ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation
http://www.naewna.com/likesara/295777

การแยกตัวของ’กาตาลุญญา’ ความฝันที่ไม่อาจเป็นจริง?
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา ข่าวใหญ่ข่าวหนึ่ง ได้แก่ ข่าวการลงประชามติเพื่อแยกตนเองของแคว้นกาตาลุญญาในประเทศสเปน ซึ่งมีเมืองดังอย่างบาร์เซโลน่าเป็นเมืองหลวงของแคว้น โดยความพยายามในการแยกตัวเป็นอิสระของแคว้นกาตาลุญญานั้นได้มีมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกในเรื่องเชื้อชาติ ภาษา วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ความเป็นมาที่แตกต่างกันของสเปนกับกาตาลุญญาที่ฝังรากมาอย่างยาวนาน ประกอบกับการที่เศรษฐกิจโดยรวมของสเปนตกต่ำ ยกเว้นแคว้นกาตาลุญญาที่ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าแคว้นอื่นๆ จึงทำให้ต้องแบกภาระในการเลี้ยงดูแคว้นอื่นๆ ซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรมกับชาวแคว้นกาตาลุญญา
อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการขอแยกตัวจากสเปนนั้น ก็ต้องต่อสู้กับอุปสรรคมากมาย ในทางกฎหมาย การขอแยกตัวเป็นอิสระนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญของสเปน แต่ในส่วนทางการเมืองนั้น ชาวแคว้นกาตาลุญญาได้แสดงให้เห็นถึงเจตจำนงในการตัดสินชะตาชีวิตตนเองจากการลงประชามติที่ผ่านมา หากแต่ว่าท้ายที่สุดแล้ว คงต้องเป็นการแสดงเจตจำนงของคนทั้งชาติ อาจไม่ใช่เพียงเจตจำนงของชาวกาตาลุญญาฝ่ายเดียว
บทความนี้ จึงขอนำเสนอให้เห็นถึง ความเคลื่อนไหวในการแยกตัวเป็นอิสระของชาวแคว้นกาตาลุญญาในช่วงที่ผ่านมาและผลทางกฎหมายจากการลงประชามติที่ผ่านมา

ความเคลื่อนไหวในการแยกตัวเป็นอิสระ
ในปี ค.ศ. 2006 รัฐบาลสเปนผ่านกฎหมายเกี่ยวกับสถานะใหม่ของแคว้นกาตาลุญญา โดยเพิ่มความเป็นอิสระให้กับแคว้นกาตาลุญญา (Estatut d’autonomie de catalunya) ต่อมาในปี ค.ศ.2010 ศาลรัฐธรรมนูญได้เพิกถอนบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสถานะในการปกครองตนเองของแคว้นกาตาลุญญา จากการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน (Partido Popular) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล บทบัญญัติดังกล่าวมีจำนวน 14 มาตรา อาทิ การใช้ภาษาคาตาลาเป็นภาษาแรกในทางราชการและในสื่อต่างๆ
ผลจากคำวินิจฉัยดังกล่าวเปรียบเสมือนการหักหลังชาวแคว้นกาตาลุญญา และก่อให้เกิดการรณรงค์ความเป็นอิสระของแคว้นกาตาลุญญา ส่งผลให้ในปี ค.ศ.2014 แคว้นกาตาลุญญาจึงได้จัดให้มีการลงประชามติขอความเห็นในเรื่อง ความเป็นอิสระของแคว้น ถึงแม้จะถูกห้ามจากศาลรัฐธรรมนูญ ผลการลงประชามติขอความเห็นดังกล่าว มีผู้เห็นด้วย 80% จากผู้มาใช้สิทธิ 33% (1.8 ล้านคนจากจำนวนประชากร 7.5 ล้านคน) ต้องย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า การลงประชามตินี้ เป็น “กระบวนการการมีส่วนร่วมโดยปราศจากผลทางกฎหมาย”
ต่อมาในการเลือกตั้งระดับแคว้นในปี ค.ศ. 2015 พรรคการเมืองที่มีแนวทางในการแยกตนเองเป็นอิสระของแคว้นกาตาลุญญา ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายซ้ายหรือพรรคฝ่ายขวาได้รับเสียงถึง 47.6% และเป็นครั้งแรกที่สามารถกุมเสียงข้างมากในรัฐสภาแคว้นกาตาลุญญา โดยในปี ค.ศ. 2016 Carl Puigdement ได้เป็นประธานแคว้นกาตาลุญญา และในเดือนมิถุนายน 2017 รัฐสภาแห่งแคว้นกาตาลุญญาจึงได้ออกกฎหมายเพื่อจัดให้มีการลงประชามติในการแสดงเจตจำนงความเป็นอิสระของแคว้นกาตาลุญญาอีกครั้งหนึ่ง โดยผลการลงประชามติ มีผู้เห็นด้วย 90% จากผู้มาใช้สิทธิ 42 %

