ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/foreign/315507
ซูเปอร์มาร์เก็ตไร้พลาสติกไม่ใช่ความฝัน
ซูเปอร์มาร์เก็ตเอโคพลาซา กรุงอัมสเตอร์ดัม แห่งแรกในโลกที่จัดให้มีช่องปลอดพัสดุภัณฑ์ทำจากพลาสติก
อาจจะยังไม่ได้ไปไกลถึงขนาดปลอดพลาสติกทั้งหมด แต่ก็เรียกเสียงแซ่ซ้องอย่างมากมายจากชาวสังคมออนไลน์และคนรักสิ่งแวดล้อมเมื่อรับรู้ว่าซูเปอร์มาร์เก็ตเอโคพลาซา ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ กลายเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรกในโลกที่จัดให้มีช่องขายสินค้ากว่า 700 รายการไว้ช่องหนึ่งแบบไม่มีพัสดุภัณฑ์ทำจากพลาสติกเลย อาหารชนิดต่างๆ บนชั้นวางบรรจุอยู่ในแก้ว โลหะ และกล่องกระดาษแข็ง หรือวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้
แม้ว่าพัสดุภัณฑ์บางอย่างมองไปแล้วหน้าตาเหมือนกับพลาสติก แต่แท้จริงเป็นฟิล์มชีวภาพ หรือไบโอฟิล์มที่ทำจากต้นไม้และพืชชนิดต่างๆ ที่สามารถย่อยสลายได้ภายใน 12 สัปดาห์ สินค้าวางขายในช่องปลอดพลาสติกก็ครบครันไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ข้าวสาร ซอส นม ขนมขบเคี้ยว ช็อกโกแลต โยเกิร์ต ผลไม้และผักสด
เอโคพลาซา แจ้งว่า สาขาต่อไปที่จะเปิดตัวช่องขายสินค้าแบบเป็นมิตรสิ่งแวดล้อมจะอยู่ในนครเฮก คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนมิถุนายน และตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปีนี้ร้านสาขาทั้งหมด 74 แห่งทั่วเนเธอร์แลนด์จะต้องมีอย่างน้อยช่องหนึ่งที่ปลอดพลาสติกอย่างสิ้นเชิง ที่สำคัญ บริษัทประกาศว่าจะไม่ผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการใช้วัสดุภัณฑ์อื่นแทนพลาสติกไปให้ลูกค้า
เอริค ดาส ประธานเจ้าหน้าที่บริการของเอโคพลาซา กล่าวว่า ช่องปลอดพลาสติกถือเป็นก้าวย่างสำคัญมากสำหรับอนาคตสดสดใสของอาหารและเครื่องดื่ม

ภาพ : A Plastic Planet
เมื่อไม่นานมานี้นายกรัฐมนตรีเทเรซาเมย์แห่งอังกฤษ ก็นำเสนอไอเดียซูเปอร์มาร์เก็ตปลอดพลาสติกเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเช่นกัน แต่ไอเดียของเอโคพลาซานี้และลงมือทำแล้ว ได้มาจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อะ พลาสติก แพลเน็ต (A Plastic Planet) กลุ่มที่จัดทำเครื่องหมายปลอดพลาสติกเพื่อให้นักช็อปแยกแยะได้อย่างรวดเร็วว่าสินค้าใดไม่มีพลาสติก และรณรงค์ให้ซูเปอร์มาร์เก็ตมีส่วนร่วม เพราะภาคค้าปลีกเป็นภาคที่ใช้พลาสติกมากที่สุด
“ไม่มีเหตุผลใดรองรับสำหรับการห่อของที่อยู่ได้แบบประเดี๋ยวประด๋าวอย่างอาหารไว้ในอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถทำลายได้อย่างพลาสติก” เซียน ซูเทอร์แลนด์ ผู้ร่วมก่อตั้ง อะ พลาสติก แพลเน็ต กล่าวในแถลงการณ์ที่ยังระบุเพิ่มเติมว่า พลาสติกสำหรับห่อหุ้มอาหารและเครื่องดื่มมีประโยชน์อยู่ไม่กี่วันแต่คงอยู่เป็นอันตรายบนโลกยาวนานหลายศตวรรษข้างหน้า
ซูเทอร์แลนด์ เรียกร้องให้ร้านขายของชำอื่นๆ ดำเนินรอยตาม และว่าหลายสิบปีมาแล้วที่ลูกค้าถูกทำให้เข้าใจว่าเราอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพลาสติกกับอาหารและเครื่องดื่ม แต่ช่องขายสินค้าอาหารปลอดพลาสติกในซูเปอร์มาร์เก็ตจะขจัดความเชื่อเหล่านั้นให้หมดไป และที่สุดเราก็จะเห็นอนาคตที่ให้ทางเลือกแก่ผู้บริโภคว่าจะซื้อแบบมีพลาสติกหรือไม่มี
ผลศึกษาตีพิมพ์ในนิตยสารไซแอนซ์ แอดวานเซส เมื่อปีที่แล้ว ระบุว่า พลาสติกที่มนุษย์ผลิตขึ้นมานับจากปี 2493 จำนวน 8,300 ล้านตันนั้น กลายเป็นขยะแล้ว 6,300 ล้านตัน มีเพียง 9% เท่านั้นที่นำมารีไซเคิล ที่เหลือก็ไปสะสมอยู่ในทะเลและที่ต่างๆ กว่าจะย่อยสลายต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 400 ปี
แอน อาร์ คาพูซินสกี ศาสตราจารย์วิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนายั่งยืน วิทยาลัยดาร์ทเมาท์ กล่าวว่า ปริมาณพลาสติกที่คนทั่วโลกใช้เป็นอันตรายอย่างมหันต์ต่อโลก สุดท้ายแล้วพลาสติกทั้งหลายลงไปกองในทะเล เป็นอันตรายกับนก ปลา และสิ่งมีชีวิตอื่น แม้แต่การรีไซเคิลก็ยังต้องพลังงานมหาศาล เธอหวังว่าการทดลองที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเอโคพลาซาจะแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคจะซื้ออาหารนั้นหากว่าไม่ได้ห่อในพลาสติก
กระนั้น เจสซิกา กรีน ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิ่งแวดล้อมศึกษา มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ให้ความเห็นว่าลัทธิบริโภคแบบยั่งยืนมีขีดจำกัดของมัน แม้มีโอกาสตัดสินใจว่าจะบริโภคอะไรในซูเปอร์มาร์เก็ตแบบใช้พลาสติกน้อยลงเป็นเรื่องดีแต่ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาแท้จริง ที่จำเป็นต้องมีคือการคุมกฎจากภาครัฐอีกทางหนึ่ง
แต่กระบวนการทางกฎหมายไม่ว่าในประเทศไหนก็ใช้เวลาทั้งสิ้น “อะ พลาสติก แพลเน็ต” ระบุว่า เราต้องลงมือทำตั้งแต่วันนี้ เพราะทุกคนต่างก็รู้แก่ใจว่ากำลังทำอะไรกับโลกของเราอยู่
…………………………………………………
ภาพ : Ekoplaza / ภาพ : A Plastic Planet

