ภาคเอกชน ร่วมสร้างคนคุณภาพดี เก่ง ทำงานเป็น ตอบโจทย์ยุค 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302020

ภาคเอกชน ร่วมสร้างคนคุณภาพดี เก่ง ทำงานเป็น ตอบโจทย์ยุค 4.0

การศึกษษ, ภาคเอกชน

ภาคเอกชน ยกระดับคุณภาพการศึกษา ร่วมสร้างเสริมทักษะ เด็กดี เก่ง ทำงาน เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เน้นเรียนรู้ทฤษฎีควบปฎิบัติ

       การพัฒนายกระดับคุณภาพ “การศึกษา” ของประเทศนั้น ไม่ใช่เป็นเพียงหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ล้วนต้องเข้ามาช่วยในการสร้างบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถเป็นคนเก่ง คนดี เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีการหมุนเวียนตลอดเวลา ฟัง 3 มุมมองจาก 3 องค์กรใหญ่ที่มุ่งมั่นส่งเสริมการศึกษา

ซีพี ออลล์” อีกหนึ่งภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา อัพคุณภาพชีวิตคน สร้างโอกาส รายได้ ผ่านการก่อตั้งสถาบันการศึกษา 2 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ และสถาบันปัญญาภิวัฒน์ หรือ PIM ที่มีรูปแบบการจัดการศึกษาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะกับโลกในยุคปัจจุบัน สอนภาคทฤษฎีคู่การปฏิบัติจริง

ภาคเอกชน ร่วมสร้างคนคุณภาพดี เก่ง ทำงานเป็น ตอบโจทย์ยุค 4.0

        นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหารบมจ.ซีพี ออลล์ กล่าวว่าการเรียนรู้ด้านธุรกิจควบคู่กับการเสริมประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงคือ จุดเริ่มต้นของเส้นทางสู่การเป็นเจ้าของกิจการหรือสตาร์ทอัพสำหรับคนรุ่นใหม่ ซีพี ออลล์ จึงได้นำหลักสูตรการเรียนการสอนแบบ Work-based Education มาพัฒนาสถาบันการศึกษา เป็นสถาบันการศึกษาเพื่อสังคม ที่ตอบโจทย์นโยบายด้านการจัดการศึกษาของรัฐบาล

        “ตลอดระยะเวลา 22 ปี วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์ และสถานศึกษาในเครือข่ายความร่วมมือ ได้ผลิตเยาวชนที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นคนดี คนเก่ง ของสังคม ไปแล้วกว่า 12,000 คน โดยในปี 2561 ซีพี ออลล์ เตรียมมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนเรียนที่สถาบันการศึกษาทั้ง 2 แห่ง ตลอดจนศูนย์การเรียนฯ และเครือข่าย จำนวน 23,600 ทุน รวมเป็นเงินกว่า 1,100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการศึกษาให้กับเยาวชนไทย” นายก่อศักดิ์ กล่าว

ภาคเอกชน ร่วมสร้างคนคุณภาพดี เก่ง ทำงานเป็น ตอบโจทย์ยุค 4.0

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์

“ซีพี ออลล์ กับยุทธศาสตร์การศึกษา 2561” (CP All Education Forum 2018) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายการศึกษาของรัฐบาลในการพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชน โดยให้ภาคธุรกิจได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพและมีศักยภาพโดยใช้หลักสูตรการเรียนภาคทฤษฎีควบคู่กับการปฏิบัติงานในสถานประกอบการ

        รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) กล่าวในเวที เสวนา “3 องค์กรใหญ่กับการสร้างคนด้วยการศึกษา” ว่าภาคเอกชนที่เข้ามาจัดการศึกษานั้น ถือเป็นทางเลือกที่ 3 แก่เด็กในการเลือกเรียนจากสถาบันที่ก่อตั้งโดยภาคเอกชน ซึ่ง PIM มีปรัชญาสั้นๆ คือวิชาการผสานภาคปฏิบัติ หรือเรียนและฝึกงานตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 เพื่อได้นำความรู้ในห้องเรียนไปทดลองในการปฏิบัติ และเก็บประสบการณ์จากภาคปฏิบัติขององค์กรธุรกิจต่างๆ ที่มีอยู่ตั้งแต่ในเครือซีพีเอง ซึ่งมีอายุ 96 ปี สะสมองค์ความรู้มากมายในองค์กรมาถ่ายทอดไปสู่นักศึกษา สู่ห้องเรียน นอกจากนั้นทาง PIM ยังมีเชื่อมโยงกับสถาบันต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อทำการศึกษาร่วมกัน ตามเป้าหมายของมหาวิทยาลัยแห่งการสร้างเครือข่าย working University

