ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/296084

อลังการไหลเรือไฟนครพนม มหาชนนับแสนแน่นริมแม่น้ำโขง
6 ต.ค.60 บรรยากาศ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันออกพรรษา ซึ่งวานนี้ 5ต.ค.60 ที่จังหวัดนครพนมมีประเพณีไหลเรือไฟ ตามคติความเชื่อความเชื่อครั้งโบราณ เกี่ยวโยงสัมพันธ์กับข้อมูลความเป็นมาหลายประการ เช่น เนื่องจากการบูชารอยพระพุทธบาท การสักการะพกาพรหม การบวงสรวงพระธาตุจุฬามณี การระลึกถึงพระคุณ ของพระแม่คงคา เป็นต้น
ในช่วงเช้าของวันที่ 5ต.ค. มีพิธีรำบูชาองค์พระธาตุพนม เป็นการรวมตัวของชนพื้นเมืองต่างๆ รวม 7 เผ่า ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครพนม ที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าประจำเผ่า ร่ายรำในท่วงท่าอันงดงาม จากนั้นภาคบ่ายในเวลา 13.00 น. ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม มีขบวนแห่ไฟพระฤกษ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานเพื่อใช้ในการจุดเรือไฟลำแรก ในงานประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม ประจำปี 2560 โดยแห่อัญเชิญไฟพระฤกษ์ ขบวนเรือไฟโบราณและปราสาทผึ้ง ไปตามถนนอภิบาลบัญชา ซึ่งเป็นถนนสายหลักผ่านหน้าบริเวณตลาดสดเทศบาลไปสิ้นสุดยังศาลหลักเมืองหน้าศาลากลางจังหวัดฯ
ก่อนจะถึงเวลาสำคัญการชมเรือไฟอันยิ่งใหญ่ ถนนทุกสายหนาแน่นด้วยรถยนต์ต่างมุ่งหน้าไปยังบริเวณริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร ตั้งแต่หน้าโรงเรียนสันตยานันท์ถึงแลนด์มาร์คพญาศรีสัตตนาคราช จึงคลาคล่ำไปด้วยคลื่นมหาชนที่เบียดเสียดยัดเยียดจนหาที่เดินแทบไม่ได้ แม้จะมีสายฝนโปรยปรายลงมาก็ไม่ใช่อุปสรรค มีกระทงสายหรือไข่พญานาค จำนวน 12,000 ดวง ปล่อยมาเรียกน้ำย่อยให้บันทึกภาพความงามกลางสายน้ำ ส่วนเรือไฟลำแรกที่ถูกปล่อยออกจากจุดเป็นของ อ.ธาตุพนม มีความยาว 40 เมตร เรียกเสียงฮือฮาจากนักท่องเที่ยวลั่นลำน้ำโขง ตามด้วยเรือไฟจากเรณูนคร ขณะที่เรือไฟจากนาแกมีปัญหาเล็กน้อยจากเปลวไฟไหม้โครงไม้ไผ่ ช่วงส่วนหัวของรูปสุพรรณหงส์ แต่ก็สามารถลอยลำโชว์ความสวยงามได้ตลอดรอดฝั่ง และขบวนเรือไฟจากอำเภอต่างๆก็ทยอยออกมารวมทั้งสิ้น 13 ลำ
สำหรับเรือไฟในปี้นี้ที่มีความยาวที่สุดในคุ้งน้ำคือ 80 เมตร มีด้วยกัน 3 ลำ มาจาก อ.เรณูนคร,เมืองนครพนม,และโพนสวรรค์ รองลงมายาว 75 เมตร มีทั้งสิ้น 2 ลำ จาก อ.นาทม,ศรีสงคราม ส่วนเรือไฟ อ.นาแก ยาวเป็นอันดับ 3 อยู่ที่ 70 เมตร ส่วนเรือไฟลำที่สั้นที่สุดมาจาก อ.ท่าอุเทน ยาว 35 เมตร ผลการประกวดเรือไฟประเภทสวยงามประจำปี 2560 รางวัลชนะเลิศได้แก่เรือไฟจาก อ.เมืองนครพนม ที่สามารถโค่นแชมป์เก่าอย่าง อ.โพนสวรรค์ ที่ปีนี้เสียตำแหน่งได้ที่สองไปครอง ส่วนรางวัลที่ 3 เรือไฟ อ.เรณูนคร สำหรับผลการประกวดเรือไฟประเภทความคิดแชมป์เก่าจาก อ.ศรีสงคราม สามารถป้องกันตำแหน่งไว้อีกสมัย ส่วนที่สองเป็นของ อ.นาเเก และอันดับสาม อ.นาหว้า ถือว่าประเพณีไหลเรือไฟจังหวัดนครพนมปิดฉากลงไปเรียบร้อย คงเหลืองานกาชาดฯที่จะมีการจับรางวัลใหญ่เป็นรถยนต์ปิกอัพ ในค่ำคืนวันที่ 6 ต.ค.นี้ และเป็นวันสุดท้ายของงานประเพณีไหลเรือและกาชาดจังหวัดนครพนม.
