ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/294728

ไร้บ้าน..แต่ไม่ไร้สามารถ พึ่งตนเองได้..ขอเพียงโอกาส
ไม่ “บ้า” ก็ “ขี้เกียจ”..นี่คือ “นิยาม” ที่สังคมกล่าวถึง “คนไร้บ้าน” หรือคำเรียกอื่นๆ เช่นคนเร่ร่อนบ้าง คนจรจัดบ้าง ภาพของคน (ที่ส่วนใหญ่จะเป็นเพศชาย) เนื้อตัวมอมแมม สวมเสื้อผ้าขาดวิ่น หลับนอนอยู่บนทางเท้าบ้าง ป้ายรถเมล์บ้าง หรือบางครั้งก็ปลูกเพิงพักง่ายๆ บนที่ดินรกร้างว่างเปล่า เป็นที่น่าเวทนาและน่าหวาดกลัวไปพร้อมๆ กันในสายตาคนทั่วไปที่ได้พบเห็น
ทว่าแท้ที่จริงแล้ว “เชื่อหรือไม่?” กว่าคนไร้บ้านจำนวนไม่น้อย “มีงานทำ” ดังเรื่องเล่าในเวทีเสวนา “Human Of Street ตอน Meet & Read คนไร้บ้าน” ณ พิพิธบางลำพู วินัย ดิษฐจร อดีตกระเป๋ารถเมล์ที่ผันตัวมาเป็นช่างภาพสารคดีระดับมือรางวัล กล่าวว่า เมื่อเศรษฐกิจขยายตัว มีความต้องการแรงงานสูงขึ้น รวมถึง “แรงงานนอกระบบ” ที่ผู้ประกอบการนิยมจ้างคนไร้บ้านทำงานบางประเภท เพราะ “ทำงานเสร็จ..จ่ายเงินแล้วก็จบ” เป็นครั้งๆ ไป ไม่มีพันธะผูกพัน เช่น สวัสดิการต่างๆ อย่างแรงงานที่เป็นพนักงานประจำ
“ด้วยความที่ตัวเองมีบ้านอยู่ตามเส้นทางรถไฟฟ้า เป็นช่างภาพสารคดี ใช้มอเตอร์ไซค์ ก็จะพบเห็นคนที่มีอาชีพโบกธง ถือป้ายโฆษณาคอนโด ยืนอยู่ริมถนนหรือตามหน้าโครงการต่างๆ เราก็เห็นความขัดแย้งของภาพ คือเขาชักชวนให้คนมาซื้อบ้านแต่ตัวเขาไม่มีบ้าน ก็ดูน่าเศร้าอยู่เหมือนกัน”วินัย กล่าว
เช่นเดียวกับ อนรรฆ พิทักษ์ธานิน ผู้จัดการแผนงานสนับสนุนองค์ความรู้เพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน สถาบันวิจัยสังคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการสำรวจพบคนไร้บ้านมีงานทำถึง “ร้อยละ 90” เช่น เป็นคนไร้บ้านนอนอยู่ตอนกลางวัน ตอนกลางคืนอาจจะไปรับจ้างเป็นแม่บ้านทำความสะอาด เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) เป็นต้น เพียงแต่เป็นงานที่ลักษณะการจ้างไม่ได้มีความมั่นคง เป็นแรงงานรายวันที่ไม่มีสวัสดิการใดๆ ดูแล
“90 เปอร์เซ็นต์มีงานทำ แต่ครึ่งหนึ่งบอกว่ารายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตแต่ละวันก็หมายความว่ายากที่จะกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ อย่างเราทำงาน เราเจ็บป่วยไปหาหมอก็ยังได้เงินเดือนได้สวัสดิการเจ็บป่วย แต่คนไร้บ้านมีภาวะการจ้างงานที่ไม่แน่นอนไม่มั่นคง วันไหนไปหาหมอก็ขาดรายได้ แถมยังต้องเสียรายได้เดินทางไปอีก” อนรรฆ กล่าว
งานวิจัยที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า คนไร้บ้านกว่าร้อยละ 70ประกอบอาชีพที่ไม่มีความแน่นอนทางรายได้และหลักประกันในการใช้ชีวิต ในจำนวนนี้ประมาณร้อยละ 40 มีรายได้จากการทำงานรับจ้างทั่วไป รองลงมาร้อยละ 20มีแหล่งรายได้จากการขายของเก่า และร้อยละ 12 พบว่ามีแหล่งรายได้จากการค้าขาย
ในงาน “อร่อย RICE บ้าน” ณ ลานหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ (BACC) ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อให้สังคมเห็นว่าคนไร้บ้านจำนวนไม่น้อย “มีความรู้ความสามารถ” ขอเพียงได้รับ “โอกาส”ย่อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ ภรณี ภู่ประสิทธิ รักษาการผู้อำนวยการสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะสสส. กล่าวว่า คนไร้บ้านเป็นกลุ่มประชากรที่อยู่ในภาวะ “ยากจน-ไร้ที่พึ่ง”และประสบกับความไม่แน่นอนในการใช้ชีวิตและทรัพย์สิน
