ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/foreign/329947
โลกร้อนปลูกผักยากผลผลิตหาย 1 ใน 3
ผลศึกษาชี้โลกร้อนจะทำให้ผักหายากขึ้นเรื่อยๆ หากยังไม่เปลี่ยนรูปแบบการปลูก
ผลศึกษาตีพิมพ์ใน Proceedings of the National Academy of Sciences พบว่าแหล่งน้ำและปริมาณน้ำที่น้อยลง และอากาศที่ร้อนขึ้น จะทำให้ผลผลิตพืชผัก อาหารสำคัญต่อสุขภาพ ลดลง 1 ใน 3 ภายในสิ้นศตวรรษ
นักวิทยาศาสตร์คาดว่า หากภาวะโลกร้อนยังดำเนินต่อไปตามคาดการณ์ในปัจจุบัน อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้นอีก 4 องศาเซลเซียสภายในปี ค.ศ.2100 และจะทำให้ผลผลิตผักลดลง 31.5%
บทสรุปในเรื่องนี้อาศัยการประเมินผลศึกษา 174 ชิ้นว่าด้วยการสำรวจผลกระทบสภาพแวดล้อมต่อผลผลิตและสารโภชนาการในผักและพืชตระกูลถั่ว นับจากปี 2518
สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง อาทิ อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นและน้ำขาดแคลน เป็นภัยคุกคามอย่างแท้จริงต่อผลผลิตทางการเกษตรของโลก และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงอาหารและสุภาพประชากรโลก โดยพื้นที่ที่จะกระทบหนักได้แก่ ยุโรปใต้ พื้นที่กว้างใหญ่ในแอฟริกา และเอเชียใต้
นักวิจัยระบุว่า จำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วน รวมถึงการสนับสนุนภาคเกษตรให้เพิ่มขีดความสามารถในการฟื้นตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ที่สำคัญ รัฐบาลทั่วโลกจะต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นอันดับแรก
ผลศึกษาอีกชิ้นในวารสารฉบับเดียวกันระบุว่า อุณหภูมิโลกที่ขยับขึ้น จะทำให้การปลูกข้าวโพด พืชผลที่ปลูกมากที่สุดบนโลก เผชิญความไม่แน่นอนสูง อัตราการเจริญเติบโตลดลง นำไปสู่ภาวะขาดแคลนทั่วโลกและราคาพุ่งทะยาน
ผลศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้ามักมุ่งเน้นที่สภาพภูมิอากาศกับพืช และคราวนี้ นักวิจัยยังมองไปถึงผลพัวพันถึงราคาและความมั่นคงทางอาหารของโลก
ข้าวโพดส่งออกส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา บราซิล อาร์เจนตินาและยูเครน แต่ขณะที่อุณหภูมิโลกจะเพิ่มอีก 4 องศาภายในสิ้นศตวรรษ และหากอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่เปลี่ยนแปลง ก็มีความเป็นไปได้สูงถึง 86% ที่ประเทศส่งออกข้าวโพดหลักเหล่านี้ จะต้องได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า

Pingback: โลกร้อนปลูกผักยากผลผลิตหาย 1 ใน 3 — ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 | tabletkitabesi