ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/293685

ส่องพิกัด‘ปู’หนี ฤา…นารีจะขี่ม้า ข้ามสะพาน‘บ้านโคกสะแบง’
“…ยังไม่ทราบพิกัดที่แน่นอนว่าออกไปยังจุดใด คาดว่าเป็นช่องทางธรรมชาติ ที่นักเล่นการพนันมักใช้ข้ามเป็นประจำ และมีรถมารับช่วงต่อไป…”
ข้างต้นเป็นคำกล่าวของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ระบุถึงข้อมูล “เส้นทาง” หลบหนีออกนอกประเทศของ “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี
เป็นข้อมูลที่ “บิ๊กป้อม” ได้รับรายงานเบื้องต้นจาก “บิ๊กปู” พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ที่นำกำลังเข้าเชิญตัว พร้อม “เค้นสอบ”นายตำรวจยศ “พ.ต.อ.” ตำแหน่งรองผู้บังคับการ(รอง ผบก.) นายหนึ่ง
รวมถึงนายตำรวจยศ “พ.ต.ท.” และ “ด.ต.” สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมรถยนต์โตโยต้า แคมรี่ สีบรอนซ์ ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยขับพา “อดีตนายกฯปู” หลบหนีไปเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา
ข้อมูลจากการเค้นสอบ “นายตำรวจ” ที่ถูกระบุว่าอาจรับหน้าที่ “โชเฟอร์” ขับพาอดีตนายกฯหญิง หลบหนี ยังระบุว่าเบื้องต้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะ นั่งรถจากบ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 ไปเปลี่ยนรถที่ย่านมีนบุรี จากนั้นมีการ “เปลี่ยน” ใช้รถยนต์อีก 1 คัน ซึ่งมีรูปทรงและสีคล้ายคันที่ยึดได้ เพื่อ “อำพราง” การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
แล้วใช้เส้นทาง “ถนนสุวินทวงศ์” มุ่งหน้าสู่ “เมืองแปดริ้ว” จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนออกนอกประเทศทางชายแดน “อรัญประเทศ” จ.สระแก้ว ในช่วงเวลาหลัง “ด่านปิด”
นั่นทำให้ “เส้นทางหลบหนี” ของอดีตนายกฯหญิงที่เคยถูกยกให้เป็น “นารีขี่ม้าขาว” ชัดเจนมากขึ้น และยิ่งชัดเจนมากขึ้นกว่านั้นว่า “ยิ่งลักษณ์” ไม่ได้ใช้ช่องทาง “ด่านปกติ” ในการหลบหนี เพราะข้อมูลจากหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)“ปอยเปต” ย้ำหนักแน่นว่า…
เมื่อด่านปิด “ประตู” ก็ยากจะเปิด!!!
เพราะเมื่อด่านพรมแดนอรัญประเทศ ปิดในเวลา 22.00 น. บริเวณริม “สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา” ฝั่งไทย จะมีประตูเหล็กสูง 2 เมตรเศษ ก็จะ “ปิดตาย” ใส่กุญแจอย่างแน่นหนา
ที่สำคัญ คือ “ลูกกุญแจ” เปิดประตูเหล็กก็ไม่ได้อยู่ที่เจ้าหน้าที่ ตม. โดยลูกกุญแจมี 2 ดอก ต้องไขพร้อมกัน อยู่ที่เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรอรัญประเทศ 1 ดอก และอยู่ที่เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 1201 อีก 1 ดอก หากจะเปิดประตูด่านได้ต้องมี 2 หน่วยงานนี้เป็นผู้เปิดพร้อมกัน
อีกทั้ง แม้ฝั่งไทยจะเปิดประตูได้แล้ว ก็ต้องได้รับความยินยอมจาก “ฝั่งกัมพูชา” ด้วย เพราะริมสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ฝั่งกัมพูชา ก็มีประตูเหล็กล็อกกุญแจอย่างแน่นหนาเช่นกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่อดีตนายกฯจะขึ้นรถเก๋งแล้วหลบหนีออกไปทางด่านพรมแดนอรัญประเทศ หลังปิดด่านไปแล้ว
เมื่อประกอบกับคำกล่าวของ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ที่ระบุว่า…
“สำหรับช่องทางธรรมชาติบริเวณ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีคลองลึกที่มีความกว้างประมาณ 1 เมตร 50 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าสามารถใช้ข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านได้ทุกจุด แต่เป็นไปได้หรือไม่ที่อดีตนายกฯ จะลงจากรถแล้วเดินข้ามคลองไป ผมไม่ทราบ”
ที่สุดแล้วจึงค่อนข้างแน่ชัดว่า “ยิ่งลักษณ์” น่าจะใช้ “ช่องทางธรรมชาติ” เป็นเส้นทางหลบหนี
ว่าแต่เป็นช่องทางใด!?!?!?