ภาคเอกชน ร่วมสร้างคนคุณภาพดี เก่ง ทำงานเป็น ตอบโจทย์ยุค 4.0

รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ 

“การจัดการเรียนการสอนของเราจะเน้นการสร้างความสัมพันธ์อาจารย์เหมือนพ่อแม่คนที่สองของลูกศิษย์ เพราะเราต้องการให้เด็กมีความเก่ง กล้าและความดี คือ  วิเคราะห์เก่ง ทำงานเป็น เด่นนวัตกรรม และมีคุณธรรมสูง เป็นอัตลักษณ์ของเด็ก PIM และเป็นบุคลากรที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพราะในตลาดแรงงาน ภาคธุรกิจต้องการคนดี คนเก่ง มีความกล้า ปรับตัวเท่าทันยุคสมัยไปใช้งาน นอกจากอัตลักษณ์ดังกล่าว เราจะมีการบริหารจัดการ และนวัตกรรม เป็นตัวแปรสำคัญในการจัดการเรียนการสอน คือ ทุกคนต้องเก่งเรื่องการบริหารจัดการ และนวัตกรรม”  รศ.ดร.สมภพ กล่าว

สถาบัน PIM มุ่งสร้างคนให้มีคุณสมบัติ เก่งและดี อธิการบดีสถาบัน PIM กล่าวต่อไปว่า โดยบัณฑิตต้องมีความเก่งใน 5 เรื่อง ดังนี้  1. เก่งงาน มีความสามารถในสาขาคณะที่ตนเองเรียน 2. เก่งเงิน  บริหารจัดการเงินให้เป็น ตั้งแต่เงินตัวเอง ครอบครัว และหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้อง 3.เก่งเทคโนโลยี การเปิดภาควิชาต่างๆเน้นเรื่องเทคโนโลยี ไอที 4.เก่งภาษาต่างประเทศ 5.เก่งคน ต้องทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งผ่านการฝึกฝน เด็กทุกคณะของ PIM ต้องไปฝึกงานในร้านเซเว่น เพราะเขาจะได้หล่อหลอมตัวเอง พบปะลูกค้าและให้บริการลูกค้าที่มีความหลากหลาย จะพัฒนาให้เข้ากับคนได้ง่ายขึ้น มีมนุษย์สัมพันธ์ดีขึ้น และเป็นผู้บริหารที่ดีต้องบริหารคนให้เป็น และต้องมี 5 ถึง ร่วมด้วยคือ ต้องตาถึง (เลือกคนได้เป็น) มือถึง (มีความสามารถทำงานได้ดี ) ใจถึง (ต้องกล้าตัดสินใจ) เงินถึง (มีแหล่งที่มาของทุน) และบุญถึง (คุณงามความดี การมีจริยธรรม) ซึ่งถ้ามีทั้งหมดจะสนองต่อการทำงาน ความสำเร็จของคน

  “ประเทศชาติจะไปต่อได้ เราต้องมีความ SMART ใน 6 เรื่อง ได้แก่ 1.Smart Services การบริการ 2.Smart  Management  การบริหารจัดการ 3.Smart  Food and Agriculture การบริหารจัดการอาหารและการเกษตร 4.Smart  Equipment เครื่องมืออุปกรณ์ 5.Smart Internet เทคโนโลยีและไอซีที และ 6.Smart People ทำให้คนดี เก่ง และทำงานเป็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในวงการศึกษาหากภาครัฐและเอกชนไม่ร่วมมือกัน”  

ภาคเอกชน ร่วมสร้างคนคุณภาพดี เก่ง ทำงานเป็น ตอบโจทย์ยุค 4.0

ดร.ธงชัย ชิวปรีชา

ด้าน ดร.ธงชัย ชิวปรีชา ผู้อำนวยการโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (โรงเรียนที่เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มบริษัทเครือปตท.) กล่าวว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นส่วนสำคัญในการสร้างนวัตกรรม และอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ ที่จะช่วยให้ในการยกระดับเศรษฐกิจ และคุณภาพของคนในประเทศ โดยเราต้องสร้างคนกลุ่มหนึ่งในการสร้างสังคม ลดความพึ่งพาต่างชาติ ซึ่งลูกศิษย์ รร.กำเนิดวิทย์ จะผ่านการจัดการเรียนการสอน ใช้ภาษาอังกฤษในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงจะมีการปลูกฝังจิตสาธารณะ เป็นคนที่กตัญญูกลับมาตอบแทนประเทศ นอกจากนั้น ครูที่จะสอนเด็กกลุ่มนี้ได้ ครูต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชานั้นๆ เป็นอย่างดี ซึ่งไม่ใช่วัดจากการจบสาขานั้นๆ แล้วมีองค์ความรู้เข้มข้นเท่านั้น แต่ต้องรู้จักถ่ายทอด สอนเป็นด้วย

