ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/291928

ยกระดับเซรามิกไทย สู่มาตรฐานโลกด้วยนวัตกรรม
ประชารัฐ…ยุทธศาสตร์การพัฒนาตามแนวคิดของรัฐบาลโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. สาระสำคัญคือมุ่ง “สานพลัง” ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนา“เศรษฐกิจฐานราก” ให้เติบโตอย่าง “เข้มแข็ง-สมดุล- ยั่งยืน” ภายใต้ 3 เป้าหมาย คือลดความเหลื่อมล้ำพัฒนาคุณภาพคน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
นอกจาก 3 ภาคส่วนข้างต้นแล้ว สถาบันการศึกษา ยังเป็นอีกแรงหนึ่งที่เข้ามาช่วยได้ ดังตัวอย่างโครงการความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กับ กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค้นคว้าและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เซรามิก” แก่กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ย่านภาคกลาง จ.ราชบุรี และ จ.สมุทรสาคร 2 จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตขึ้นชื่อในภูมิภาค
สุเทพ จันทน คณบดีคณะสถาปัตยกรรมและออกแบบ มจพ. กล่าวว่า ทางคณะได้นำองค์ความรู้ด้านการวิจัยนวัตกรรม และเทคโนโลยี ที่ มจพ. มีความพร้อมมากที่สุด มาพัฒนาทำให้ผู้ประกอบการได้รับการถ่ายทอดเทคนิค วิธีการ องค์ความรู้ด้านการพัฒนากระบวนการผลิตและปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์เซรามิก โดยการจัดอบรมให้กับผู้ประกอบการ หารือความเป็นไปได้ในด้านการพัฒนาให้คำปรึกษา รวมถึงการออกแบบและการทำตลาดของอุตสาหกรรมเซรามิก
ที่ผ่านมามีการนำผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในโครงการไปทำการตลาดสองครั้ง ในงาน BIG-BIH และงานASEAN CERAMIC ทั้ง 2 ครั้งจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมไบเทค พบว่าผลงานได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี “บางกลุ่มได้รับการสั่งผลงานในช่วงเวลาเพียง 2 เดือน คิดมูลค่าเป็นเงินถึง 1 ล้านบาท” เลยทีเดียว ชี้ให้เห็นว่า การต่อยอดพัฒนาดังกล่าวมีผลดีต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย
“ที่สำคัญยังเป็นโครงการที่บูรณาการระหว่างผลิตภัณฑ์โอ่งมังกรของจังหวัดราชบุรี กับผลิตภัณฑ์เซรามิกประเภทเบญจรงค์ของจังหวัดสมุทรสาคร อันเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการเซรามิกกลุ่มจังหวัดภาคกลางสามารถออกแบบและพัฒนารูปแบบและลวดลายใหม่ๆ ให้มีความโดดเด่นและแตกต่างกันเพื่อเพิ่มมูลค่าในการส่งออกของประเทศมากยิ่งขึ้น” อาจารย์สุเทพ กล่าว
ขณะที่ แน่งน้อย เวทยพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวในงานปิดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เซรามิกเพื่อการส่งออกของผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคกลาง ณ รร.เซ็นทารา วอเตอร์เกต พาวิลเลียน ประตูน้ำ กทม. ว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตผลิตภัณฑ์เซรามิกของกลุ่มอาเซียนโดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV คือกัมพูชา ลาว เมียนมา(พม่า) และเวียดนาม ซึ่งแหล่งผลิตสำคัญในไทยมีอยู่ 3 จังหวัด คือ ลำปาง ราชบุรี และสมุทรสาคร ทั้งหมดล้วนเป็นแหล่งผลิตเก่าแก่มีประวัติยาวนาน
“โครงการนี้กรมวิทยาศาสตร์บริการ และ มจพ. ประเมินแล้วว่าประสบความสำเร็จ ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมเซรามิกของไทยสามารถเพิ่มยอดการส่งออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศได้ ปัจจุบันตลาดใหญ่ของเซรามิกไทยอยู่ที่สหราชอาณาจักรและประชาคมยุโรป รองลงมาก็คือกลุ่มอาเชียนโดยเฉพาะ CLMV มียอดส่งออกปีละ 790 ถึง 800 ล้านดอลลาร์อเมริกัน หรือ 26,400 ล้านบาท” รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ระบุ
ไม่เฉพาะตลาดต่างประเทศเท่านั้น รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กล่าวต่อไปว่า เซรามิกไทยยังมีการจำหน่ายในประเทศเองปีละนับหมื่นล้านบาท เพราะเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผานั้นนำมาผลิตสินค้าต่างๆ ได้มากมาย อาทิ ลูกถ้วยไฟฟ้า (Electrical Insulator) ใช้ปีละนับพันๆ ล้านบาท ถ้วย ชาม “โอ่งมังกร” สินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดราชบุรี แก้วน้ำ เครื่องเรือนประดับบ้าน วัสดุก่อสร้าง รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนของยานยนต์ต่างๆ มากมาย
ดังนั้นรัฐบาลโดย 3 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เห็นว่าเซรามิกเป็นอุตสาหกรรมเก่าแก่ที่อยู่คู่กับไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน หากโรงงานผู้ผลิตเซรามิกมีความรู้เรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์แล้ว อุตสาหกรรมนี้ก็จะเติบโตเป็นมูลค่าของการส่งออกเป็นแสนล้านบาทได้ไม่ยาก
ตอบโจทย์อีกยุทธศาสตร์ของรัฐบาล นั่นคือ “Thailand 4.0” ที่มุ่งให้ทุกภาคส่วนนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาทำให้สินค้าที่อาจจะดูธรรมดาๆ มีมูลค่าเพิ่มขึ้น!!!
