ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/294599

จาก23สิงหาฯถึง27ก.ย. ย้อนเส้นทาง‘ปู’หนี ก่อนถึงวันอวสาน
“ปู” ไปไหน.?
“ยิ่งลักษณ์”…Where are you.?
กลายเป็น “คำถาม” ที่รอคอย “คำตอบ” ที่ชัดเจนมาเกือบ 1 เดือนเต็ม นับตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.60 ซึ่งถูกระบุว่าเป็นวันที่ “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เข้ารับฟังคำตัดสินคดี “ทุจริตจำนำข้าว” ท่ามกลางข่าวที่ยืนยันได้ว่าอดีตนายกฯหญิง “นารีขี่ม้าขาว” จรลีหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว
จนกระทั่งถึงวันนี้(27 ก.ย.60) ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษา “คดีจำนำข้าว” เลื่อนมาจากเมื่อวันที่ 25 ส.ค.60 “ยิ่งลักษณ์” ก็ไม่ปรากฏกาย ก่อนที่ศาลฎีกาฯจะพิพากษาจำคุกเธอ 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา และตามขั้นตอนได้มีการออก “หมายจับ” อดีตนายกฯหญิง เพื่อ “ล่าตัว” มาดำเนินคดี
การหลบหนีของอดีตนายกฯ “ปู” คล้ายกับเป็นการ “ตบหน้า” บรรดาคนในซีกรัฐบาล และเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคง “ฉาดใหญ่” เพราะต่างออกมาก้มหน้ายอมรับว่า “ปฏิบัติการปู…เผ่น” อยู่เหนือความคาดหมาย
นั่นเพราะ…ความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก่อนถึง “วันชี้ชะตา” คดีจำนำข้าว 25 ส.ค.60 แทบไม่มี “สัญญาณเตือน” ว่าเธอจะกล้าหลบหนี
หาก “ย้อนรอย” ไปในห้วงเวลานั้น พบว่า วันที่ 23 ส.ค.2560 ก่อนถึงกำหนดวันรับฟังคำพิพากษา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังทำบุญตักบาตรที่บ้านในตอนเช้า ก่อนที่จะเดินทางไปทำบุญ ไหว้พระ ขอพร ที่วัดระฆังฯ และได้โพสต์ภาพแชร์ลงบนหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว Yingluck Shinawatra
จากนั้น วันที่ 24 ส.ค.2560 น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับมาเคลื่อนไหวบนหน้าเฟซบุ๊กอีกครั้ง โดยโพสต์ข้อความถึงกลุ่มผู้สนับสนุนว่าไม่อยากให้เดินทางมาให้กำลังใจเธอที่ศาล เพราะว่าอาจเกิดความวุ่นวายได้ พร้อมกับ “บางถ้อยคำ” ที่คล้ายจะแฝงการ “บอกใบ้” อะไรบางอย่างอยู่ในโพสต์นั้น นั่นคือ “ยิ่งลักษณ์” ได้ย้ำถึง 2 ครั้งว่าไม่ให้พี่น้องประชาชนมาที่ศาล อีกทั้งยังกล่าวว่า…
“ครั้งนี้เราจะไม่ได้พบปะ เห็นหน้า…
หรือสื่อความรู้สึกถึงกันได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา”
แล้วเมื่อถึงวันที่ 25 ส.ค.60 หรือ “วันชี้ชะตา” มวลชนผู้สนับสนุนต่างเดินทางมารอให้กำลังใจเธอเป็นจำนวนมาก แต่กลับ “ไร้เงา” น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีแต่ทนายประจำตัวเดินทางมายื่นเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่าเธอไม่สามารถเดินทางมาที่ศาลฎีกาฯได้ เพราะ “ป่วยน้ำในหูไม่เท่ากัน” หลังจากนั้น ก็ไม่มีใครพบเห็น “ยิ่งลักษณ์” อีกเลย
คล้อยหลังจากวันนั้น คนในซีกรัฐบาล และเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง ต่างพยายาม “แกะรอย” ตามล่า “เงา” ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ท่ามกลางข่าวหลุดถึง “เส้นทางหนี” ของอดีต “นารีขี่ม้าขาว”ที่สะพัดออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่โดยรวมพอจะสรุปได้ว่า “ยิ่งลักษณ์” เดินทางไป “อรัญประเทศ-สระแก้ว”
ก่อนจะผลุบหายไปทาง “ช่องทางธรรมชาติ” เข้าสู่เมืองปอยเปต บริเวณชายแดนด่านบ้านคลองลึก แล้วต่อไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยอ้างว่ามีบุคคลระดับ VIP ทั้งของไทย และกัมพูชา ให้การต้อนรับ เพื่อต่อเครื่องบินไปยังประเทศสิงคโปร์
จากนั้นมีเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมารับ เพื่อไปยังจุดหมาย คือ “ดูไบ” ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีพี่ชาย “นายทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ รอรับอยู่
ข้างต้นเป็นเส้นทางที่หน่วยความมั่นคง มองว่า มีความเป็นไปได้และใกล้เคียงที่สุดที่ “ยิ่งลักษณ์” จะใช้หลบหนี แต่ “คำถาม” ต่อมาคือลำพัง “ยิ่งลักษณ์” ที่ถูกใครต่อใครมองว่า “อ่อนด้อยประสบการณ์” จะวางแผนการหลบหนี หลอกคนใน “รัฐบาลทหาร” ได้ “แยบยล” เพียงนี้ล่ะหรือ.?
