ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/294822

สุข-ทุกข์ ข้าราชการไทยยุค4.0 และก้าวต่อไปกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ
สำหรับคนเป็น ‘ข้าราชการ’ ไม่ว่าทหาร ตำรวจ พลเรือน เมื่อถึง “สิ้นเดือนกันยายน” อันเป็นฤดูกาล “เกษียณอายุ” ของผู้ที่ทำงานมาจนถึงวัย 60 ปี หลายคนคงรู้สึก “โล่งอก” เพราะในที่สุดก็ถึงเวลาได้พักผ่อนหลังใช้ชีวิตทำงานรับใช้ชาติมาหลายสิบปี แต่ก็มีไม่น้อยที่อาจ “ใจหาย” เพราะจากเดิมที่เคยชินกับการตื่นเช้าไปทำงานและหลายครั้งต้องอยู่ยาวจนมืดค่ำ ก็จะไม่ได้ทำเช่นนั้นอีกแล้ว
“วันคืนผันล่วง พ้นห้วงกังวล” .. สำหรับคนเป็น “ข้าราชการ” ไม่ว่าทหาร ตำรวจ พลเรือน เมื่อถึง “สิ้นเดือนกันยายน” อันเป็นฤดูกาล “เกษียณอายุ” ของผู้ที่ทำงานมาจนถึงวัย 60 ปี หลายคนคงรู้สึก “โล่งอก” เพราะในที่สุดก็ถึงเวลาได้พักผ่อนหลังใช้ชีวิตทำงานรับใช้ชาติมาหลายสิบปี แต่ก็มีไม่น้อยที่อาจ “ใจหาย” เพราะจากเดิมที่เคยชินกับการตื่นเช้าไปทำงานและหลายครั้งต้องอยู่ยาวจนมืดค่ำ ก็จะไม่ได้ทำเช่นนั้นอีกแล้ว
แน่นอนว่าสำหรับคนวัยทำงาน ไม่ว่าจะอยู่ในภาคส่วนใด “โรคภัย” เป็นสิ่งที่อยู่คู่เคียงด้วยเสมอไม่มากก็น้อย ไม่เว้นแม้แต่คนในภาครัฐ ดังการเปิดเผยของ ดร.ศิริเชษฐ์ สังขะมาน หัวหน้าโครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานและเสริมสร้างศักยภาพองค์กรภาครัฐในระยะเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กรสุขภาวะ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในเวทีเสวนา “ความสุขข้าราชการไทย 4.0” ณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซ.งามดูพลี ย่านสาทร – พระราม 4 กรุงเทพฯ
ดร.ศิริเชษฐ์ ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ระยะเวลาตั้งแต่เข้าปี 2560 เป็นต้นมา จำนวน 1,912 คน พบว่า 1 ใน 3 ยังมีความเสี่ยงด้วย 3 โรคที่สำคัญคือ ความดัน ไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน อีกทั้งในปีนี้เริ่มพบแนวโน้มโรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) จากอาการภูมิแพ้ที่มีความถี่สูงขึ้น มีภาวะเนือยนิ่ง ออกกำลังกายน้อย และ 1 ใน 5 มีภาวะเครียดจากการทำงานสูง แต่การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่ามีเพียงร้อยละ 6 เท่านั้นที่ดื่มหรือสูบเป็นประจำ และเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นคนรุ่นใหม่ (Gen – Y) มีถึงร้อยละ 90 ที่ไม่สูบบุหรี่
ดร.ศิริเชษฐ์ สังขะมาน
ผลสำรวจนี้ยังชี้ด้วยว่า “หนี้สิน” เป็นอีกปัญหาสำคัญ โดยจากเดิมในปี 2553 ภาระหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 1 ล้านบาท ส่วนปี 2560 ภาระหนี้ขยับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1 – 3 ล้านบาท ซึ่งอันดับ 1 ของภาระหนี้สินคือ ที่อยู่อาศัย ร้อยละ 56 ตามด้วยหนี้เงินผ่อนชำระสินค้าและบริการ ร้อยละ 45 นอกจากนี้ เมื่อถามถึงเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกอาชีพรับราชการ? หากเป็นคนรุ่นเก่า – รุ่นกลาง (Baby Boom กับ Gen – X) จะตอบว่าความมั่นคงและความรักในอาชีพ ส่วนคนรุ่นใหม่ (Gen – Y) จะตอบว่า ความมั่นคง รายได้และสวัสดิการ ชี้ให้เห็นว่า “ความมั่นคง” คือจุดเด่นของงานสายนี้
“สาเหตุที่จะทำให้กลุ่ม Gen – Y ยังคงทำงานต่อในระบบราชการไม่ไปไหน คือการมองถึงโอกาสความก้าวหน้าและการเลื่อนขั้นตามวาระ จะเห็นได้ว่าความมั่นคงยังเป็นอันดับ 1 ที่จูงใจให้คนรุ่นใหม่สนใจทำงานในระบบราชการ แต่อย่างไรก็ตามคนรุ่นใหม่มองเรื่องรายได้และสวัสดิการในสัดส่วนที่สูงกว่าความรักในอาชีพ ซึ่งรายได้ในปัจจุบันไม่แตกต่างจากภาคเอกชน ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้ภาครัฐแตกต่างและจูงใจคนรุ่นใหม่เข้าทำงาน คือ ความมั่นคงและระบบสวัสดิการ รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพชีวิตในการทำงาน” ดร.ศิริเชษฐ์ กล่าวสรุปผลการสำรวจ

