ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/293600

เพาะเห็ดแครงอินทรีย์ ทานได้ตลอดทั้งปี มุ่งเป้าตลาดจีนเจาะกลุ่มคนรักษ์สุขภาพ
เห็ดแครง ส่วนใหญ่ขึ้นตามธรรมชาติในช่วงที่แล้งจัดจากนั้นมีฝนตกในความชื่นที่เหมาะสม ทำให้ชาวบ้านมักจะเข้าไปหาในป่ามาทำกินและขาย ซึ่งใน 1 ปี จะหาทานได้เท่านั้น แต่มาวันนี้กลุ่มเพาะเห็ดแครงอินทรีย์ ตั้งอยู่เลขที่ 177 ม.3 บ้านบ่อหิน ต.เขาขาว อ.ละงู จ.สตูล ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมีเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน หวังเพาะเห็ดเพื่อตอบโจทย์คนชอบกินเห็ดแครงชนิดนี้ให้กินตลอดทั้งปี


วิธีเพาะเห็ดแครงอินทรีย์ เริ่มจากการทำก้อนเชื้อเห็ดแครง ประกอบด้วยขี้เลื่อย 100 กก. รำข้าวละเอียด 50 กก. ภูไมท์ 2 กก. ดีเกลือ และปรับความชื้นด้วยน้ำ 50-60% หลังจากนั้นได้ส่วนผสมแล้วบรรจุใส่ถุงพลาสติกขนาด 6.5 X 10 นิ้ว ประมาณ 3 ใน 4 ของถุง หรือน้ำหนัก 600 กรัมต่อถุง แล้วนำไปนึ่งในหม้อนึ่ง อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3-4 ชม. นับจากน้ำเดือดเมื่อครบกำหนดเวลา พักไว้ให้เย็นแล้ว ลำเลียงไปไว้เขี่ยเชื้อ แล้วรีบใส่เชื้อ อย่าให้เกิน 24 ชม. จะทำให้การปนเปื้อนของเชื้อสูง เห็ดแครงจะใช้เวลาบ่มก้อนเชื้อ 15-20 วัน เชื้อก็จะเดินเต็มก้อน พร้อมที่จะนำไปเปิดดอก
วิธีการเปิดดอกเห็ดแครง โดยจะทำการเปิดดอกในโรงเรือน 4 X 8 เมตร การเปิดดอก เริ่มจากนำก้อนเชื้อเข้าสู่โรงเรือน ดึงจุกพลาสติกที่ปิดก้อนเชื้อออกแล้วใช้ยางรัดปากถุงแทน จากนั้นกรีดถุงก้อนเชื้อเป็นแนวยาว 6-7 แนว เป็นเส้นแยงมุม 3 วันแรก รดน้ำที่พื้นและผนังโรงเรือนเพื่อเพิ่มความชื้นในโรงเรือนเพราะในระยะแรกตรงบริเวณรอยกรีดเส้นใยจะขาด ต้องรอให้เส้นใยเจริญประสานกันก่อน ถ้ารดน้ำไปถูกก้อนเชื้อ อาจจะทำให้น้ำเข้าไปบริเวณรอยกรีด ก้อนเชื้อเห็ดอาจจะเน่าเสียหายได้ เห็ดแครงจะออกได้ดีในอุณหภูมิ 30-35 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 80% ซึ่งก็หมายความว่า เห็ดแครงจะออกดอกได้ตลอดได้ดีนั่นเอง หลังจากรดน้ำ 3 วันแล้ว เปลี่ยนมาเป็นการให้น้ำแบบพ่นฝอยหรือสเปรย์น้ำแทน ถ้าไม่มีระบบน้ำต้องใช้ถังพ่น น้ำเปล่า ทำเช่นนี้ทุกวันไม่เกิน 8 วัน นับจากวันเปิดดอก

การเก็บดอกเห็ดแครง จะเก็บได้ 2-3 ครั้ง นับจากวันที่ทำการเปิดออก 7-8 วัน ให้ตัดเชื้อออกทั้งหมด จากนั้นก็กระตุ้นดอกต่อ โดยให้น้ำที่ก้อนเห็ดทุกวันติดต่อกัน 7 วัน ออกเห็นแครงก็จะออกมาพร้อมจะเก็บได้อีกครั้งและจะเก็บดอกเห็ดแครงได้เหมือนเดิมแต่อาจจะมีขนาดเล็กลง คุณภาพลดลง จึงควรเก็บดอกเพียง 2 รุ่น แล้วรื้อก้อนเห็ดทิ้งเลย นำก้อนเห็ดชุดใหม่เข้าแทน โดยปริมาณดอกเห็ดต่อก้อนอยู่ที่ 1 – 1.5 ขีด