หน่วยข่าวด้านความมั่นคง ซึ่งเชื่อว่า “ยิ่งลักษณ์” ต้องได้รับความช่วยเหลือ “อุ้ม” หนีออกนอกประเทศจากกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยมี “นายทักษิณ” เป็นผู้บงการ จึงตาม “แกะรอย”หาความเชื่อมโยงต่างๆ พร้อมๆกับที่ในเวลาเดียวกันมีข่าวสะพัดว่า “คสช.เกี๊ยเซียะ เปิดทางปูหนี”ซึ่งคนในรัฐบาล ต่างออกมาปฏิเสธพัลวัน แต่ดูเหมือนผู้คนในสังคมจะไม่คลายความ “เคลือบแคลง”
นั่นทำให้ รัฐบาลและ คสช. รวมถึงหน่วยความมั่นคง ทั้งตำรวจและทหาร ต่างเร่งดำเนินการ “คลี่ปม” หลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างขมักเขม้น โดยมี “บิ๊กปู” พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ทำหน้าที่ดังหัวหน้าทีมงาน “เชอร์ล็อคโฮล์มส์” ตามแกะรอยล่าตัว
หลังจากนั้นบุคคลใกล้ชิดที่อยู่กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในช่วงวันสุดท้ายที่เธออยู่บนแผ่นดินไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไปพบกับเธอที่โรงแรมแห่งหนึ่ง รวมถึง “สารวัตรหนุ่ย” พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย นายตำรวจติดตามใกล้ชิด ต่างถูกเรียกตัวเข้าให้ข้อมูลกับ “บิ๊กปู” แต่ดูเหมือนจะได้อะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันมากนัก
เรื่องคล้ายจะ “มืดแปดด้าน” และเงียบหาย…
แต่ด้วย “หัวเชื้อ” ที่มีอยู่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้รถยนต์ 1-3 คัน สลับสับเปลี่ยนในการหลบหนี เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ จากนั้นจึงมีการเผยแพร่ภาพ “รถเก๋ง” ที่สงสัยว่าถูกใช้เป็นพาหนะ เป็นดั่ง “ม้าขาว” ควบพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หนีเงื้อมมือกฎหมาย ถูกกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ ทำให้ทีมแกะรอยเริ่มมองเห็น “เค้าลาง” ของทีมงานพา “ปู” หนี และเดินหน้าสืบสวนอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งไม่กี่วันมานี้ “แผนลับ…พาปูหนี” ก็ถูกเปิดเผย!!!
เมื่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เรียกสอบ “พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์” รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5(รอง ผบก.น.5) , พ.ต.ท.สามิตร ไชยอิ่นคำ สว.กก.สส.ภ.จว.นครปฐม และ ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ผบ.หมู่ ฝอ.ภ.จว.นครปฐม ปฏิบัติราชการ กก.สส.ภ.จว.นครปฐม เนื่องจากสงสัยว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า “แคมรี” สีเทา ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร ที่ต้องสงสัยว่านำพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนี หลังด่านทหารใน จ.สระแก้ว พบรถยนต์คันดังกล่าวขับผ่านกล้องวงจรปิด
ผลจากการ “เค้นสอบ” ตำรวจทั้ง 3 นาย ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 21 ก.ย. ต่อเนื่องถึงวันที่ 22 ก.ย.60 พบว่า เมื่อวันที่ 23 ส.ค.60 น.ส.ยิ่งลักษณ์ “อำพราง” ตัวเองด้วยการสวมหมวกสีดำ ใช้หน้ากากอนามัย “แมส” ปิดบังใบหน้า พร้อมเลขานุการส่วนตัว นั่งรถยนต์เมอเซเดส เบนซ์ ออกจากบ้านพัก หลังนัดพบกับนายตำรวจยศ “พ.ต.อ.” ที่ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส “ตราโล่” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มารอพบที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านวัชรพล
ใช้เวลาเพียงเล็กน้อย ก่อนรถทั้ง 2 คันมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านชัยพฤกษ์ บริเวณใกล้เคียงกัน ก่อนที่รถทั้ง 2 คันจะหายเข้าไปภายในบ้านพักของ “พ.ต.อ.” คนดังกล่าว
ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ , พ.ต.อ. และเลขานุการ ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า “แคมรี” ที่ตรวจยึดได้ที่ จ.นครปฐม ออกจากหมู่บ้าน มุ่งหน้ามีนบุรี ก่อนใช้ถนนสุวินทวงศ์ มุ่งหน้า จ.ฉะเชิงเทรา ใช้เส้นทางผ่าน อ.พนมสารคาม-เขาหินซ้อน มุ่งหน้าสู่ “สระแก้ว”
ก่อนถึง “อ.อรัญประเทศ” ในเวลา 22.00 น. ซึ่งช่องทาง “ด่านปกติ” ปิดแล้ว ก่อนที่รถคันดังกล่าวจะไปจอดในที่มืดใกล้ “สถานีรถไฟอรัญประเทศ” โดยมีรถกระบะสีทึบ 4 ประตู เปิดไฟฉุกเฉินรอ ก่อนจะมีชายร่างสูงใหญ่ลงจากรถมาพูดคุยกับคนภายในรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า แคมรี ก่อนนำตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมเลขานุการ ขึ้นรถกระบะ ออกจากจุดนัดพบไป
“เส้นทางหลบหนี” ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จากปากคำของ 3 ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ถูก “ตัดตอน” ไว้เพียงแค่ตรงนี้…
อย่างไรก็ดี หน่วยความมั่นคง ได้ “ล็อกพิกัด” ไปที่พื้นที่ “อรัญประเทศ” ตามที่ “ขบวนการนำพา” เปิดปากสารภาพ พบว่า ตลอดเส้นทาง “ถนนศรีเพ็ญ” ซึ่งเป็นถนนเลียบแนวชายแดนพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จะพบ “ช่องทางธรรมชาติ” ข้ามสู่กัมพูชา หลายจุดในหลายพื้นที่ เช่น บ้านท่าข้าม บ้านโนนสาวเอ้ บ้านแสนสุข บ้านหนองเอี่ยน บ้านหนองปรือ…
ทว่า…เส้นทางต่อไปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะ ที่มีความ “ใกล้เคียง” และเป็นไปได้มากที่สุด น่าจะเป็นที่ “บ้านโคกสะแบง” เนื่องจากพื้นที่บ้านโคกสะแบง สามารถข้ามไปยังฝั่งกัมพูชาได้ไม่ยาก เนื่องจากเป็นเขตชายแดนอยู่ตรงข้าม “ปอยเปต” อ.อูร์ชเรา จ.บันทายมีชัย ประเทศกัมพูชา มีเพียง “คลองห้วยพรหมโหด” เป็นคลองกั้นแนวชายแดนเท่านั้น
ที่สำคัญมี “สะพานไม้ชั่วคราว” ที่ใช้ข้ามคลองห้วยพรหมโหด ข้ามไปยังฝั่งกัมพูชาได้ไม่ยาก ซึ่งเส้นทางนี้บรรดา “ผีพนัน” มักใช้เดินทาง “หลบ” ข้ามไปมาจากฝั่งไทยเข้าไปยัง “บ่อนกาสิโน” ในช่วงที่ด่านปิด
นี่คือ…เส้นทางหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งแม้จะมีการ “ล็อกพิกัด” กันไปแล้วว่ามีปลายทางอยู่ที่ “ดูไบ” แต่ก็ยังไม่มีใครในรัฐบาลออกมา “ยืนยัน” อย่างชัดเจน
กระทั่งวันที่ 26 ก.ย.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะออกมาระบุว่า “ผมมีข้อมูล แต่ยังพูดอะไรไม่ได้ ขอให้พ้นวันที่ 27 ก.ย.ไปก่อน ผมถึงจะบอกว่าอยู่ไหน แต่ตอนนี้พอรู้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พำนักอยู่ประเทศไหน แต่ต้องขอให้เขายืนยันอีกสักหน่อย”
ท่ามกลางข่าวลือสะพัดว่า “ยิ่งลักษณ์” ได้เดินทางเข้ามาอาศัยอยู่ที่ “กรุงลอนดอน” ประเทศอังกฤษ ได้ระยะหนึ่งแล้ว หลังจากหนีออกจากประเทศไทยมาตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.60 โดยแหล่ง“กบดาน” ของ “ยิ่งลักษณ์” คือ อพาร์ตเมนต์หรูแห่งหนึ่งใน “ย่านไนท์สบริดจ์” ซึ่งอยู่ไม่ไกลกับ“แฮร์รอดส์” ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แต่ก็ไม่มีใครยืนยันในเรื่องนี้
สุดท้าย “บิ๊กตู่” ก็คล้ายจะแค่เล่นมุก เพราะเมื่อวันที่ 27 ก.ย.60 หลังศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาออกมา “ผู้นำรัฐบาล” ก็บอกเพียงว่า “ยิ่งลักษณ์” อยู่ต่างประเทศ
นั่นทำให้ “คำตอบ” ของ “คำถาม” ที่ว่า “ปู…อยู่ไหน”.?
“ยิ่งลักษณ์”…Where are you.?
ยังคงคลุมเครือ!?!?!
ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์