จับตาคกก.อิสระ.ถกปฏิรูปการศึกษาครั้งที่2??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303837

จับตาคกก.อิสระ.ถกปฏิรูปการศึกษาครั้งที่2??

จับตาคกก.อิสระ.ถกปฏิรูปการศึกษาครั้งที่2??

คกก.อิสระย้ำผลลัพธ์ปฎิรูปการศึกษา สร้างความเสมอภาพ ลดเหลื่อมล้ำ มุ่งสู่ความเป็นเลิศ เดินหน้าพ.ร.บ.การศึกษาปฐมวัยแห่งชาติ ชงปรับการเรียนการสอนเน้นใช้ดิจิตอล

       เมื่อวันที่ 28 พ.ย.60 – ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส สุวรรณเวลา  ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ 28/2560 กล่าวว่าที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานงานของคณะอนุกรรมการด้านต่างๆ

ดังนี้ คณะอนุกรรมการเด็กเล็ก คือการจัดการให้เด็กเล็กได้รับทั้งความเสมอภาค คุณภาพ และมีความเป็นเลิศ ซึ่งในเชิงความเสมอภาคนั้น ได้ขยายไปถึงเด็กด้อยโอกาส เด็กที่มีปัญหาต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และเด็กพิการ เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์สะท้อนอยู่ในร่างพ.ร.บ.การศึกษาปฐมวัยแห่งชาติ ที่กำลังจะยกร่างขึ้น โดยมองใน 6 ประเด็น ดังนี้

1. กลไกในการสร้างบูรณาการการดูแลเด็กปฐมวัย ที่ขณะนี้มีส่วนงานต่างๆ และมีหลากกระทรวงดูแล เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย รวมถึงกระทรวงแรงงาน จะบูรณาการแต่ละกระทรวงได้อย่างไร             2. เรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทั้งด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา การปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมาดูว่าจะดำเนินการอย่างไร หรือแก้ไขอย่างไร   3.ระยะที่ข้ามจากปฐมวัย ไปสู่การเข้าถึงระบบการศึกษาอื่น เช่น เรื่องจากเด็กอนุบาล เข้าสู่ประถมศึกษาปีที่1 เป็นต้น

4.มาตรฐานเด็กปฐมวัย  5. การผลิต และการพัฒนาบุคลากรที่ดูแลเด็กปฐมวัย รวมทั้งครู จะเป็นอย่างไร ควรเป็นอย่างไร  และ6.สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับเด็กปฐมวัย ตอนนี้มีหลายอย่างที่กระทบต่อเด็ก เช่น สื่อต่างๆที่มีอิทธิพลกับเด็ก  ดังนั้น การดำเนินงานของส่วนต่างๆ ต้องมีการดำเนินการให้เป็นรูปธรรม

“พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติจะเกิดขึ้นได้ต้ คณะอนุกรรมการการจัดการเรียนการสอน ปรับการเรียนการสอน มีการเสนอให้ปรับการศึกษาไปสู่ดิจิตอล โดยใช้เครื่องมือทางดิจิตอลให้เต็มที่ เป็นแพลกฟอร์มการศึกษาในรูปแบบดิจิตอล และต้องมีการรปรับหลักสูตรการเรียนการสอนในเชิงสมรรถนะแทนเนื้อหาสาระ อย่าง สมรรถนะเชิงคุณธรรมจริยธรรม และสมรรถนะด้านต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ หรือสมรรถนะศตวรรษที่ 21โดยจะเอาคุณธรรมจริยธรรม และสมรรถนะเป็นตัวตั้ง ส่วนเนื้อหาสาระนั้นก็เอาเท่าที่จำเป็น นอกจากนั้น ควรจัดการจัดการเรียนการสอนในเชิงรุก รวมถึงมีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการสอบ เพราะตอนนี้มีความจำเป็น การสอบจึงปรับเป็นเน้นการวัดสมรรถนะแทนเนื้อหาสาระ ส่วนควรจะมีองค์กรที่มาดูแลเรื่องต่างหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ” ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส กล่าว

ส่วนคณะอนุกรรมการครูและอาจารย์ มีข้อเสนอว่าปัจจุบันมีปัญหามากมายต้องนำมาพิจารณา เช่น การผลิตครู ใช้ครู พัฒนาครู และส่งเสริมสนับสนุนดูแลครู  ขณะที่คณะอนุกรรมการปฎิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา  ต้องมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ที่ประชุมมีหลายคนเหนด้วยที่ให้โรงเรียนจัดการแบบนิติบุคคล ที่ต้องเน้นความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ สุจริต ออกเป็นรูปธรรม

ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส กล่าวต่อไปว่า คณะกรรมการอิสระฯ จะมีการจัดสัมมนาวันที่ 2-3 ธ.ค.2560  เพื่อสรุปผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยจะมีการพิจารณาเกี่ยวกับโครงการประชุมเชิงปฎิบัติการเพื่อจัดทำกรอบแนวคิดการปฏิรูปการศึกษาของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฎิรูปการศึกษา ระหว่างวันที่2-3 ธันวาคม2560

โดยได้มีการรวบรวมความคิดเห็น 5 เดือนที่ผ่านมา เพื่อนำไปสู่หาคำตอบใหญ่ มุ่งไปสู่ผลลัพธ์ของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฎิรูปการศึกษา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษา และผลลัพธ์ต่อประชาชนที่เป็นรูปธรรมตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

ซึ่งมี  3 ประเด็นใหญ่ ได้แก่  1. ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ ทั้งในด้านการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และการเข้าถึงทั่วหน้า โดยการปรับคุณภาพการศึกษาของประเทศต้องดีขึ้นทุกระดับ ทั้งระดับปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา 2.ตั้งเป้าเรื่องความเป็นเลิศ เพราะประเทศต้องมีความเป็นเลิศเพื่อสามารถแข่งขันและรองรับไทยแลนด์4.0 เพราะถ้าการศึกษาไม่ดี ไทยแลนด์ 4.0 เกิดได้ลำบาก และ3.ผลลัพธ์ในเชิงกระบวนการ และระบบ คือ ต้องมีระบบที่มีประสิทธิ์ภาพ และมีธรรมาภิบาล
นอกจากนั้น จะมีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น “ข้อเสนอการปฎิรูปการศึกษาเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” ครั้งที่ 2  ในวันที่ 15-16 ธันวาคม 2560 ณ จ.เชียงใหม่ ได้แก่ 1.เด็กเล็ก 2.อาชีวศึกษา 3.อุดมศึกษา 4ครูและอาจารย์ 5.การจัดการเรียนการสอน และ 6.ปฎิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

Leave a comment