สองทางแก้อุทกภัยฉบับ“บิ๊กฉัตร”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/300919

   สองทางแก้อุทกภัยฉบับ“บิ๊กฉัตร”

อุทกภัย, บิ๊กฉัตร

 “เครื่องมือ-วิธีบริหารจัดการ”     สองทางแก้อุทกภัยฉบับ“บิ๊กฉัตร”

       น้ำท่วมคราวนี้พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ปริมาณน้ำแม้จะไม่สาหัสเหมือนปี 2554 แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านดูเหมือนจะไม่แตกต่างกันมากนัก เป็นผลมาจากท่วมนานเพื่อรอการระบาย โดยพื้นที่นอกคันกั้นน้ำริมฝั่งเจ้าพระยาและพื้นที่แก้มลิงธรรมชาติทั้ง 12 ทุ่ง ส่วนแผนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ ตลอดจนแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาว รัฐบาลมีมาตรการเตรียมไว้อย่างไร

    สองทางแก้อุทกภัยฉบับ“บิ๊กฉัตร”

           “คม ชัด ลึก” ถือโอกาสจับเข่าคุยกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงแนวทางการช่วยเหลือโดยระบุว่า รัฐบาลได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเยียวยาไว้แล้ว โดยจะช่วยเหลือตามระเบียบราชการข้อกำหนดของกระทรวงการคลัง ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ จะมุ่งเน้นไปที่พื้นที่แก้มลิงธรรมชาติ ทั้งหมด 13 ทุ่ง (รวมทุ่งบางระกำ) ซึ่งผู้ประสบภัยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร นอกจากจะได้รับการช่วยเหลือตามปกติดแล้ว ทางกระทรวงเกษตรฯ ก็จะให้เงินเพิ่มครอบครัวละ 3,000 บาทแล้วยังช่วยเหลือในเรื่องเมล็ดพันธุ์พืช ปศุสัตว์ และประมง

              “หลักๆ เรื่องเยียวยาต้องทำตามระเบียบราชการกระทรวงการคลัง ซึ่งเขาก็มีระเบียบอยู่แล้ว เช่นกระทรวงมหาดไทยประกาศพื้นที่ภัยพิบัติที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พวกนี้ก็จะมีราคาที่แตกต่างกันไป บ้านเท่าไหร่ ที่นาเท่าไหร่ พืชผลเท่าไหร่ ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ เองปีที่ผ่านมาก็เพิ่มเติมเข้าไป นอกเหนือจากช่วยเหลือตามระเบียบราชการ โดยโฟกัสไปที่พื้นที่เกษตรที่ได้รับผลกระทบ”

              ฉัตรชัย เผยต่อว่า โชคดีที่น้ำท่วมคราวนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมวางแผนการเพาะปลูกข้าวไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยขยับเวลาการเพาะปลูกข้าวขึ้นมา 2 เดือน เริ่มปลูกในเดือนพฤษภาคม เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จในเดือนกันยายน ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ปัญหาของผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จะอยู่นอกคันกั้นน้ำ ซึ่งปกติบริเวณดังกล่าวนี้จะถูกน้ำท่วมทุกปีอยู่แล้วเพียงแต่ปีนี้ท่วมนานขึ้นเท่านั้นเอง

             “ตอนมี 3 แนวทางที่กระทรวงเกษตรฯ เตรียมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่แก้มลิง คือเงินช่วยเหลือตามระเบียบราชการกระทรวงการคลัง การช่วยในเรื่องเมล็ดพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ การลดดอกเบี้ยสินเชื่อสหกรณ์ และการใช้โครงการ 9101 ในการฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำท่วม”

            สำหรับแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาวงนั้น พล.อ.ฉัตรชัยระบุว่า รัฐบาลจะต้องมีการเตรียมความพร้อมใน 2 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ เครื่องมือกับวิธีการบริหารจัดการ โดยเครื่องมือนั้นจะเน้นการก่อสร้างใหม่และปรับปรุงอ่างเก็บน้ำ(ขนาดเล็ก) ประตูระบายน้ำ ที่พักน้ำหรือแก้มลิง ซึ่งในช่วงสองปีที่ผ่านมาตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งได้มีการดำเนินการมากกว่า 1,000 แห่ง สามารถเก็บกักน้ำได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านลบ.ม. ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องใช้เวลาเพื่อให้เป็นไปตามกติกาสากล ซึ่งทุกโครงการจะต้องผ่านการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ตลอดจนการมีส่วนร่วมของประชาชน

              ส่วนเรื่องที่สองเป็นวิธีการบริหารจัดการ เป็นการจัดการจราจรทางน้ำให้มีความเหมาะสม มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและทั่วถึงด้วย

              “แนวทางแก้ปัญหาคือ ต้องทำทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่หนักไปทางใดทางหนึ่ง แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดปัญหาเลย มีแต่น้อย อย่างน้ำท่วมครั้งนี้เราได้ทำเตรียมทั้งสองอย่าง ถ้าไม่ทำคงจะหนักกว่านี้” รมว.เกษตรฯ กล่าวยืนยัน

              สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาวนั้น พล.อ.ฉัตรชัยเผยว่า มีการเตรียมแผนการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างไว้ 9 แผน โดยมีการพิจารณาในรายละเอียดร่วมกับคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(คนช.) ใน 4 แผนคือ 1.คลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร จะช่วยย่นระยะทางระบายน้ำได้ถึง 13 กิโลเมตร จากเดิมน้ำต้องผ่านตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาที่แคบและคดเคี้ยวถึง 35 กิโลเมตร 2.คลองระบายน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก(ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย) โดยช่วงแรก ชัยนาท-ป่าสักจะปรับปรุงคลองเดิม ส่วนช่วงสอง ป่าสัก-อ่าวไทย จะเป็นคลองขุดใหม่เพื่อรับน้ำจากชัยนาทลงสู่อ่าวไทย 3.การสร้างคลองระบายน้ำสายใหม่ควบคู่ถนนวงแหวนรอบที่ 3 และ 4.การปรับปรุงโครงข่ายชลประทานฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา(ใต้คลองมหาสวัสดิ์-คลองภาษีเจริญ-คลองมหาชัย) และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของแก้มลิงคลองมหาชัย-สนามชัย) ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

             “ท่านนายกฯ ได้สั่งกำชับมาว่าอยากให้เร่งทำโดยเร็ว โดยเฉพาะแผน 1 และ 2 ก็คิดว่าภายในเดือนนี้จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคนช. จากนั้นก็จะเสนอครม. แล้วก็จะลงมือสำรวจทันที ซึ่งก็ต้องใช้เวลา คิดว่าปลายปี 61 หรือต้นปี 62 จึงจะเริ่มก่อสร้างได้ ส่วนงบประมาณขั้นต้นก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 200-300 ล้าน” พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวทิ้งท้าย

แบงก์ชาติประเมินความเสียหายน้ำท่วมภาคอีสาน 

           สมชาย เลิศลาภวศิน ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เผยถึงปัญหาผลกระทบจากน้ำท่วมในภาคอีสานพบว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนาข้าวมีประมาณ 5 ล้านไร่ คิดเป็นความเสียหาย 6,410 ล้านบาท ส่วนในช่วงเดือนตุลาคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์มีประมาณ 5 แสนไร่ หรือคิดเป็นมูลค่าความเสียหาย กรณีน้ำท่วมเสียหายประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นความเสียหายอยู่ที่ 1,850 ล้านบาท โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นภาครัฐมีการช่วยเหลือและเยียวยาให้แก่เกษตรกรเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้

Leave a comment