ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/292325

อำลานางทาส’แคสซินี’ นาซาปล่อยพุ่งชนดาวเสาร์เผา’เอเลี่ยน’
ในที่สุดภารกิจของยานอวกาศ “แคสซินี” ก็ถึงเวลาสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ โดยองค์การนาซ่าคาดว่ายานจะเคลื่อนตัวสู่ชั้นบรรยากาศของ “ดาวเสาร์” ก่อนเผาไหม้ทำลายตัวเองในเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 15 กันยายน 2560
ทั้งนี้ อาจจะมีหลายท่านที่ไม่ได้ติดตามข่าวเกิดความสงสัยว่า “ยานแคสซินี” มีความสำคัญยังไง และทำไมถึงต้องทำลายทิ้งทันทีหลังเสร็จสิ้นภารกิจ วันนี้ “แนวหน้าออนไลน์” รวบรวมคำตอบมาให้ท่านผู้อ่านแล้ว
ทั้งนี้ข้อมูลจาก “สมาคมดาราศาสตร์ไทย” และ “ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ” ระบุว่า “ยานอวกาศแคสซินี” เป็นยานอวกาศที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง “องค์การอวกาศนาซ่า”(NASA) กับ “องค์การอวกาศยุโรป” หรือ “อีซ่า” (ESA) เป็นโครงการสำรวจดาวเสาร์ วงแหวนดาวเสาร์ สนามแม่เหล็กดาวเสาร์ บรรยากาศดาวเสาร์ และสำรวจดวงจันทร์บริวารดาวเสาร์ ซึ่งถูกส่งออกไปนอกโลกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2540

ยานแคสซินีมีชื่อเต็มว่า “แคสซินี-ไฮเกนส์” (Cassini – Huygens) โดยในส่วนของยานแคสซินีเป็นยานโคจรและส่งข้อมูลถ่ายภาพมายังโลก ส่วนยานไฮเกนส์เป็นยานลูกที่ติดไปกับยานแคสซินี
ยานแคสซินี ใช้เวลาเดินทางถึง 7 ปี โดยไปถึงดาวเสาร์เมื่อปี พ.ศ.2547 และเป็นยานของมนุษย์ลำแรกที่ได้ชื่อว่าได้ไปโคจรรอบดาวเสาร์ เนื่องจากยานก่อนหน้าเช่น Pioneer 11, Voyager 1 และ 2 เป็นเพียงการบินผ่านเท่านั้น
เดิมนาซาวางแผนให้ยานแคสซีนีทำงานเพียง 3 ปี ก็เป็นอันจบภารกิจ แต่เนื่องจากสภาพของยานที่ยังคงประสิทธิภาพและใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้นาซาตัดสินต่ออายุภารกิจเรื่อยมา โดยภารกิจหลักของยานแคสซินี คือ การลงไปสำรวจบนพื้นผิว “ดวงจันทร์ไททัน” เป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดของดวงจันทร์ดาวเสาร์ รวมถึงการศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์ อนุภาคที่อยู่รอบดาวเสาร์ อุณหภูมิและการแผ่รังสีรวมถึงองค์ประกอบของชั้นบรรยากาศและวงแหวน ศึกษาสนามแม่เหล็กและดวงจันทร์ของดาวเสาร์