นางวิไลภรณ์ ชำนาญเพาะ อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 294 ม.3 ต.เขาขาว อ.ละงู จ.สตูล เล่าว่า หลังเสร็จภารกิจงานภายในบ้าน งานสวนปาล์มและสวนยางพารา ได้มาร่วมกลุ่มโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ โดยตนทำหน้าที่ถนัดคือใช้แรงงานในการทำก้อนเชื้อเห็ดแครง ตามสูตรผสมขี้เลื่อยและรำข้าวละเอียดและส่วนต่าง ๆ ที่เป็นส่วนผสม ส่วนใหญ่จะให้เวลากลางคืนหลังเสร็จภารกิจที่บ้าน ในช่วงเร่งทำก้อนเชื้อเห็ดแครง จะให้ลูกๆ มาช่วยทำ 200 วันติดต่อกันเคยทำมากถึง 800 ลูก ทุกคนก็มีรายได้ร่วมกัน

นายสำราญ แคยิหวา สมาชิกในกลุ่มคู่ชีวิตประธานกลุ่ม วัย 38 ปี เล่าว่า ทางกลุ่มจะใช้บ้านในการทำโรงเพาะเห็ดและโรงเรือนจะใช้เหล็กเป็นโครงสร้างเพื่อป้องกันแมลงที่จะมาทำลายเห็ดได้ วิธีการดูแลเห็ดจะเน้นความชื้นและอุณหภูมิมากกว่า ความชื้นสัมพัทธ์ที่ 80 โดยตั้งองศาที่ 30-40 นอกจากนี้มีวิธีควบคุมอุณหภูมิโดยใช้เครื่องพ่นหมอกทุก 1 ชม. จะทำงาน 10 นาที หากความชื้นไม่เหมาะสมจะมีเครื่องช่วยปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับเห็ด เพราะนั่นหมายถึงเห็ดอาจจะไม่ให้ดอกเลยก็ได้ การเก็บเห็ดในแต่ละรอบต้องมีการพักล้างโรงเรือนเพื่อทำความสะอาดด้วยน้ำส้มควันไม้ เนื่องจากว่าจะมีตัวไรที่จะทำให้เห็ดเกิดโรคได้ง่าย โดยจะเน้นคุณภาพของผู้บริโภคเป็นหลัก การให้ผลผลิตที่เร็วเพียง 7 วัน ก็ให้ผลผลิตแล้ว เราจึงเลือกที่จะเพาะเห็ดแครง เนื่องจากสามารถต่อยอดทำผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบ หากขายเห็ดสดไม่ทัน ก็สามารถตากแห้งหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบ



สำหรับเมนูเห็ด ที่ทางน้องกุลประธานกลุ่มและทางกลุ่มฯ จะปรุงให้ดูและชิมกันวันนี้คือ“ห่อหมกเห็ดแครงอินทรีย์ย่าง” เครื่องปรุงไม่มีอะไรยุ่งยาก ซึ่งก็มีอยู่ริมรั้วในครัวเรือน ประกอบด้วย พริกขี้หนูแห้ง เกลือ ตะไคร้ ขมิ้น กระเทียม โขรกเข้ากันจนแหลกพอสมควร ก่อนตักใส่ชามใบใหญ่จากนั้นใส่กะทิลงไป ตอกไข่ไก่ใส่ไปตามสัดส่วนของเห็ดที่จะปรุงให้เผ็ดมากน้อยตามใจชอบ แต่ครั้งนี้ค่อนข้างเผ็ดปานกลาง คุกเคล้าให้เข้ากันปรุงรสชาติตามชอบแล้ว ตักใส่ใบตองที่เตรียมไว้รองด้วยใบผักที่ชื่นชอบ โดยวันนี้ได้เตรียมใบโหรพา ใบเล็กครุฑ และใบชะพู ที่สามารถนำมารองก่อนตักเห็ดแครงที่ผ่านการปรุงรสแล้ววางทับแล้วห่อ กลัดด้วยไม้หัวและท้ายก่อนนำไปย่างไฟเตาถ่ายอ่อน ๆ คอยกลับไปมาระวังอย่าให้ไหม้ซะก่อน เมื่อย่างได้ที่ได้กลิ่นหอมยกลงจากเตาแกะชิมทานกับข้าวร้อน ๆ อร่อยหนึบ ๆ บางคนบอกคล้ายเนื้อหอยขาว หวานอร่อยหนึบกว่าเห็ดนางฟ้า
สำหรับเห็ดแครงนอกจากเมนูห่อหมกเห็ดแครงอินทรีย์ย่างแล้ว เมนูผัดกะเพรา แกงคั่วกะทิ กุ้ง ไก่ เนื้อตามใจชอบ ก็อร่อยตามแบบฉบับคนใต้กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเจริญอาหารทีเดียวเลยค่ะ น้องกุล บอก

