ 16.00 น.จะเดินทางมาที่สนามหลวงมาช่วยเก็บขยะ พอสัก 5 ทุ่ม หรือ เที่ยงคืน (23.00-24.00 น.)นั่งรถเมล์กลับบ้าน ทำแบบนี้อยู่ทุกวัน เพราะอยากจะทำถวายในหลวงรัชกาลที่ 9
“ครั้งนี้เมื่อมีการรับสมัครจิตอาสาก็มาสมัครทันที มาทำงานตลอดทั้งวันไปตามจุดต่างๆพื้นที่โดยรอบ ช่วงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงทางธนาคารก็ประกาศหยุด ทำให้มีเวลามาทำงานจิตอาสาได้เต็มที่” ป้ามล กล่าว
ไม่ใช่มีเพียง “ป้ามล” ที่มาร่วมเป็นจิตอาสาเท่านั้น ยังมีน้า น้องสาว และหลานอีก 2 คนในครอบครัว มาร่วมสมัครเป็นจิตอาสาด้วย แต่ละคนก็สมัครแยกย้ายไปทำงานที่ถนัด อย่าง ป้ามล จะดูแลเรื่องความสะอาด งานจราจร ส่วนน้องสาว หลานๆทำงานด้านพยาบาล
การได้มาทำจิตอาสา ได้เห็นคนไทยต่างเดินทางมาจากพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ มารวมกันที่บริเวณรอบสนามหลวง เพื่อรอร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ยิ่งเป็นพลังให้มุ่งมั่นทำความดี ดังคำพ่อสอน ตลอดการพูดคุยบอกเล่าความรู้สึก ความรักที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมกับดวงตาแดงกล่ำ หยดน้ำตาที่ไหล จนต้องยกมือป้ายน้ำตาเป็นระยะ
เช่นเดียวกับ “นพท.ศรุต พึ่งปรีดา” นักเรียนแพทย์ทหาร ชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า การเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ มีความต้องการจิตอาสามาช่วยเหลืองานต่างๆ เหล่านักเรียนแพทย์ก็ได้สมัครมาด้วยความเต็มใจรวมถึงตัวเองซึ่งได้มาเป็นส่วนหนึ่งของการได้มาช่วยเหลือ ไม่เพียงช่วยงานเรื่องสุขภาพผู้คน แต่ยังช่วยแจกน้ำ ดูคิว ทำงานทุกอย่างที่สามารถช่วยได้ เป็นเวลาร่วม 1 ปี
“จริงๆ นักเรียนแพทย์ทหารไม่ได้มีเพียงผมคนเดียว ขอเป็นตัวแทนของนักเรียนแพทย์ทหารที่ได้มาถวายอกไม้จันทน์ ถือว่าเป็นการได้ตอบแทนพระองค์ท่าน แม้ไม่ได้รับใช้ในช่วงที่พระองค์มีพระชนม์ชีพ แต่ก็ขอตอบแทนและสานต่อพระราชปณิธานในการเป็นแพทย์ที่ดีต่อไป” นพท.ศรุต กล่าว
ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้นึกถึงพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับ การสร้างโรงเรียนแพทย์ทหาร ที่เมื่อก่อนมีปัญหาไม่มีคนให้ความสำคัญ กระทั่งพระองค์มีรับสั่งในครั้งนั้นจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกฝ่ายเห็นและเล็งเห็นความสำคัญและก่อตั้งเป็นโรงเรียนแพทย์ทหารขึ้นมา หากไม่มีพระองค์ท่านก็คงไม่มีผมในวันนี้ วันที่เป็นแพทย์ทหาร
นพ.สนธยา วัฒนโกศล
นพ.สนธยา วัฒนโกศล อายุ 55 ปี จิตอาสาจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดคลินิกบริการผู้ป่วยฟรีในวันที่ 28 ก.ค และ 5 ธ.ค.ของทุกปี นับแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบัน เปิดเผยว่าเคยมีโอกาสออกหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) เมื่อครั้งที่พระองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ จึงตั้งใจสืบทอดพระปณิธาน โดยเริ่มให้การรักษาผู้ป่วยเมื่อปี 2539 ซึ่งตรงกับวันสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และหลังจากนั้นก็ทำมาทุกปี
ต่อมาเพิ่มการรักษาในวันที่ 5 ธ.ค.ทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยมีหมอหลายท่านจากหลายจังหวัดมาร่วมด้วย นอกจากนี้ยังตั้งได้โรงทาน ให้บริการทั้งตัดผม แจกจ่ายอาหาร เพนท์เล็บ นวดแผนไทย และวาดภาพให้คนไข้ ในช่วงแรกๆ มีหมอเพียง 3 ท่าน ตรวจคนไข้ได้ 300 คนต่อวัน แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2559 ได้เปิดให้บริการ 11 ชม.มีคนไข้จำนวน 2,009 ราย ตลอดระยะเวลา 22 ปีที่ผ่านมาได้ให้บริการคนไข้แล้ว 19,553 ราย
“พ่อจากนี้ไปจะทำสิ่งดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 10 สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ จะสายต่อสิ่งที่ในหลวง ร.9 ทรงสอนให้ทำดี และตั้งปณิธานทำตัวให้เป็นประโยชน์ ให้ประเทศชาติก้าวหน้าต่อไป” ตัวแทนจิตอาสาฯ กล่าว











