ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/293657

รายงานพิเศษ : ขอนแก่นรวมใจ ร่วมรักษ์น้ำ The Journey ตั้งต้นสู่การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
เอสซีจีผสานพลังชุมชนคนขอนแก่นร่วมกิจกรรม “รักษ์น้ำ The Journey สานต่อที่พ่อทำ สร้างฝายทั่วไทย” ที่ขอนแก่น ส่งมอบองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำและการสร้างฝายชะลอน้ำให้กับชุมชน เพื่อขยายผลในพื้นที่อย่างเหมาะสม สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน
กิจกรรม “รักษ์น้ำ The Journey สานต่อที่พ่อทำ สร้างฝายทั่วไทย” เป็นการสืบสานพระราชปณิธานการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากนำตัวแทนชุมชนและเยาวชนของ จ.ขอนแก่น กาญจนบุรี และนครศรีธรรมราช ไปศึกษาเรียนรู้ การสร้างฝายชะลอน้ำที่ จ.ลำปาง และแนวทางการสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ จากศูนย์การศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อนำความรู้มาดำเนินการต่อในพื้นที่บ้านเกิด
โดยชาวบ้านใน ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น จะอาศัยน้ำตามฤดูกาลประกอบอาชีพการเกษตร ในช่วงฤดูแล้งซึ่งมีน้ำไม่เพียงพอที่จะทำการเกษตร ชาวบ้านต้องอพยพออกไปขายแรงงานยังต่างถิ่น เอสซีจีจึงเห็นว่าการสร้างฝายชะลอน้ำ เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ซึ่งเป็นที่ราบสูง เนื่องจากฝายชะลอน้ำจะช่วยทำให้พื้นดินชุ่มชื้น และกักเก็บน้ำให้อยู่ในพื้นที่ได้นานที่สุด เมื่อมีน้ำชาวบ้านก็สามารถที่จะทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยที่ไม่ต้องอพยพไปขายแรงงานยังต่างถิ่น นอกจากนี้สมาชิกในชุมชนยังมีแผนที่จะทำแก้มลิง และเชื่อมต่อระบบจ่ายน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียง ส่งน้ำมาเก็บกักไว้ในแก้มลิง เพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำอุปโภค บริโภครวมทั้งน้ำเพื่อการเกษตรอย่างเพียงพอ
นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี แพคเกจจิ้ง กล่าวถึงแนวคิดการสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ ว่า นับเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารจัดการน้ำของชุมชนในหลายๆ พื้นที่ เพราะฝายชะลอน้ำทำให้พื้นดินชุ่มชื้นและกักเก็บน้ำให้อยู่ในพื้นที่ได้นานที่สุด เมื่อมีน้ำและสามารถเก็บน้ำไว้ได้ ก็ทำให้การเพาะปลูกได้ผลผลิตดีมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามมาเหมือนอย่างชุมชนต้นแบบในจังหวัดลำปางที่เอสซีจีได้พาไปเรียนรู้
สำหรับกิจกรรมที่ ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลังสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อฟื้นคืนความชุ่มชื้นให้ป่าต้นน้ำของชุมชน ซึ่งจากนี้ทางชุมชนก็ได้ร่วมกันวางแผนจัดทำแก้มลิง และเชื่อมต่อระบบน้ำ เพื่อให้มีน้ำใช้ทำการเกษตรอย่างพอเพียงในอนาคต ซึ่งตรงตามแนวทางพระราชดำริ “หาน้ำให้ได้” “เก็บน้ำไว้ใช้” และ “ใช้น้ำให้เป็น”
ด้าน นายพิชาญ ทิพวงษ์ ผู้ประสานงานลุ่มน้ำชี คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำชุมชนป่า ภูถ้ำ ภูกระแต มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า พื้นที่อีสานส่วนใหญ่มีปัญหาน้ำแล้ง และปัญหาน้ำหลาก ต้องวางแผนการบริหารจัดการน้ำเป็นภาพรวม ต้องศึกษาภูมิประเทศ เข้าใจปัญหา โดยพื้นที่ ต.หวาน ควรเริ่มต้นจากทำฝายชะลอน้ำ หรือฝายชะลอความชุ่มชื้น สู่การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างยั่งยืน
สิ่งที่สำคัญต้องทำให้ชุมชนเห็นภาพรวม ให้ความรู้ความเข้าใจเขา เชื่อว่าองค์ความรู้และประสบการณ์จากมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในการทำผังน้ำ การสำรวจเส้นทางน้ำ และวิเคราะห์ตัวเลขการใช้น้ำ จะช่วยเหลือให้ต่อยอดไปสู่การพัฒนาการบริหารจัดการน้ำได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
การเดินทางของ “รักษ์น้ำ The Journey” ยังไม่จบเพียงเท่านี้ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่เอสซีจีสนับสนุนจุดประกายชุมชนต่างๆ ในประเทศไทย ส่งเสริมสร้างความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากรในชุมชน เสริมความเข้มแข็ง สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนต่อไป