ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/292488

‘NGIM’(งิม)โมเดล พัฒนาชุมชน..โดยชุมชน
“ชุมชน” หน่วยย่อยทางสังคมที่ใหญ่ขึ้นมาอีกระดับหนึ่งจากหน่วยเล็กที่สุดอย่างครอบครัว การพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งและมีคุณภาพ จึงมีความสำคัญและเป็นรากฐานไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป ซึ่งหัวใจสำคัญคือการทำให้ชุมชน “พึ่งพาตนเอง” (self-reliance) ในการคิดตัดสินใจและดำเนินการแก้ไขปัญหา จนสามารถตอบสนองความต้องการของตนเองและส่วนรวม
“เทศบาลตำบล (ทต.) งิม” ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ปง จ.พะเยา ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีความพยายามพัฒนาชุมชนของตนให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งทีมงาน “แนวหน้าวาไรตี้” มีโอกาสไปเยี่ยมชมเมื่อไม่นานนี้ โดยหลักคิดของ ทต.งิม มีอยู่ 4 ด้าน คือ 1.ยึดธรรมาภิบาล 2.สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน 3.มุ่งสร้างต้นแบบเพื่อขยายงาน 4.การน้อมนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
นิภาวรรณ์ หายทุกข์ ปลัดเทศบาลตำบลงิม กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาของ ทต.งิม ที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “NGIM โมเดล” ที่แบ่งเป็น 4 ตัวอักษรในภาษาอังกฤษของคำว่า “งิม” ประกอบด้วย “N-Natural” คือการพัฒนาที่สอดคล้องกับ “ธรรมชาติ” หรือต้นทุนทางสังคมที่ชุมชนมีอยู่, “G-Good governance” การบริหารและดำเนินการงานต่างๆ ในชุมชน ยึดหลัก “ธรรมาภิบาล” อย่างจริงจัง,

“I-Integration” ทำงานแบบ “บูรณาการ” ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และภาคีเครือข่ายต่างๆ ทั้งในด้านบุคลากร ทรัพยากร เครื่องมืออุปกรณ์ งบประมาณ และองค์ความรู้ และ “M-Management” เน้นการมีส่วนร่วมในการ “บริหารจัดการ” ภายในชุมชน อีกทั้งยังยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทั้ง 4 ประการ มุ่งหมายให้ ทต.งิม มีความเป็นชุมชนธรรมาธิบาลอย่างสมบูรณ์
ตัวอย่างโครงการในชุมชนที่น่าสนใจ..เนื่องจากใน ทต.งิม มีผู้สูงอายุอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีการจัดตั้ง“โรงเรียนสร้างสุข” ซึ่งเป็นการจัดชั่วโมงเรียนที่เปรียบเหมือนโรงเรียนให้กับผู้สูงอายุ เป้าหมายของโครงการนี้คือแทนที่จะให้ผู้สูงอายุ “อยู่บ้านเฉยๆ” ไปวันๆ ก็จัดให้มีกิจกรรมขึ้น เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความสุข ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เรียกว่า “Wood Song” หรือการเคาะไม้ให้เข้ากับจังหวะเพลง
สาวิตรี พวงจำ ครูโรงเรียนเทศบาลตำบลงิม อธิบายว่า Wood Song เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งในการเรียนการสอน ที่บริหารสมองให้กับผู้สูงอายุ ช่วยให้สมองได้ออกกำลัง ทำให้สมองตื่นตัวและเรียนรู้ได้ดีขึ้น เพราะเป็นการฝึกการบังคับสมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาให้เข้ากับจังหวะ แรกเริ่มเดิมทีนั้น Wood Song เป็นนวัตกรรมที่คิดค้นมาเพื่อฝึกสมาธิและการเรียนรู้ของเด็ก จึงคิดว่าน่าจะนำมาใช้กับผู้สูงอายุได้เช่นกัน สำหรับ ทต.งิม นั้นเริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2559
“ที่ผ่านมาสำหรับเด็กที่ลองใช้ Wood Song ทำให้เด็กมีสมาธิในการเรียนมาขึ้น และทำให้ผลการเรียนดีขึ้น ทำให้นักเรียนมีความสุขในการเรียน เมื่อผู้สูงอายุนำมาใช้ก็จะทำกระตุ้นให้ผู้สูงมีความสนุกสนานมากขึ้น และยังเป็นการออกกำลัง เนื่องจากเป็นการนวดกล้ามเนื้อ” อาจารย์สาวิตรี กล่าว
ขณะที่ ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ความเห็นว่า
“NGIM โมเดล” คือการประกาศนโยบายสำหรับตำบล โดยมุ่งหวังว่าจะเป็น “ชุมชนน่าอยู่” และความน่าสนใจคือเป็นการพัฒนาใน “รูปแบบเฉพาะ” ของ ทต.งิม ไม่ได้ลอกเลียนแบบใครมาทั้งสิ้น เนื่องจาก ทต.งิม นั้นเป็นพื้นที่ห่างไกล และมีการจัดการศึกษาด้วยตนเอง
“ถ้าเราผนวกแหล่งเรียนรู้ทุกแหล่ง จะพบว่าประชากรมากว่าร้อยละ 50 มีส่วนร่วมในชุมชน ซึ่งมีความเป็นพลเมืองสูง เช่น เรื่องขยะถ้าเป็นที่อื่นจะเริ่มต้นจากการฝึกการคัดแยก ส่วนที่เทศบาลตำบลงิมทำเป็นตัวนโยบาย แสดงว่ามีต้นทุนความเป็นพลเมืองสูง จากประสบการณ์ที่ได้มาทำวิจัยในตำบลงิม จะพบว่าสมาชิกในระดับครัวเรือนมีความตื่นตัวสูง ในการที่จะทำให้ชุมชนมีความอยู่ดีมีสุข” ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. ฝากทิ้งท้าย
SCOOP@NAEWNA.COM