ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/foreign/329648
ชาวสิงคโปร์เสียงแตกแบกค่าใช้จ่ายซัมมิตทรัมป์-คิม
การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดประวัติศาสตร์ สร้างความตื่นเต้นให้กับประชาชนบนเกาะเล็กๆ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่แฮปปี้ไปเสียทุกเรื่อง
ชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่รู้สึกตื่นเต้นที่ประเทศกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กับ นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่โรงแรมคาเพลลา บนเกาะเซนโตซา ในอีกสองวันข้างหน้า

แต่ในแง่ของค่าใช้จ่ายโดยตรงที่สิงคโปร์ต้องรับภาระ ก็เป็นเรื่องที่ยังถกเถียงกันในบางประเด็น
ฝ่ายสนับสนุนมองว่านี่เป็นโอกาสครั้งใหญ่ สำหรับการยกระดับภาพลักษณ์ของสิงคโปร์บนเวทีโลก ดังนั้น ค่าใช้จ่ายโดยตรงที่จัดให้กับเกาหลีเหนือ เช่น ค่าที่พัก การเดินทางและจัดเลี้ยง เป็นการสูญเสียทางการเงินระยะสั้น การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมที่ประสบความสำเร็จ จะเพิ่มมูลค่ายิ่งกว่าให้แก่ประเทศนี้
( โรงแรมคาเพลลา ที่จะใช้จัดประชุม )
นายอึ้ง เอ็ง เฮิน รัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ เคยตอบคำถามเรื่องภาระค่าใช้จ่าย เมื่อไม่นานมานี้ว่า สิงคโปร์พร้อมรับภาระด้านการเงินที่จะมีส่วนช่วยเล็กๆต่อการประชุมสุดยอดครั้งนี้
( โรงแรม ฟุลเลอร์ตัน ในสิงคโปร์ ร่วมประดับธง สิงคโปร์ เกาหลีเหนือ สหรัฐอเมริกา และจีน / AFP )
ผู้บริหารอาวุโสของโรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ บอกโคเรียไทมส์ว่า โอกาสแบบนี้ไม่ได้มาบ่อยๆ เขาคิดว่าสิงคโปร์จ่ายได้ สิงคโปร์เป็นประเทศเล็กมาก และเราต้องใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ตอกย้ำสถานะประเทศเป็นกลางและไว้วางใจได้
เช่นเดียวกับ ฉั่ว บุน ผิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอสพีเอช เวนเจอร์ส ที่เห็นด้วยว่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ จะสร้างมูลค่าเชิงยุทธศาสตร์แก่ประเทศอย่างแน่นอน
ส่วน แซค เหวิน เจ้าของและผู้ก่อตั้ง “ฮาร์โมนี นาซี เลมัก” ร้านอาหารที่นำเสนอเมนูพิเศษ “นาซีเลมักทรัมป์-คิม” เพื่อต้อนรับวาระสำคัญ กล่าวว่าในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง สนับสนุนรัฐบาลในเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะเป็นโอกาสอันดีในการแสดงให้เห็นว่าประเทศเล็กๆแต่มีหัวใจยิ่งใหญ่ และหวังว่าชาวสิงคโปร์จะมองเรื่องนี้อย่างสร้างสรรค์
แต่ชาวสิงคโปร์บางส่วนไม่เห็นด้วยกับการใช้ภาษีไปกับค่าใช้จ่ายโดยตรง แต่ควรเป็นเอกชนเจ้าของอุตสาหกรรมบริการทั้งหลายที่ควรแบ่งเบา เพราะพวกเขาได้ประโยชน์จากการประชุมประวัติศาสตร์
ดิคกี โก๊ะ ที่ปรึกษาด้านสื่อ กล่าวว่า การรับเป็นเจ้าภาพจัดประชุม สิงคโปร์ก็จะต้องจัดบริการด้านโลจิสติกส์และการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ยกตัวอย่างการกำหนดพื้นที่การประชุมเป็นเป็นพื้นที่รักษาความปลอดภัยพิเศษ ที่จะต้องใช้ทั้งการวางแผน และกำลังตำรวจและทหาร กระนั้นผลประโยชน์ทางอ้อมต่อสิงคโปร์ คือภาพลักษณ์ความเป็นกลางและผลประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว
ขณะที่วินเซนต์ เทียว กล่าวว่า การประชุมสุดยอดจะกระทบการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป และเป็นค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นและไม่ได้นำมาคิดคำนวณ เขาคิดว่ารัฐบาลควรประกาศให้เป็นวันหยุด เพราะการปิดถนนเพื่ออำนวยความสะดวก จะทำให้การจราจรในย่านพาณิชย์เป็นอัมพาต
“ในแง่ค่าใช้จ่ายแล้ว ผมคิดว่าทั้งเอเชียควรช่วยกัน เพราะสันติภาพจะยังประโยชน์แก่ประเทศแถบนี้ทั้งหมด โดยเฉพาะจีน เกาหลีใต้และญี่ปุ่น”
( ชาวเกาหลีใต้จัดชุมนุมสนับสนุนการประชุมสุดยอดในสิงคโปร์ นำไปสู่สันติภาพแท้จริง / AFP)
( เบอร์เกอร์ กิมจิ-คาวบอย)
( ร้านอาหารนำเสนอเมนู ผสมผสานอาหารท้องถิ่น เกาหลี และสหรัฐอเมริกา )
( ประดับดอกไม้ที่ปากกระบอกปืนใหญ่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 )













