ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/294975

เทียบคดีปู-บอส เปิดสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนไทย-อังกฤษ ร.ศ.129
เทียบคดีปู-บอส เปิดสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนไทย-อังกฤษ ร.ศ.129
29 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีมีกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งหลบหนีไม่เข้ารับฟังคำพิพากษา และถูกศาลฏีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินโทษจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา จากคดีจำนำข้าว อยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีความพยายามที่จะขอลี้ภัยทางการเมือง และจากการตรวจสอบ พบว่า ระหว่างประเทศไทยกับประเทศอังกฤษ มีการทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันไว้ตามประกาศสัญญาว่าด้วยส่งผู้ร้ายข้ามแดนกันในระหว่างกรุงสยามกับอังกฤษ ร.ศ.129 สนธิสัญญาตามประกาศนี้จะกำหนดประเภทความผิดที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่กันได้ทั้งหมด 31 ข้อ เช่น โทษฆ่าคนตาย หรือฉ้อโกง
ขณะที่กรณีความผิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ถูกพิพากษาจำคุก 5 ปี ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว และการทุจริตในการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ไม่มีอยู่ในการประเภทความผิดที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น
จากการตรวจสอบขั้นตอนและข้อกฎหมาย ก่อนหน้านี้ ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เคยอธิบายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเอาไว้ โดยยกกรณีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ผู้ต้องหาขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีตผู้บังคับหมู่ปราบปราม สน.ทองหล่อ จนเสียชีวิต เป็นกรณีตัวอย่าง ดังนี้
การส่งผู้ร้ายข้ามแดนกรณีนายวรยุทธ (บอส) อยู่วิทยา
การส่งผู้ร้ายข้ามแดนสามารถดำเนินการได้ทั้งตามสนธิสัญญาที่ทำระหว่างกัน หากไม่มีสนธิสัญญาก็อาจขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้โดยอาศัยหลักถ้อยที่ถ้อยปฏิบัติภายใต้เงื่อนไขต่างตอบแทนระหว่างกัน
สำหรับประเทศไทยกับประเทศอังกฤษมีการทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันไว้ตามประกาศสัญญาว่าด้วยส่งผู้ร้ายข้ามแดนกันในระหว่างกรุงสยามกับอังกฤษ ร.ศ. 129 ซึ่งสนธิสัญญาตามประกาศนี้จะกำหนดประเภทความผิดที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่กันได้ ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้กำหนดให้ความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเป็นความผิดที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ แต่ตามสนธิสัญญานี้ก็ได้กำหนดข้อยกเว้นไว้ว่าความผิดอื่น ๆ นอกเหนือจากที่สนธิสัญญากำหนดไว้ ก็ให้สามารถส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ ถ้ากฎหมายทั้งสองประเทศกำหนดให้ความผิดนั้นสามารถส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้
ซึ่งในเรื่องนี้ มาตรา 7 ของพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 ของไทย กำหนดให้ความผิดที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ต้องเป็นความผิดอาญาตามกฎหมายของทั้ง 2 ประเทศ คือทั้งตามกฎหมายไทยและกฎหมายอังกฤษ และความผิดนั้นต้องมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และตามมาตรา 9 กำหนดว่า ความผิดที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ต้องไม่ใช่ความผิดที่มีลักษณะทางการเมืองหรือความผิดทางทหาร ซึ่งความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายนี้เป็นความผิดทั้งตามกฎหมายไทยและกฎหมายอังกฤษ และมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปตามกฎหมายของทั้ง 2 ประเทศ จึงเข้าหลักเกณฑ์ที่จะร้องขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่กันได้ภายในอายุความที่กฎหมายกำหนด โดยตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 มาตรา 5 กำหนดให้อัยการสูงสุด เป็นผู้ประสานงานกลางในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของฝ่ายไทย
โดยพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 มาตรา 30 กำหนดกระบวนการในการร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนไว้ว่า การร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทย ให้ดำเนินการตามสนธิสัญญา หากไม่มีสนธิสัญญา ให้ดำเนินการตามวิธีทางการทูต
ดังนั้น การขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกรณีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา จึงต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาระหว่างไทยกับอังกฤษดังกล่าว ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องไปร้องขอต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับ ซึ่งเป็นหลักฐานประกอบที่สำคัญในการขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน
โดยการร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศอังกฤษมายังประเทศไทยนี้ จะมีการเสนอเรื่องต่ออัยการสูงสุดที่เป็นผู้ประสานงานกลาง ซึ่งอัยการสูงสุดจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าสมควรที่จะจัดทำคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ หากอัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลางมีคำวินิจฉัยว่าสมควรที่จะจัดทำคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศอังกฤษมายังประเทศไทย อัยการสูงสุดก็จะส่งส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ จัดทำคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนและเอกสารประกอบต่อไป ซึ่งก็จะมีการส่งคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปตามช่องทางการทูตตามที่สนธิสัญญากำหนดไว้ โดยส่งคำร้องขอผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทยและอังกฤษต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีช่องทางในการที่จะทราบข้อมูลเกี่ยวกับนายวรยุทธ อยู่วิทยา เช่น การสืบหาตัวบุคคล ว่านายวรยุทธ อยู่วิทยา อยู่ที่ไหน ตามสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา ซึ่งประเทศไทยทำกับสหราชอาณาจักร และกับประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศ เพื่อนำตัวนายวรยุทธเข้าสู่กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนด้วย
ส่วนการจับกุมตัวนายวรยุทธ อยู่วิทยา ตามหมายจับของศาลตามคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้ก็จะเชื่อมโยงกับการประสานงานขอความร่วมมือผ่านไปยังเครือข่ายของตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพล (องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ) ซึ่งเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องดำเนินการและประสานขอความร่วมมือไปยังเครือข่ายของตำรวจสากลในประเทศที่พบตัวนายวรยุทธ อยู่วิทยา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศนั้นจับกุมตัวมาเข้าสู่กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป โดยศาลของประเทศที่รับคำร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาชี้ขาดว่าจะให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่
สำหรับเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้จะมีความยุ่งยาก ถ้าผู้ที่ถูกขอให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เดินทางไปมาในหลาย ๆ ประเทศอยู่เรื่อย ๆ จะทำให้ไม่มีความชัดเจนว่าควรจะร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศใดดี และจะทำให้การจับกุมตัวตามหมายจับประสบความยากลำบากด้วย
ปัจจุบันนี้ประเทศอังกฤษมีกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนใช้บังคับตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน ค.ศ. 2003 (Extradition Act 2003) เพื่อรองรับการทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่สหราชอาณาจักร ซึ่งรวมทั้งประเทศอังกฤษด้วยทำกับประเทศต่าง ๆ ไว้ สำหรับการจับกุมตัวนายวรยุทธ อยู่วิทยา นี้ทางการของประเทศอังกฤษจะต้องไปร้องขอต่อศาลอังกฤษที่มีเขตอำนาจเพื่อขอให้ออกหมายจับตามคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนของฝ่ายไทยก่อนด้วย