ตลอดระยะเวลาที่ผานมา ยานแคสซินีได้ส่งข้อมูลมายังโลกมากมายเป็นประโยชน์มหาศาลที่เราไม่รู้อีกมาก โดยเฉพาะดวงจันทร์บริวาร 2 ดวงที่อาจจะมีสิ่งมีชีวิต คือ “ดวงจันทร์ไททัน” และ“ดวงจันทร์เอนเซลาดัส” ที่เชื่อว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์ทั้ง 2 ดวง
ส่วนคำถามสำคัญว่า แล้วทำไมต้องทำลายยานทิ้ง ไม่พากลับมายังโลก?
นั่นก็เป็นเพราะภารกิจจากการเข้าไปสำรวจดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ ซึ่งมีข้อบ่งชี้ที่ทำให้เชื่อได้ว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ของนาซาตัดสินใจหาทางกำจัดยานแคสซีนีทิ้งให้สิ้นซากภายหลังจากจบภารกิจ
เพราะเกรงว่า หากปล่อยให้ยานโคจรอยู่รอบดาวเสาร์โดยไร้การควบคุมต่อไป อาจเกิดโอกาสที่ยานจะพุ่งเข้าชนดาวเสาร์หรือดาวบริวาร ซึ่งส่งผลให้ “สิ่งมีชีวิต” จากโลก ขอย้ำว่า จาก “โลก” ที่อาจแฝงอยู่ภายในส่วนใดส่วนหนึ่งของยาน ถูกแพร่ไปสู่สภาพแวดล้อมของดาวดวงนั้นได้
เนื่องจากที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ก็เคยตรวจสอบพบว่ามี “จุลินทรีย์” บางชนิดที่สามารถรอดชีวิตอยู่ได้ในอาวกาศมาแล้ว!
ดังนั้นจึงต้องกันไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการนำ “สิ่งแปลกปลอม” ไปสู่ดาวเคราะห์ดวงอื่น
ใครอาจจะคิดว่านักวิทยาศาสตร์คิดมาก หรือดูหนัง “เอเลี่ยน” มากเกินไป แต่เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์ “ยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้” อย่างเด็ดขาด
นี่จึงเป็นที่มาของการปิดฉากภารกิจ “ยานแคสซินี” ด้วยการปล่อยให้ยานพุ่งเข้าใส่ดาวเสาร์ เพื่อเสียดสีกับชั้นบรรยากาศจนมอดไหม้และสลายไปเอง

5 เหตุผลทำไม “แคสซินี”ถึงเปรียบเสมือน “นางทาส” ของนาซา
นอกจากข้อมูลภารกิจของยานแคสซินีแล้ว เฟซบุ๊กเพจ “สมาคมดาราศาสตร์ไทย” ยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับยานลำนี้ ที่ถือว่าสาหัสสากรรจ์จนเปรียบได้กับเป็น “นางทาส” ขององค์การนาซาเลยทีเดียว รายละเอียดจะเป็นยังไง เชิญติดตาม
….ยานแคสซีนีของนาซาจะปิดฉากภารกิจอันยาวนานเกือบ 20 ปีในวันที่ 15 กันยายนที่จะถึงนี้ หลาย ๆ คนต่างสรรเสริญนาซาว่าได้ใช้ยานลำนี้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และคุ้มค่า
แต่หลายคนกลับเห็นต่างว่านาซาใช้ยานแคสซีนีเยี่ยงทาส เรามาดูกันดีกว่าว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกเช่นนั้น