อย่างไรก็ตาม ยังมีผลสำรวจความเห็นคนของภาครัฐที่พอจะให้ภาพเป็นบวกได้บ้าง สุวรรณี คำมั่น กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า หากนับจากปี 2556 เป็นต้นมา “แนวโน้มความสุขของข้าราชการสูงขึ้น” หลังจากที่มีการทำงานเรื่อง “ความสุขทั้ง 8 ประการในองค์กร” ส่งผลให้ดัชนีความสุขของคนภาครัฐเพิ่มสูงขึ้น จากร้อยละ 36 ในปี 2556 เป็นร้อยละ 72 ในปี 2559
ซึ่งหลักความสุขทั้ง 8 ประการในองค์กร มีที่มาจากตัวชี้วัดของ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประกอบด้วย 1.Happy Body สุขภาพดี แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ 2.Happy Heart น้ำใจงาม มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ 3.Happy Relax ผ่อนคลาย เครียดมากไปก็พักบ้าง 4.Happy Brain หาความรู้ ใฝ่ศึกษาเพื่อพัฒนาตนเอง 5.Happy Soul มีคุณธรรม ตั้งอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต 6.Happy Money บริหารการเงิน ไม่ใช้จ่ายจนก่อหนี้เกินตัว 7.Happy Family ครอบครัวดี อบอุ่นช่วยเหลือห่วงใยกัน และ 8.Happy Society สังคมดี องค์กรมีบรรยากาศน่าอยู่น่าทำงาน
“การเข้าสู่สังคม 4.0 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มีส่วนสำคัญ ซึ่งการสร้างความสุขให้กับคนในองค์กร นอกจากจะช่วยลดรายจ่ายด้านการดูแลสุขภาพแล้ว ยังส่งผลถึงประสิทธิภาพการทำงาน สสส. จึงได้ตั้งเป้าหมายทำงานร่วมกับองค์กรภาครัฐ เพื่อสร้างความสุขราชการไทย 4.0 ที่มีผลต่อเจ้าหน้าที่รัฐให้มีสุขภาวะที่ดี” สุวรรณี ระบุ
อีกด้านหนึ่ง เมธินี เทพมณี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งร่วมกล่าวปาฐกถาในงานนี้ด้วย เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงาน ก.พ. กำลังศึกษาหาความเป็นไปได้ที่จะให้ข้าราชการ “ทำงานที่ไหนก็ได้” หรือการทำงานจากข้างนอกแล้วส่งงานเข้ามายังหน่วยงานต้นสังกัด ไม่ต้องเข้างานประจำ 08.00 – 16.00 น. อย่างเดิมๆ เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ในอนาคต
เมธินี เทพมณี
นอกจากนี้ เลขาธิการ ก.พ. ยังกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังมอบหมายให้พิจารณาฐานบัญชีเงินเดือนข้าราชการทั้งหมด ซึ่งในอนาคตอาจเป็นไปได้ที่การจ่ายเงินเดือนและสวัสดิการข้าราชการจะไม่เป็นแท่งเงินเดือนแบบเดิม แต่จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ก็เป็นอีกเรื่องที่ทาง ก.พ. กำลังศึกษาอยู่เช่นกัน หรือการทำงานของผู้สูงอายุ ที่วันนี้อายุเฉลี่ยคนไทยอยู่ที่ 75 ปี หรือยังมีเวลาอีก 15 ปีหลังเกษียณ ก.พ. ก็กำลังทำฐานข้อมูลข้าราชการที่เกษียณเพื่อจับคู่กับงานที่เหมาะสม ให้คนกลุ่มนี้รู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่า
ข้อมูลจาก กรมบัญชีกลาง ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ http://welcgd.cgd.go.th ระบุจำนวนเจ้าหน้าที่รัฐที่เกษียณอายุในวันที่ 1 ต.ค. 2560 ทั้งหมด 46,827 คน แบ่งเป็นข้าราชการ 39,937 คน และลูกจ้างประจำ 6,890 คน โดย กระทรวงศึกษาธิการ มีผู้เกษียณอายุมากที่สุด รวม 26,272 คน รองลงมาคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวม 4,579 คน ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4,538 นาย กระทรวงกลาโหม เป็นอันดับ 3 จำนวน 3,550 คน เป็นเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดต่างๆ 2,763 นาย และ กระทรวงสาธารณสุข อยู่ในอันดับ 4 รวมทั้งสิ้น 3,717 คน

ยุทธศาสตร์ปฏิรูปข้าราชการพลเรือน โดยสำนักงาน ก.พ. ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ขณะที่รายการ “เดินหน้าประเทศไทย” เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2560 กล่าวถึงยุทธศาสตร์ 20 ปี ของสำนักงาน ก.พ. ว่าด้วยการพัฒนาประสิทธิภาพงานภาครัฐ ประกอบด้วย 4 ด้านคือ 1.การสรรหา ว่าจ้าง และประเมินสมรรถนะ เพื่อให้งานราชการเป็นตัวเลือกแรกของผู้สำเร็จการศึกษา 2.การบริหารทรัพยากรบุคคล รายได้และสวัสดิการที่ยืดหยุ่น การแต่งตั้งโยกย้ายที่คล่องตัวและเป็นธรรม 3.การสร้างเสริมศักยภาพ ทั้งทักษะด้าน Digital ตลอดจนองค์ความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และ 4.การพัฒนาระบบฐานข้อมูล เช่น ฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ นักเรียนทุนรัฐบาล เป็นต้น
ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่รัฐทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาตลอดอายุราชการ และคาดหวังว่าปีงบประมาณใหม่ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ จะมีการปฏิรูประบบราชการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้เสียภาษีอากร!!!
SCOOP@NAEWNA.COM