ขณะที่ น.ส.สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่าเราก่อตั้งมา 50 กว่าปีซึ่งที่เราทำมาตลอด คือ การให้ทุนการศึกษา ซึ่งมีการจัดทำอย่างเป็นระบบ และมีการติดตามนักเรียนทุน โดยเมื่อ 5 ปี ก่อนหน้านี้ พบว่าเด็กที่ได้รับทุน หลายๆ คนตกงาน มีค่านิยมที่ผิดมองว่าต้องมีปริญญาตรี ติดฝาบ้าน ทำให้หลายคนไปเรียนสายสามัญ ซึ่งไม่ใช่สายสามัญไม่ดีแต่ต้องดูความสามารถและความต้องการของประเทศ อีกประมาณ 30% ไปเรียนต่อปวช. และที่เหลือไม่ได้เรียน ต่อมาแต่เราก็ไม่ได้หยุดแต่เราเพิ่มการให้ทุนอาชีวะศึกษา ซึ่งเท่าที่ดูภาพลักษณ์ของอาชีวะศึกษา และครูแนะแนว ไม่ได้ให้คำแนะนำ หลายคนมักมองว่าให้เด็กหลังห้องมาเรียนอาชีวะ ทำให้ไม่ค่อยได้เห็นเด็กอาชีวะเก่ง เราทำมาตลอด ตอนนี้มีเด็กอาชีวะน้ำดี มีเกรดเฉลี่ย 3.00 ขึ้นไป และไม่ตีกัน ประมาณ 1,000 กว่าคน

ภาคเอกชน ร่วมสร้างคนคุณภาพดี เก่ง ทำงานเป็น ตอบโจทย์ยุค 4.0

น.ส.สุวิมล จิวาลักษณ์

   “ตลอดระยะเวลาที่ทำเรื่องการศึกษา ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทุกภาคส่วนต้องร่วมช่วยกัน มองว่าทำอย่างไรให้เด็กมีการเรียนการสอนที่ดี ถ้าใครมีความเชี่ยวชาญเรื่องไหนควรทำเรื่องนั้น ซึ่งตัวอย่างที่ดีมากๆ คือ โครงการสานพลังประชารัฐ ต้องทำให้ต่อเนื่อง และมีความจริงใจในการทำเรื่องนั้นจริงๆ และทำให้ครบวงจร การทำเรื่องการศึกษา ภาคเอกชนเข้าไปช่วยกัน  เราต้องมองว่าจะใช้คนแบบไหน ต้องสร้างเอง หาเอง ให้ทุนการศึกษา สร้างครู สร้างคน และสร้างทัศนคติที่ดีเรื่องการเรียน การศึกษาเป็นเรื่องตอบโจทย์ ลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม ถ้าเราทำการศึกษาประเทศ เศรษฐกิจดีอย่างแน่นอน” น.ส.สุวิมล กล่าวทิ้งท้าย

มาที่ นายณรงค์ ผาบัว บัณฑิตจบใหม่ป้ายแดง คณะนวัตกรรมการจัดการเกษตร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ นักศึกษาที่ได้รับทุนจากกองทุนเพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้ วัย 22 ปี เล่าว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องในชีวิต เมื่อครั้งเรียนจบ ม.6 และทาง PIM ได้ไปประชาสัมพันธ์ที่โรงเรียนว่ามีทุนเรียนฟรีของคณะนวัตกรรมการจัดการเกษตรส่งผลให้มีโอกาสเข้ามาในชีวิตมากมาย นอกจากได้ทุนการศึกษาแล้ว สิ่งสำคัญคือหลักสูตรของ PIM ที่เน้นการเรียนภาคทฤษฏีควบคู่กับการปฏิบัติ ทำให้มีโลกทัศน์ที่ดี ได้ความรู้ ทักษะวิชาชีพ โดยเฉพาะเรื่องการฝึกงานนักเรียนของ PIMต้องฝึกงานกับสถานประกอบการต่างๆ ที่เป็นเครือข่าย ตั้งแต่ปี 1 จนถึงปี 4 จะได้ไปฝึกงานถึง 4 แห่ง และตอนเรียนปี 3 ได้ไปฝึกงานที่ประเทศไต้หวันด้วย จึงทำให้ยิ่งมีโอกาสในการพัฒนาความรู้ ความสามารถและได้เครือข่ายสถานประกอบการที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก

ภาคเอกชน ร่วมสร้างคนคุณภาพดี เก่ง ทำงานเป็น ตอบโจทย์ยุค 4.0

“ขณะนี้ ผมทำงานที่ศูนย์พัฒนาเมล็ดพันธ์ บริษัท เจียไต๋ ได้ 5 เดือนแล้ว เป็นโอกาสที่ดีของผมที่ได้มาเรียนที่ PIM เพราะนอกจากได้เรียนฟรีระหว่างเรียนเมื่อไปฝึกงานก็ยังมีรายได้ด้วย ประเด็นสำคัญคือจบแล้วได้งานทันที เนื่องจากผลของการได้ฝึกปฏิบัติงานระหว่างเรียน อีกทั้ง การเรียนคณะนวัตกรรมการจัดการเกษตร เราไม่ได้เรียนเพื่อไปทำการเกษตรเท่านั้น แต่ที่ PIM สอนเรื่องการบริหารจัดการ การตลาด การทำฟาร์ม การทำธุรกิจ ซึ่งนักศึกษาจะได้เรียนรู้ทั้งสายการบริหาร สายการผลิตที่ครอบคลุมทุกเรื่อง ทำให้เราได้พัฒนาความคิดในมุมมองด้านการเกษตรที่แตกต่างออกไป” นายณรงค์ กล่าว

Leave a comment