1. นาซาใช้ความรุนแรงกับมัน
นับตั้งแต่วินาทีแรกที่นาซาปล่อยยานแคสซีนีออกไป ยานก็ถูกแรงดันของจรวดทั้งผลักทั้งดันให้มันเดินทางออกไปไกลแสนไกล ในอวกาศอันไกลโพ้นและโดดเดี่ยว แถมยังไม่ให้ไปดาวเสาร์ตรง ๆ เสียด้วย นาซากลับส่งไปที่ดาวศุกร์ก่อน เพื่อให้ดาวศุกร์ใช้กำลังเหวี่ยงกลับมาโลก แล้วเหวี่ยงนางต่อไปยังดาวพฤหัสบดี ก่อนที่จะไปถึงดาวเสาร์
2. นาซาใช้ให้มันแบกสัมภาระอันหนักอึ้ง
นอกจากมันจะต้องแบกอุปกรณ์ต่าง ๆ นานาไปกับตัวยานแล้ว มันยังต้องแบกลูกรักของนาซาอย่างยานไฮเกนไปกับตัวยานด้วย ซึ่งยานไฮเกนนี้เป็นยานที่ลงไปสำรวจดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ แล้วยังไงต่อ? การค้นพบส่วนใหญ่ก็มาจากเจ้าไฮเกนนี่แหละ ที่ลงไปบนดวงจันทร์ไททันแปบเดียวก็ค้นพบนู่นนี่นั่นสารพัด แล้วแคสซีนีล่ะ? ได้เครดิตมั้ย? ก็ไม่!
3. ยืดเวลาแล้วยืดเวลาอีก
ตอนแรกนาซาวางแผนให้ยานแคสซีนีทำงานเพียง 3 ปี แต่พอทำไปทำมาเห็นว่านางยังมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอยู่เลยใช้งานนางต่ออีก 2 ปีกว่า หลังจากนั้นนางอึด นางยังใช้งานได้ นาซาก็ทำเหมือนเดิม ขยายเวลาทำงานของนางต่ออีกเกือบ 7 ปี! แล้วนางต้องทำงานอย่างไม่หยุด แล้วไง? พอครบเวลา นาซาเห็นว่านางยังไม่ตายหนิ เลยต่ออายุโครงการอีกเกือบ 5 เดือน เรียกว่าเอาให้คุ้มจริง ๆ
4. สั่งไปทำภารกิจเสี่ยงตาย
ในช่วงการต่ออายุโครงการรอบสุดท้าย นาซาเห็นว่าชีวิตนางก็ร่อแร่ละ ไม่น่าจะอยู่ได้อีกนาน นาซาเลยสั่งให้นางไปทำภารกิจเสี่ยงตายที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน! ไม่ว่าจะเป็นบินผ่านช่องว่างระหว่างดาวเสาร์กับวงแหวนเอย หรือแม้กระทั่งบินผ่านฝุ่นละออง ไอน้ำที่พุ่งออกมาจากดวงจันทร์เอนเซลาดัสแบบนี้ คือนางใกล้หมดอายุขัยเต็มทีจะให้พักผ่อน ทำงานเบา ๆ ก็ไม่ได้
5. ชีวิตเลือกไม่ได้ ถูกบงการให้ฆ่าตัวตาย
นอกจากชีวิตของนางจะถูกใช้งานอย่างทารุณไร้ความปราณี นางยังเลือกใช้ชีวิตปลายทางของนางเองไม่ได้ เพราะนาซาเห็นว่าไหน ๆ พลังงานของนางก็ใกล้จะหมดแล้ว ก็ให้นางฆ่าตัวตายจบ ๆ ไปเลยซะแล้วกัน พร้อมกับสั่งให้นางหันหัวพุ่งเข้าหาดาวเสาร์อย่างไร้ความปราณี ให้นางโหม่งลงดาวเคราะห์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองในระบบสุริยะโดยไม่คิดถึงความกดดันจากชั้นบรรยากาศอะไรทั้งสิ้น

แถมยังมีหน้ามาสั่งให้นางเก็บข้อมูลและส่งข้อมูลก่อนตายมากลับมาหาโลกให้ได้มากที่สุดเสียด้วย! แล้วก็ทำมาเป็นตั้งชื่ออย่างยิ่งใหญ่ให้กับการฆ่าตัวตายครั้งนี้ว่า The Grand Finale เพื่อที่จะทำเหมือนยกย่องยานแคสซีนี ทั้ง ๆ ที่ตัวเองใช้งานอย่างหนักหนามาเกือบ 20 ปี
ส่วนพวกเราจะทำไงได้? พรบ.คุ้มครองยานอวกาศก็ยังไม่มี พวกเราก็คงได้แต่สงสารนาง หวังว่ายานแคสซีนีจะไปพักผ่อนอย่างสงบบนดาวเสาร์
แต่ที่ทำได้แน่ ๆ ก็คือ มาตามดูการฆ่าตัวตายของนังทาสของนาซาลำนี้กัน ในวันศุกร์ที่ 15 กันยายนนี้ ช่วงประมาณ 4 โมงเย็นประเทศไทย สมาคมดาราศาสตร์ไทยกับท้องฟ้าจำลองจะจัดการบรรยายเรื่องนี้ด้วยนะ ที่ท้องฟ้าจำลองเอกมัย ไปง่าย ๆ แค่ลง BTS สถานีเอกมัย ใครสนใจก็ไปลองฟังกันได้นะครับ แล้วจะรู้ว่านังทาสลำนี้ทำประโยชน์ให้กับพวกเราขนาดไหน แล้วนาซาใช้งานมันอย่างโหดร้ายเพียงใด
R.I.P. ล่วงหน้านะ Cassini

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
– เฟซบุ๊กเพจ สมาคมดาราศาสตร์ไทย
– เฟซบุ๊กเพจ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ – Bangkok Planetarium