นางสาวนิภาพร สุวรรณสถิตย์ น้องกุล อายุ 38 ปี ประธานกลุ่มเพาะเห็ดแครงอินทรีย์ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำเห็ดแครง ที่ทุกคนก็จะทราบดีว่า ใน 1 ปีจะหาทานได้ปีละครั้ง ช่วงแล้งและมาฝนตกจะมีเห็ดขึ้นตามสวนยางพาราและส่วนตัวชอบความสวยงามของเห็ดอยู่แล้ว ทั้งเห็ดนางฟ้าและเห็ดต่าง ๆ จึงคิดอยู่นานในขณะนั้นว่าจะเพาะเห็ดอะไรดี ก่อนตัดสินใจศึกษาอย่างจริงจังในการเพาะเห็ดแครง เนื่องจากเป็นคนชอบกินเห็ดแครงอยู่แล้วและไม่ชอบที่ทุกครั้งพบหนอนหรือแมลงบนเห็ด จึงเลือกที่จะศึกษาในการเพาะเห็ดในโรงเรือน เพื่อทานในหมู่บ้านและคนทั่วไป
สำหรับตลาด หากมีการทำจริงจังได้มีการติดต่อกับตลาด อตก.ที่จะรองรับหากเราส่งขายเห็ดที่มีคุณภาพและโตพอสมควร แต่ขณะนี้ทำขายให้แม่ค้าในพื้นที่และคนที่สนใจกินเท่านั้น ส่วนที่เหลือก็จะอบแห้งบ้างเพื่อไว้ใช้ในการแปรรูปขั้นตอนต่อไป
ที่จุดแห่งนี้จะมีบริการอัดก้อนเชื้อขาย และมีแบกรีดดอกให้กับลูกค้าที่ต้องการดอกสดหรือแบบแห้งก็มีจำหน่าย สามารถติดต่อได้โดยส่งขายก้อนละ 10 บาท ดอกสดกิโลกรัมละ 200 -250 บาท ส่วนอบแห้งขีดละ 200 บาทกิโลกรัมละ 2,000 บาท แม้จะเพิ่งเริ่มทำไม่นานกระแสตอบรับค่อนข้างดีมาก อีกทั้งน้องๆ ลูกหลานในหมู่บ้านมาช่วยกันทำมีรายได้ว่าจ้างอัดลงถุงเพาะเชื้อ ส่วนสมาชิกมี 36 คน ก็จะได้เปอร์เซ็นต์จากการขายเห็ดแครงในครั้งนี้ด้วย อนาคตก็หวังหากมีผลผลิตมากพอจะส่งไปเปิดตลาดในประเทศจีนเนื่องจากพบว่า เป็นประเทศที่นิยมทานอาหารเพื่อสุขภาพกันเป็นจำนวนมาก และเปิดเป็นแหล่งศึกษาดูงานให้กับผู้ที่ชื่นชอบและนิยมทานเห็ด พร้อมแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเห็ดเพื่อจำหน่ายให้หลากหลายมากยิ่งขึ้นและแม้จะมีงานวิจัยจากหลายสถาบันว่า มีสรรพคุณทางยาของเห็ดแครงมีมากมายแต่ทางกลุ่มก็ได้ส่งผลเพาะเห็ดให้ทางผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันที่น่าเชื่อถือยืนยันในสรรพคุณเห็ดแครงนี้อีกครั้ง

สำหรับเมนูเห็ดแครง พบว่าทำได้หลายอย่าง แกงคั่วไก่ คั่วกุ้ง จากที่ศึกษาเมนูอาหาร สามารถทำห่อหมกเห็ดแครงปลากระป๋องหรือใส่ไข่ก็ทำได้หรือจะใช้เป็นเมนูสุขภาพ ผัดกะเพรา ผัดฉ่า ใช้เห็ดแครงแทนเนื้อไก่ได้สบาย ส่วนห่อหมกเห็ดแครงย่างก็ทำง่ายเครื่องปรุงมีอยู่รอบบ้านสามารถทำทานเองได้
ท้ายนี้ น้องกุล ได้ฝากถึงเกษตรกรที่เพาะเห็ดขายให้หมั่นพักทำความสะอาดโรงเรือนให้บ่อยครั้งป้องกันตัวไร และดูแลสุขภาพทั้งผู้เป็นเกษตรกรเองด้วยการสวมเสื้อผ้าให้มิดชิดเพื่อไม่ให้ตัวไรเข้าหูหรือ ตาได้
สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ศึกษาดูงานได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 099-318-2744 และ 081-609-6986