ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/foreign/329924
เผยบทสนทนาแรกพบ “โดนัลด์ ทรัมป์-คิมจองอึน”
ผู้นำสหรัฐ-เกาหลีเหนือ ทำความรู้จักกันแบบส่วนตัวครั้งแรก บรรยากาศอบอุ่นราวกับไม่เคยมีวิวาทะดุเดือดกันมาก่อน สัญญาณดีของกระบวนการเจรจา
ในการพบหน้าแบบตัวต่อตัวและจับมือทักทายกันครั้งแรก เป็นเวลานาน 12 วินาที ก่อนเริ่มประชุมสุดยอดอย่างเป็นทางการ ที่โรงแรมคาเพลลา ประเทศสิงคโปร์ ในเช้าวันนี้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยื่นมือแตะแขนขวาของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือก่อน และกล่าวว่า “เรากำลังจะพูดคุยกันครั้งสำคัญ และผมคิดว่าจะเป็นการเจรจาที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง และเราจะมีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม ผมไม่สงสัยเลย”
ขณะที่ คิม จอง-อึน กล่าวว่า “มีความสุขมากที่ได้พบกับทรัมป์ที่สิงคโปร์ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมาถึงที่นี่ อคติและการปฏิบัติต่อกันในอดีตขัดขวางเส้นทางของเรา แต่ก็เราก็ก้าวผ่านอุปสรรคทั้งหลายเหล่านั้นมาได้”
ทรัมป์ กล่าวว่า “ผมเห็นด้วย” ก่อนจับมือคู่สนทนา และน่าจะพูดเล่นอะไรกันบางอย่างที่ได้ยินเฉพาะสองคน กับล่าม ขณะนักข่าวถูกกันออกจากห้อง
ผู้นำทั้งสองได้เจรจาแบบตัวต่อตัวที่มีเพียงล่ามเข้าร่วมด้วยโดยใช้เวลา 48 นาที ก่อนเดินไปตามทางเดินที่จัดไว้ และพูดคุยกับสื่ออีกครั้ง ซึ่งทรัมป์ กล่าวว่า “ดีมากจริงๆ เป็นความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม” แต่ผู้นำสหรัฐไม่ตอบคำถามสื่อที่ถามเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์
จากนั้น ทรัมป์และคิม ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่อาวุโสทั้งสองฝ่าย โดยมีคำพูดของคิม ที่บอกกับผู้นำสหรัฐผ่านล่ามว่า “แน่นอนว่า มีความท้าทายหลายอย่างรออยู่ข้างหน้า แต่ผมพร้อมจะรับฟัง” ขณะที่ทรัมป์กล่าวว่า เราจะแก้ไขเรื่องนี้ เราจะประสบความสำเร็จ ผมตั้งตารอร่วมมือกับท่าน และจะต้องลุล่วง”
คิม ยอง ฮยอน ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยดองกุก ในกรุงโซลกล่าวว่า เป็นเรื่องยากมากที่การประชุมครั้งแรกจะสามารถตกลงอย่างเฉพาะเจาะจง แต่ภาพการพบปะครั้งแรกออกมาในทางสร้างสรรค์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก
การพบกันของสองผู้นำที่ขู่ทำสงครามกันตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เป็นวิถีการทูตที่ไม่ธรรมดา ยากจะจินตนาการว่าจะมีวันนี้ได้ หากย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน ในช่วงที่เกาหลีเหนือเดินหน้าทดลองขีปนาวุธพิสัยไกล ทรัมป์ขู่จะถล่มเปียงยาง ด้วยเพลิงและความเดือดดาล ขณะคิมโจมตีทรัมป์ว่าเป็นคนปัญญาอ่อนไม่อยู่กับร่องกับรอย
การประชุมสุดยอดที่สิงคโปร์ อาจเป็นห้วงเวลาสำคัญหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองโลก เทียบได้กับเมื่อครั้งที่ริชาร์ด นิกสัน ผู้นำสหรัฐเยือนจีนในปี 2515 หรือ เมื่อตอน โรนัลด์ รีแกน ผู้นำสหรัฐ ประชุมสุดยอดในปี 2529 กับ มิคฮาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำสหภาพโวเวียต ที่กรุงเรย์ยาววิก ประเทศไอซ์แลนด์




