ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/296498

คำโกหกของลูก น้องสตางค์หนูน้อยวัย12ทำงานหาเงินดูแลพ่อป่วยอัมพฤกษ์
8 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหน้าเพจเฟซบุ๊ก “Poramet Misomphop” ได้โพสต์เรื่องราวชีวิตของเด็กหญิงวัย 12 ปี ยอดกตัญญู ที่ทำงานขายผัก เก็บขยะ เพื่อนำเงินมาเลี้ยงดูพ่อที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
“คำโกหกของลูก” หนูทำงานรับจ้างขายผัก เก็บขยะขาย เอาเงินมาดูแลพ่อ หนูอยากให้พ่อหายเร็วๆ พอกลับถึงบ้าน พ่อจะคอยถามว่าหนูเหนื่อยไหม หนูต้องโกหกพ่อว่า หนูไม่เหนื่อย บ้างทีหนูนั่งร้องไห้นะพี่ หนูสงสารพ่อคะ

ก่อนอื่นเมศขอชมเชยเลยว่า..เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ด้วยวัยเพียง 12 ปีเท่านั้น เธอกลับต้องทิ้งช่วงวัยเด็ก วัยที่กำลังซน วัยที่ร่าเริง กลับต้องมาเป็นหัวเรือหลักของบ้าน เธอต้องทำงานรับจ้างขายผัก ได้วันละ 50 – 100 บาท เธอต้องเก็บขยะขาย เพื่อนำเงินมาจ่ายค่าเช่าห้อง ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าไปโรงเรียน และที่สำคัญ เธอต้องนำเงินที่ได้มาซื้อผ้าอ้อม แพมพริส อุปกรณ์ล้างแผล เพื่อที่จะมาดูแลพ่อที่ป่วยพิการ..เด็กคนนี้เมศขอชื่นชมหัวใจของเธอ หัวใจที่แข็งแกร่ง เธอพูดคำเดียวสั่นๆ ว่า “หนูรักพ่อ”

ห้องเช่าเล็กๆ ย่านบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ภายในห้องเช่านั้นเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นอับคละคลุ้งทั่วบริเวณห้อง ภายในห้องเช่าแห่งนี้มี 2 พ่อลูก พักอาศัยอยู่ ย้อนกลับไปเมื่อ 5 – 6 ปีก่อน
คุณพ่อชื่อ นายนรินทร์ อรุณวงศ์ อายุ 38 ปี พักอาศัยอยู่กับภรรยา และมีลูกด้วยกัน 2 คน คนแรกคือ น้องสตางค์ อายุ 12 ปี และคนที่ 2 อายุ 8 ปี

คุณพ่อทำงานเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง มีอยู่วันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุคุณพ่อได้ตกจากที่สูง 3 ชั้น ขณะทำงาน เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คุณพ่อกลายเป็นผู้พิการอัมพฤษ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย
เวลานั้นมีเพียงภรรยาที่คอยดูแล เวลาผ่านไปได้ 2 – 3 เดือน ด้วยเหตุผลบ้างประการ ภรรยาที่คอยดูแลก็ได้ทอดทิ้งกันไป โดยจะนำลูกทั้ง 2 คน ไปด้วย แต่ช่วงเวลานั้น น้องสตางค์อายุเพียง 7 ขวบเท่านั้น กลับพูดให้ผู้เป็นแม่ว่า..”หนูขออยู่กับพ่อได้ไหม พ่อนอนป่วยอยู่ ถ้าหนูไปอีกคนใครจะดูแลพ่อ” มันเป็นประโยคที่เด็กอายุ 7 ขวบตัวเล็กๆ พูดออกมา

ปัจจุบันน้องสตางค์ อายุ 12 ปี แต่น้องต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้านทุกอย่าง น้องต้องออกไปรับจ้างขายผักในตลาด เก็บขยะจากถังขยะมาขาย เพื่อนำเงินมาเป็นค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากิน ค่าไปโรงเรียน ค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวัน และที่สำคัญ เธอต้องนำเงินมาซื้อ แพมพริส ผ้าอ้อม อุปกรณ์ล้างแผล ค่าข้าว ค่าน้ำให้กับคุณพ่อที่นอนป่วยเป็นอัมพฤกษ์
น้องสตางค์ได้เล่าให้เมศฟังทั้งน้ำตาว่า..หนูต้องโกหกพ่อ เวลาหนูออกไปเก็บขยะ ตากแดด ตากฝน บางทีหนูเหนื่อย หนูนั่งร้องไห้ แต่พอถึงบ้านหนูก็จะยิ้ม ไม่อยากให้พ่อรู้ว่าหนูร้องไห้ หนู เหนื่อย พ่อถามว่า หนูเหนื่อยไหม หนูก็ตอบว่า ไม่เหนื่อย..หนูอยากขอโทษพ่อ ที่หนูต้องกลายเป็นเด็กโกหก หนูอยากจะบอกพ่อว่า พ่อหนูขอโทษ หนูรักพ่อมาก
ตอนนี้คุณพ่อและน้องสตางค์พักอยู่ภายในห้องเช่าเล็กๆ เดือนละ 800 บาท ไม่รวมค่าน้ำและค่าไฟ คุณพ่อได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการ แถวบางปู สมุทรปราการ
ด้วยวัยเพียง 12 ปี แต่เธอต้องทิ้งช่วงเวลาวัยเด็ก วัยที่ร่าเริง กลับต้องมาเป็นเสาหลักของบ้าน ทำงานขายผัก เก็บขยะ เพื่อนำเงินมาเลี้ยงดูแลพ่อของเธอ เมศขอชื่นชมหัวใจของเธอจริงๆ
(ขณะที่พี่เขียนของน้องน้ำตาพี่ยังคลอเลย น้องสุดยอดจริงๆ นับถือเลยครับ)

เบื้องต้นเมศได้ให้เงินส่วนตัวไว้กับทางคุณพ่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวันเบื้องต้น หากเพื่อนๆ พี่ๆ ต้องการช่วยเหลือน้องสตางค์ สามารถโอนเงินเข้าบัญชีคุณพ่อน้องโดยตรง ที่บัญชี ธนาคารกรุงไทย นายนรินทร์ อรุณวงศ์ เลขที่บัญชี 217-0-38423-5
(เมศได้รับอนุญาตจากคุณพ่อน้องสตางค์ให้ถ่ายรูป และนำรูปพร้อมรายละเอียดทั้งหมดลงสื่อออนไลน์เรียบร้อยแล้วครับ)
ขอเรียนให้ทราบว่า..เมศไม่สามารถบอกที่อยู่ที่คุณพ่อและน้องพักอาศัยได้โดยตรง เนื่องจากน้องเป็นเด็กผู้หญิงอายุเพียง 12 ปี และมีคุณพ่อที่ป่วยพิการ เมศเกรงเรื่องความปลอดภัย
ของทางครอบครัวครับ หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยหรือต้องการเดินทางไปเยี่ยม สามารถโทรมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กับผมได้โดยตรงครับ 080-775-3230 เมศ เจ้าชายน้อย
