ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/304538
เกิดแน่ “กระทรวงการอุดมศึกษา”
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ชี้จำเป็นแยกกระทรวงการอุดมศึกษา เหตุบริหารจัดการพิเศษพร้อมตั้ง 8ยุทธศาสตร์ ปฎิรูปอุดมศึกษา คาด 2 สัปดาห์ปรับร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษาเสร็จ
ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เมื่อเร็วๆนี้ ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ…. ตอนหนึ่งว่าคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ได้พิจารณาเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับการปฎิรูปอุดมศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับความหลากหลายที่เกิดขึ้น และสิ่งที่กระทบกับอุดมศึกษาทั้งภายใน ภายนอก ซึ่งอุดมศึกษาไทยมีความซับซ้อน หลากหลายแต่การบริหารไม่ได้มีประสิทธิภาพ ทางคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ จึงสรุปว่ามีความจำเป็นต้องแยกกระทรวงการอุดมศึกษาออกจากกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเป้าหมายไม่เหมือนการบริหารจัดการของการศึกษาขั้นพื้นฐานหรืออื่นๆ อีกทั้ง หากจะขับเคลื่อนเป็นไทยแลนด์ 4.0 ได้จำเป็นต้องมีอุดมศึกษา 4.0 บัณฑิต 4.0 และต้องมีการบริหารจัดการเป็นพิเศษ
“คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ได้เห็นตรงกันว่า ต้องแยกกระทรวงการอุดมศึกษา จึงได้มอบหมายให้มีการต้องปรับร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ…ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ โดยการมีพ.ร.บ.ใหม่ และการจัดตั้งกระมรวงการอุดมศึกษาไม่ใช่คำตอบทั้งหมดไม่ใช่จัดตั้งแล้วถือว่าปฎิรูปอุดมศึกษาเสร็จสิ้น ยังต้องมีการบริหารจัดการเรื่องอื่นๆ ต่อไป เช่น สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ซึ่งมี พ.ร.บ.อีกฉบับ จะทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ เป็นต้น ซึ่งตั้งเป้าไว้2สัปดาห์จะดำเนินการแก้ไขปรับร่างพ.ร.บ.ต่างๆเสร็จสิ้น เพื่อเสนอการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ในวันที่12 ธ.ค.2560 แต่เบื้องต้นจะนำข้อสรุปของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ เรื่องความจำเป็นในการแยกกระทรวงการอุดมศึกษาและการกำหนดยุทธศาสตร์เสนอ คณะกรรมการอิสระฯในวันที่6 ธ.ค.นี้” ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส กล่าว
นอกจากนั้น คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ได้กำหนดยุทธศาสตร์การปฎิรูปอุดมศึกษาใน 8 ประเด็น ดังนี้ 1.อุดมศึกษาต้องมุ่งการผลิตคนที่แตกต่างไปจากเดิม และสนองความต้องการของประเทศ โดยบัณฑิตที่จบการศึกษาต้องมีความรู้ ทักษะ เจตคติเหมาะสมต่อการจ้างงาน สอดคล้องกับสมรรถนะความรู้ ทักษะของตน เศรษฐกิจของประเทศ โดยมุ่งเน้นเป้าหมายของประเทศระดับสูง มีคุณธรรมจริยธรรม ปรับตัวสู่งานใหม่ๆ ในอนาคต การผลิตบัณฑิตจึงไม่ใช่ในรูปแบบที่ดำเนินการอยู่ตอนนี้
2.การศึกษาต้องมีความเข้มข้นและตรงเป้าหมาย เพื่อแก้ปัญหาสภาพปัจจุบัน ซึ่งเป็นสภาพที่ร้ายแรงพอสมควร คนที่ว่างงานส่วนใหญ่เป็นคนจบอุดมศึกษา มีทักษะไม่สอดคล้องกับที่ตลาดแรงงาน อีกทั้งบัณฑิตจบออกมาไม่สามารถทำให้คุณภาพชีวิตตัวเองดีขึ้นได้ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะแก้ไขในเรื่องต่างๆ อาทิ การผลิตครู ซึ่งขณะนี้มีบัณฑิตครูจบประมาณ 25,000 คน แต่ในอีก4ปีข้างหน้าจะมีตำแหน่งว่างน้อยกว่านี้ รวมถึงคุณภาพ จากข้อมูลหลายแห่งพบว่า บัณฑิตไม่สามารถใช้งานได้ เป็นต้น
3.การที่ต้องใช้ผลงานวิจัยสู่เรื่องการแข่งขันระดับโลก และใช้ประโยชน์ในการพัฒนาสังคม อย่างจริงจัง ต่อเนื่อง โดยการวิจัยและนวัตกรรม ต้องเป็นงานวิจัยนำไปสู่การมีนวัตกรรม ซึ่งนวัตกรรมต้องเป็นสิ่งที่ขายได้ และเป็นนวัตกรรมทางสังคม นวัตกรรมทางระบบ อาทิ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะใช้แบบเดิมไม่ได้ การวิจัยต้องนำไปสู่การสร้างสุข ใช้ประโยชน์ได้ทั้งนวัตกรรมทางสังคม และนวัตกรรมกระบวนการได้
4.ธรรมาภิบาล ระบบของอุดมศึกษา เน้นเรื่องธรรมาภิบาลโดยใช้สภามหาวิทยาลัย แต่ขณะนี้สภาพสภามหาวิทยาลัยไม่ได้เน้นธรรมาภิบาลอย่างเต็มที่ 5 ระบบงบประมาณ ตอนนี้ยังใช้ไม่คุ้มค่า ทั้งเรื่องผลิตกำลังคน และการสร้างองค์ความรู้ เพราะงบประมาณส่วนใหญ่นำไปใช้ในเรื่องเงินเดือน ไม่มีงบประมาณที่จะผลักดันให้เกิดการปรับตัว อุดมศึกษา4.0 6.ระบบข้อมูลสารสนเทศ โดยเฉพาะข้อมูลนักเรียน นิสิตนักศึกษา ควรมีข้อมูลกลางเพื่อได้รู้ว่ามีนักศึกษาจำนวนเท่าไหร่ ผลิตถูกต้องหรือไม่ มีงานทำหรือไม่ ครูผู้สอนมีเท่าใด เป็นต้น
7.การลดความเหลื่อมล้ำในโอกาส เชื่อมโยงไปถึงคุณภาพการศึกษาที่แตกต่างกัน ทำให้การเข้าถึงอุดมศึกษาไม่เท่ากัน และ8.การจัดโครงสร้างแยกระบบการบริหารอุดมศึกษาของชาติออกเป็นส่วนที่เป็นนโยบาย ออกจากส่วนที่เป็นการกำกับดูแล และการปฎิบัติงาน ขณะนี้มหาวิทยาลัยมีเสรีภาพ แต่การกำกับดูแลไม่ค่อยดี เพราะเหมือนกันไปหมด ไม่มีความหลากหลาย ทั้งที่บางส่วนอาจต้องกำกับแรง บางส่วนต้องกำกับอ่อน อย่างไรก็ตามเรื่องนโยบายและยุทธศาสตร์ทั้งหมดต้องปรับไปแก้
