ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation
http://www.naewna.com/likesara/295890

‘คู่กรรม’ขนานแท้ 2ตายายลำบากใช้ชีวิตในตึกร้าง
‘คู่กรรม’ขนานแท้! 2ตายายสุดลำบากใช้ชีวิตบั้นปลายในตึกร้าง ไร้บัตรประชาชน เหตุหลักฐานถูกไฟไหม้ วอน จนท.ช่วย
ผู้สื่อข่าวประจำ จ.นครพนม ได้รับรายงานว่าพบ 2 สามีภรรยาวัยชรา ใช้ชีวิตร่วมกันในตึกร้างทางไปวัดถ้ำช้าง ใกล้กับมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จ.นครพนม ต.นาแก อ.นาแก จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับ ดร.เขมิกา ทองเรือง , นายสมคิด จันโทวาท ผู้นำกลุ่มจิตอาสาประชารัฐฯ
เมื่อไปถึงพบ 2 สามีภรรยา อาศัยอยู่ในตึกร้าง 2 ชั้น ซึ่งเดิมเจ้าของตั้งใจสร้างเป็นหอพักให้เช่าสำหรับนักศึกษา ม.รามคำแหง เลขที่ 98 หมู่ 12 บ้านดานสาวคอย ต.นาแก โดย 2 สามีภรรยาสร้างเพิงเล็กๆอยู่หน้าตึกดังกล่าว มีนายยุทธชัย วังทะพันธ์ อายุ 77 ปี และนางสมพร ศรีสมุทร อายุ 75 ปี ที่เดินโขยกเขยกออกมาต้อนรับ
นายยุทธชัย เปิดเผยว่า พื้นเพเป็นคน อ.นาแก เรียนจบ มศ.5 ก่อนจะไปบวชจำพรรษาอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี ถึง 12 ปี จนอายุได้ 28 ปี มีคนรู้จักชักชวนลาสิกขาบท เพื่อไปทำงานที่ประเทศอเมริกา โดยเขาเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด เดินทางโดยสารไปกับเรือพาณิชย์ เป็นโรบินฮู๊ดหลายปี และยังเร่ร่อนไปอีกหลายประเทศ มีประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น
ก่อนเข้าสู่วัยชราจึงหวนกลับมาอยู่บ้านเกิด และพบรักครั้งล่าสุดกับนางสมพร ตกลงปลงใจอยู่กินด้วยกันมาถึง 13 ปี โดยอาศัยตึกร้างเป็นรังรัก มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ได้ค่าแรง 50-100 บาท ซึ่งทั้ง 2 คนไม่มีบัตรประชาชนยืนยันการเป็นคนไทย แต่ตนได้รับการช่วยเหลือจากนายทัศพร เชื้อตาพลอย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 คนใหม่ เดินเรื่องให้จนได้รับบัตรประชาชนครั้งแรกเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา รู้สึกดีใจที่มีบัตรประชาชนในบั้นปลายชีวิต ที่ผ่านมาตนไม่เคยเห็นความสำคัญของบัตรฯ รู้ตัวว่าคิดผิดมาตลอดตอนเจ็บไข้ได้ป่วยนี่เอง ส่วนนางสมพร เป็นคน จ.เลย ต้องค้นหาหลักฐานพิสูจน์หน่อเนื้อว่ามีอะไรยืนยันว่าเป็นคนไทยต่อไป
ด้านนางสมพร ที่ต้องนั่งยองๆกับพื้นตลอดเวลา เนื่องกระดูกขาด้านซ้ายหลุด การทรงตัวไม่ดี และยืนนานๆจะปวด เล่าว่า เป็นคน อ.เชียงคาน จ.เลย บิดาเป็นตำรวจพลสมัครชื่อ ประหยัด ศรีสมุทร รับราชการประจำอยู่ ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง ส่วนมารดาชื่อนางสงวน ศรีสมุทร อาชีพทำนา เรียนจบชั้น ป.3 โรงเรียนศรีสะอาด อายุ 18 ปี ออกจากบ้านมารับจ้างทำงานใน จ.ขอนแก่น และไม่เคยกลับบ้านเกิดอีกเลย
