ต้นกล้าแห่งความดี รุ่นที่ 1 แห่งราชมงคล สกลนคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/324108

ต้นกล้าแห่งความดี รุ่นที่ 1 แห่งราชมงคล สกลนคร

ต้นกล้าแห่งความดี รุ่นที่ 1 แห่งราชมงคล สกลนคร

 

ปัจจุบันมีคนไทยบางส่วนที่มีการดำรงชีวิตอย่างประมาท มีความเป็นอยู่อย่างขาดสติ ฟุ่มเฟือย และหลงลืมวัฒนธรรมดั้งเดิมหรือหลงลืมวิถีไทยอันทรงคุณค่าที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษที่มีการอยู่อย่างพอเพียง ถ้อยทีถ้อยอาศัย ความรักชาติ ความเสียสละ ความรับผิดชอบ ฉะนั้น การปลูกฝังภูมิปัญญา การรักถิ่นฐานบ้านเกิดให้กับเยาวชน เพื่อให้เกิดความตระหนักและการเป็นคนไทยที่มีหัวใจสร้างชาติร่วมกัน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตสกลนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร) เปิดเผยว่า การพัฒนาเยาวชนเพื่อการสร้างชาติ คือภารกิจอย่างหนึ่งที่ มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร มีความตั้งใจที่อยากจะพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ รักในถิ่นฐานบ้านเกิด รู้จักการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า และยังรู้จักการอยู่อย่างพอเพียงควบคู่ไปกับการอนุรักษ์วิถีไทย อาทิเช่น การดูแลสุขภาพด้วยวิถีไทยด้วยทรัพยากรสมุนไพรไทย การรักษาด้วยภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย หัตถบำบัดไทย และการใช้ยาสมุนไพรไทยเพื่อแก้ปัญหาขาดดุลด้านสาธารณสุขของประเทศซึ่งมีการนำเข้ายาจากต่างประเทศกว่าปีละ 2 แสนล้าน รวมทั้งการนำเข้าอาหารเสริม และเวชสำอางค์ของประเทศที่มีมูลค่ามหาศาลต่อปี จึงเป็นที่มาของการจัดโครงการสมุนไพรและการดูแลสุขภาพด้วยวิถีไทยสร้างชาติ ระหว่างวันที่ 23-25 เมษายน 2561 ณ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร จัดโดย ธนาคารออมสิน สถาบันการสร้างชาติ และมทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร

ในส่วนเยาวชนนำร่องที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนพังโคนวิทยาคม อ.พังโคน จ.สกลนคร ด้วยการยึดมั่นคำว่า เยาวชนคือหัวใจของการสร้างชาติ และเพื่อสร้างรายวิชาแห่งการเรียนรู้ในทศวรรษที่ 21 ในรูป Credit Bank และ Module ด้านสมุนไพรและการดูแลสุขภาพด้วยวิถีไทยสร้างชาติ ด้วยกระบวนการเรียนการสอนแบบ STEAM Education ที่มุ่งเน้นการปฏิบัติกิจกรรมการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์สมุนไพรครบวงจร และนำมาใช้ร่วมกับการดูแลสุขภาพด้วย วิถีไทยคุณธรรมนำไปการออม โดยมุ่งเน้นให้าเยาวชนนำสมุนไพรและการดูแลสุขภาพด้วยวิถีไทยไปดูแลสุขภาพคนในครอบครัว ชุมชน และสังคมประเทศไทย

ผศ.ดร.โฆษิต กล่าวต่อว่า ในส่วนกิจกรรมที่เกิดขึ้นในโครงการ ได้แก่ การบรรยายและการฝึกปฏิบัติการทำลูกประคบ นวัตกรรมลูกประคบจากผ้าคราม การทำสบู่เพื่อความงาม การทำสปาเท้า สปาคราม การบรรยายหลักการผลิตผักอินทรีย์ การผลิตสมุนไพรตามมาตรฐาน GAP การปลูกครามอินทรีย์ และการตลาด โดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน

“ชาติ” หรือ นายสมชาติ อินทรภูมิ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนพังโคนวิทยาคม เปิดเผยว่า ตนเองเกิดมาในครอบครัวที่พ่อแม่ทำงานประจำ ในตอนเย็นเราจะมีกิจกรรมการปลูกพืชผักสวนครัว และสมุนไพรพื้นบ้านกันเสมอ พอทราบว่าจะมาร่วมกิจกรรมในวันนี้รู้สึกตื่นเต้น เมื่อวิทยากรบอกว่าให้ทุกคนได้ลงมือทำจริง เช่น นวัตกรรมลูกประคบ การนวดแผนโบราณ ซึ่งประทับใจและชอบมาก ตอนแรกนึกว่าจะสาธิตให้ดูเฉยๆ พอวิทยากรบอกให้จับคู่กับเพื่อน เพื่อผลัดกันนวด ยิ่งทำให้จดจำท่าทางได้มากขึ้น เพราะได้เป็นทั้งคนโดนนวด และคนนวดให้เพื่อน ผมกลัวว่าความรู้จะหายไปจึงได้ลองนำความรู้ที่ได้ไปทดลองนวดให้คุณแม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็จะนวดเป็นเรื่อยๆ ปวดตรงไหนก็นวดตรงนั้น เมื่อเข้าร่วมโครงการแล้วทำให้รู้จักเทคนิค การจัดวางท่าทาง การลงน้ำหนักในบริเวณที่นวด ซึ่งไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้ประทับใจการนวดแผนไทยมากที่สุด ผมว่ามันใช้ได้ในชีวิตประจำวันและใกล้ตัวเรามากครับ

“ปาร์ตี้” หรือ นางสาวอารียา คชพล อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพังโคนวิทยาคม เปิดเผยว่า ตนเองเปิดใจที่จะมารับกิจกรรมในวันนี้เลย เพราะน่าจะเป็นกิจกรรมความรู้ที่ไม่เคยเรียนในห้องเรียนมาก่อน พอเห็นเนื้อหากิจกรรมว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสมุนไพร ศาสตร์ด้านการแพทย์แผนไทย มีกิจกรรมทำลูกประคบ นวดเท้า นวดสปา ทำครีมบำรุง ตอนแรกเกิดการตั้งคำถามในใจว่าตนเองจะทำได้ไหม จะชอบกิจกรรมเหล่านี้หรือไม่ เพราะส่วนตัวไม่ชอบด้านนี้เลย จะชื่นชอบเกี่ยวกับเทคโนโลยี ความทันสมัย ซึ่งมันตรงข้ามกับกิจกรรมวันนี้เลย แต่พอได้ลองทำแล้ว หนูกลับชอบมาก มันเปลี่ยนความคิดเราเลย เรามัวแต่หลงไปกับเทคโนโลยี วิ่งตามมันจนลืมความสำคัญของความเป็นไทยเหล่านี้ไป ประทับใจและชื่นชอบกิจกรรมทำสปามากที่สุดค่ะ ได้ทราบว่าแต่ละสูตรต้องประกอบไปด้วยส่วนผสมอะไรบ้าง แต่ละสูตรมีความแตกต่างกันอย่างไร เพราะเป็นคนรักสวยรักงามอยู่แล้ว ชอบการขัดผิว พอกครีมเพื่อความสวยความงามแต่ต้องปลอดภัย พอมาร่วมกิจกรรมเรารู้สึกชอบและยังได้ผลัดกันทำกับเพื่อน เป็นกิจกรรมที่ไม่เครียดดี วันนี้เราเล็งเห็นประโยชน์แล้วว่า สิ่งเหล่านี้สามารถนำไปทำธุรกิจได้ ในขณะที่เรียนหรือเป็นอาชีพเสริมขณะทำงาน โครงการนี้ทำให้หนูและเพื่อนๆ รู้ถึงประโยชน์ของศาสตร์ด้านแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทยต่างๆ พวกเราเป็นเด็กที่ยังต้องเรียนรู้ทุกวัน ขอเพียงแค่เราเปิดใจเราจะมีความสุขกับทุกสิ่ง เราได้เปิดหูเปิดตา เปิดอีกด้านที่เราปิดมานานจนมาเข้าร่วมโครงการนี้ค่ะ ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพราะให้ทั้งความรู้และประโยชน์ที่เราจะสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันจริงๆ ค่ะ

อย่างไรก็ตามโครงการโครงการสมุนไพรและการดูแลสุขภาพด้วยวิถีไทยสร้างชาติ จะเป็นโมเดลหนึ่งในการปลูกฝังเยาวชนไทย ให้มีหัวใจการรักชาติ โดยเริ่มต้นจากการรักในถิ่นฐานบ้านเกิด รักษ์ในภูมิปัญญา รู้จักการต่อยอดและพัฒนา เพื่อนำไปสู่การสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพและสามารถสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทยต่อไป ผศ.ดร.โฆษิต กล่าวทิ้งท้าย

Leave a comment