การลงประชามติกับผลทางกฎหมาย
ภายหลังรัฐสภาแคว้นกาตาลุญญาผ่านกฎหมายว่าด้วยการจัดให้มีการลงประชามติในเรื่องความเป็นอิสระของแคว้นกาตาลุญญา รัฐบาลสเปนได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาในเรื่องความชอบด้วยรับธรรมนูญของกฎหมาย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยว่า กฎหมายดังกล่าว หรือการดำเนินการดังกล่าวไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือขัดรัฐธรรมนูญ
รัฐบาลสเปนได้แถลงการณ์ยืนยัน “ความไม่มีอยู่ของอำนาจอธิปไตยของประชาชนกาตาลุญญา” และการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการละเมิดบทบัญญัติถึง 8 มาตรา โดยเฉพาะมาตรา 2 ซึ่งคงไว้ด้วยหลักการสำคัญที่ว่า “ความเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่สามารถลบล้างได้ของชาติสเปน” (la indissoluble unidad de la Natión Española)

เมื่อพิจารณาจากมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะดำเนินการใดๆ ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่ในการแยกตนเองของแคว้นกาตาลุญญาหรือแคว้นอื่นๆ อย่างไรก็ดี หากถ้าแคว้นหนึ่งแคว้นในของสเปนต้องการความเป็นอิสระก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันเป็นเรื่องยากที่รัฐบาลสเปนจะยอมรับได้
นอกจากนั้นแล้ว หากพิจารณาในบริบทระหว่างประเทศโดยเฉพาะการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ตามหลักการ Prodi ซึ่งเป็นชื่อของนาย Romano Prodi ผู้เคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ที่ได้ประกาศไว้ในปี ค.ศ.2004 ว่า รัฐเกิดใหม่ ซึ่งแยกจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป จะไม่ได้เป็นประเทศสมาชิกโดยอัตโนมัติ จะต้องเข้าสู่การให้ความเห็นของคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปและรัฐสภายุโรป และที่สำคัญ จะต้องได้รับเสียงโหวตอย่างเป็นเอกฉันท์จากสภายุโรปและการให้สัตยาบันข้อตกลงการเข้าร่วมเป็นประเทศสมาชิกจากรัฐสมาชิกทั้งหมด

สรุป
หากพิจารณาในทางกฎหมายแล้ว การจัดให้มีการลงประชามติในเรื่องความเป็นอิสระของแคว้นกาตาลุญญานั้นไม่มีผลในทางกฎหมาย แต่ในทางการเมืองการลงประชามติครั้งนี้ คือ ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของชาวกาตาลุญญา ที่แสดงออกให้เห็นถึงความต้องการของตน กระบวนทางการเมืองในการแยกตนเองเป็นอิสระคงจะมีการดำเนินการต่อไป ความพยายามผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้การแยกตนเองเป็นอิสระนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แคว้นกาตาลุญญามีความเป็นอิสระที่มากกว่านี้ ภายใต้การอยู่ร่วมกันกับสเปนต่อไป ดังนั้นความฝันของชาวแคว้นกาตาลุญญาจะกลายเป็นความจริงได้หรือไม่ คงไม่ได้ขึ้นกับการลงประชามติในครั้งนี้เท่านั้น แต่ขึ้นกับบริบททางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองของสเปนเองว่าจะทำให้ “ความเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่สามารถลบล้างได้ของชาติสเปน” (la indissoluble unidad de la Natión Española) ยังคงอยู่หรือไม่
ดร. ศาสดา วิริยานุพงศ์