“พอครบกำหนดทำบัตรประชาชน ก็ไม่เคยสนใจ ใช้ชีวิตไปในหลายจังหวัด จนมาพบรักกับนายยุทธชัย ร่วมหอลงโรงมากกว่า 10 ปี รู้สึกอยากได้บัตรประชาชนตอนที่ลื่นล้มที่บ่อน้ำ ทำให้กระดูกก้นกบกระแทกจนข้อต่อหลุด ที่ต้องได้รับการดูแลรักษาจากโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่รู้จะทำวิธีไหนที่พิสูจน์สัญชาติได้” นางสมพร กล่าว
ขณะที่นายทัศพร เชื้อตาพลอย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านดานสาวคอย กล่าวเพิ่มเติมว่า เพิ่งเข้ารับการเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านไม่ถึง 6 เดือน เห็นครอบครัวของ 2 ตายายมานานหลายปี หลังได้ตำแหน่งก็สอบถามนายยุทธชัยว่าเคยมีบัตรประชาชนมาก่อนหรือไม่ ได้คำตอบว่าไม่เคยทำบัตรฯแม้แต่ครั้งเดียว แต่เป็นคน อ.นาแก โดยกำเนิด จึงนำตัวไปให้เจ้าหน้าที่ซักประวัติ ทราบต่อมาว่านายยุทธชัยมีชื่ออยู่ในสารบบจริง แต่ถูกจำหน่ายเป็นบุคคลสาบสูญไปอยู่ทะเบียนกลางเมื่อปี 2547 ตนจึงหาหลักฐานจากญาติพี่น้องยืนยันตัวบุคคลชัดเจน กระทั่งนายยุทธชัยได้บัตรประชาชนครั้งแรกเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา
ส่วนนางสมพร กำลังหาช่องทางช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับบัตรประชาชนเช่นเดียวกับสามี แต่สอบถามไปที่โรงเรียนศรีสะอาด ปรากฏว่าหลักฐานถูกไฟไหม้หมดแล้ว ประกอบกับ 2 ตายายดำรงชีวิตด้วยความทุกข์ลำบาก บางวันไม่มีข้าวกินต้องเข้าป่าไปขุดมันมาต้มประทังชีวิต หรือไปขอข้าวที่วัดถ้ำช้างมากิน จึงต้องขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญแนะนำหนทางช่วยเหลือ 2 ตายายผู้ยากไร้
ขณะที่ จ.ส.ต.ถิรพัฒน์ บุญญชัยศิลป์ ข้าราชการบำนาญ อายุ 72 ปี อดีตตำรวจ สภ.ธาตุพนม จ.นครพนม ชี้ช่องทางว่า แม้หลักฐานการยืนยันตัวบุคคลของนางสมพร ที่โรงเรียนถูกไฟเผาไหม้ไปแล้ว แต่ที่กองบังคับการตำรวจจังหวัดเลย จะมีประวัติของตำรวจเก็บรักษาไว้ ทุกนายจะมีสมุดบันทึกประวัติเป็นเล่มๆ หากนางสมพรมีพ่อเป็นอดีตข้าราชการตำรวจจริง น่าจะมีหลักฐานอยู่ที่นี่ ปัญหาอยู่ที่ไม่มีเงินค่าดำเนินการเท่านั้น ผู้ใจบุญท่านใดต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายระหว่างตรวจสอบประวัตินางสมพร สามารถติดต่อประสานมาได้ที่หมายเลขของนายทัศพร 081-3479034 เพื่อให้มีสิทธิรับการช่วยเหลือจากรัฐขั้นพื้นฐานต่อไป