หาก “ล็อกพิกัด” ไปที่พื้นที่ “อรัญประเทศ” ตามที่ “ขบวนการนำพา” เปิดปากสารภาพ พบว่า ตลอดเส้นทาง “ถนนศรีเพ็ญ” ซึ่งเป็นถนนเลียบแนวชายแดนพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จะพบ “ช่องทางธรรมชาติ” ข้ามสู่กัมพูชา หลายจุดในหลายพื้นที่ เช่น บ้านท่าข้าม บ้านโนนสาวเอ้ บ้านแสนสุข บ้านหนองเอี่ยน บ้านหนองปรือ…
ทว่า…ช่องทางหลบหนีของ “ยิ่งลักษณ์” ที่หน่วยความมั่นคงมองว่ามีความ “ใกล้เคียง” มากที่สุด น่าจะเป็นที่…
บ้านโคกสะแบง!!!
แหล่งข่าวจากหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ระบุว่า พื้นที่ “บ้านโคกสะแบง” สามารถข้ามไปยังฝั่งกัมพูชาได้ไม่ยาก เนื่องจากเป็นเขตชายแดนอยู่ตรงข้าม “ปอยเปต” อ.อูร์ชเรา จ.บันทายมีชัย ประเทศกัมพูชา มีเพียง “คลองห้วยพรหมโหด” เป็นคลองกั้นแนวชายแดนเท่านั้น
ที่สำคัญมี “สะพานไม้ชั่วคราว” ที่ใช้ข้ามคลองห้วยพรหมโหด ข้ามไปยังฝั่งกัมพูชาได้ไม่ยาก เส้นทางนี้บรรดา “ผีพนัน” มักใช้เดินทาง “หลบ” ข้ามไปมาจากฝั่งไทยเข้าไปยัง “บ่อนกาสิโน” ในช่วงที่ด่านปิด
ขณะที่ “ผีพนัน” รายหนึ่ง บอกว่า เคยใช้เส้นทางนี้เดินทางข้ามไป “เสี่ยงโชค” ในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต เนื่องจากด่านปกติปิดแล้ว ถามว่า “ง่าย” หรือไม่กับการใช้เส้นทางนี้ จะบอกว่าง่ายก็ได้ เพราะเส้นทางมายัง “สะพานไม้” นั้น แทบจะไม่มี “ด่าน” หรือการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เพียงแต่การจะข้ามผ่าน “ด่านเถื่อน” นี้ ต้องใช้ “เงิน” เป็นใบเบิกทาง สนนราคาอยู่ในหลัก 1,000-3,000 บาทต่อคน
เมื่อข้ามไปแล้ว จะมีคนที่ประสานกันไว้แต่แรกนำ “รถ” มารอรับ เข้าไปยังบ่อนกาสิโน
เพียงเท่านี้ก็เข้าไป “เสี่ยงโชค” ได้อย่างสบาย ซึ่งไม่เพียงแต่ “ผีพนัน” เท่านั้น ที่ผ่านมาก็มีบรรดา “นักโทษ” หนีคดี ที่ใช้เส้นทางนี้…
“เล็ดรอด” พ้นเงื้อมมือของกฎหมายเช่นกัน!!!
ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์