เนื่องจากคนไร้บ้านมากกว่าร้อยละ 90 อาศัยหลับนอนและใช้ชีวิตอยู่บนพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงทางสังคมและสุขภาพ รวมถึงสร้างความตึงเครียดให้กับชีวิต จึงเป็นที่มาของโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน ผ่านการ “ฝึกอาชีพ” เช่นช่างซ่อมเครื่องมือต่างๆ ทำอาหารและขนม โดยมีผู้ร่วมสนับสนุนอย่างมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) และสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น
“การรวมกลุ่มเพื่อจัดตั้ง หจก.คนไร้บ้าน เกิดจากการรวมกลุ่มของคนไร้บ้านที่ผ่านกระบวนการพัฒนาศักยภาพ และทักษะด้านต่างๆ
และพร้อมที่จะกลับสู่สังคม การจัดงานในครั้งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคนไร้บ้านมีความสามารถเพียงแต่ขาดโอกาสเท่านั้น การประกอบอาชีพและพัฒนาเสริมทักษะด้านอาชีพของคนไร้บ้าน ยังมีส่วนสนับสนุนและฟื้นฟูด้านกายภาพและสุขภาวะทางจิตของคนไร้บ้านด้วยเช่นกัน” ภรณี ระบุ
ทางด้าน สนั่น ปานเฟื่อง 1 ในคนไร้บ้านที่มาร่วมงานนี้ กล่าวกับ “แนวหน้าวาไรตี้” ว่าที่ผ่านมารู้สึกเสียใจอยู่เสมอกับสิ่งที่คนภายนอกมองเข้ามา ทำนอง “เหมารวม” ว่าคนไร้บ้านถ้าไม่เป็นบ้าก็ไม่ทำมาหากิน ทั้งที่จำนวนมากมีงานทำ รับทำทุกอย่างแล้วแต่จะมีคนจ้างและมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม อีกทั้งคนไร้บ้านไม่ใช่เป็นคนไม่ดีไปเสียทั้งหมด หลายคนพยายามหางานหาอาชีพเพื่อให้มีรายได้เลี้ยงตัว
“อย่าไปมองเขาอย่างนั้น เราต้องเห็นกับตาก่อน ไปมองอย่างนั้นเหมือนมองแบบสองมาตรฐาน เราคนไทยเหมือนกันต้องมองให้เป็นคนไทยเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าคนจะเลวไปหมดทุกคน อย่างคนไร้บ้านไม่ใช่ว่าจะเลวทุกคน คนดีก็มีเยอะแยะอย่ามองเขาแบบนั้น ผมขอร้อง อย่างที่คนอื่นเขาพูดคุณต้องมาพิสูจน์ด้วยตนเอง ไม่ใช่จะพูดว่าคนอื่นเขาไม่ดี อย่างตัวผมเองก็มีอาชีพขายพระเครื่อง บางคนก็ขายเสื้อผ้า และเอาเงินที่ขายได้มาตั้งตัว” สนั่น ฝากทิ้งท้าย
ก่อนหน้านี้ “สกู๊ปแนวหน้า” เคยนำเสนอเรื่องราวจากวิทยานิพนธ์ “พลวัตความหมายคำว่าบ้านของคนไร้บ้าน” ผลงานของ ญาณิกา อักษรนำ ซึ่งลงพื้นที่สำรวจชีวิตคนไร้บ้าน ณ ศูนย์คนไร้บ้านบางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย กทม. (“อิสระ-มั่นคง-อบอุ่น-มีสุข” คำนิยาม “บ้าน” ในมุม “คนจร” – นสพ.แนวหน้าฉบับวันที่ 17 พ.ย. 2559) พบว่า คนไร้บ้านที่นั่นมีการรวมตัวเป็นเครือข่าย ประกอบอาชีพเกษตรกรรม “ปลูกผัก” และยังมีการตั้งร้านค้าของชุมชน แถมยัง“อยู่รอด” เพราะชาวชุมชนรู้สึก “เป็นเจ้าของ” จึงพยายามบริหารให้มีเงินหมุนเวียนเลี้ยงกิจการเดินต่อไปได้
นั่นชี้ให้เห็นว่าการแก้ปัญหาคนไร้บ้านจึงอาจไม่ใช่เพียงการไล่จับไปรวมๆ กันอยู่ในที่สักแห่ง แต่คงต้องรวมถึงการที่จะทำอย่างไรให้คนกลุ่มนี้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่มีภาพลักษณ์ของเป็นภาระ
จนทำให้สังคมรู้สึกกลัวและไม่ไว้ใจ!!!