ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/296821

เตือนภัย‘7งูพิษ’ เลื้อยสยองฉกหน้าฝน
กรมการแพทย์เตือนภัย “งู” ชุกในหน้าฝน เลี่ยงอยู่ในที่แคบ มืด รกพงหญ้า แนะหากถูกงูกัดควรรีบพบหมอให้เร็วที่สุด
10 ต.ค.60 นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝนจึงควรระวังสัตว์ที่มีพิษชนิดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ “งู” ที่อาศัยอยู่ตามสภาพแวดล้อมใกล้ตัวเรา ไม่ว่าจะบริเวณสวนข้างบ้าน ทุ่งหญ้า ป่า หรือในน้ำ ส่วนใหญ่เป็นงูไม่มีพิษ
สำหรับงูพิษที่มีความสำคัญทางการแพทย์เพราะมีคนถูกกัดอยู่บ่อยๆมี 7 ชนิด ได้แก่ งูเห่า , งูจงอาง , งูกะปะ , งูเขียวหางไหม้ , งูแมวเซา , งูสามเหลี่ยม และงูทับสมิงคลา

นพ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า หากถูกงูกัดแต่ไม่ทราบชนิดของงู ต้องแยกก่อนว่าเป็นงูพิษหรืองูไม่มีพิษ โดยทั่วไปเราจำแนกพิษของงูได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้ 1.พิษต่อระบบประสาท ได้แก่ พิษของงูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม ผู้ที่ได้รับพิษจะทำให้เกิดอัมพาตของกล้ามเนื้อ ลืมตาไม่ได้กลืนลำบาก และที่สำคัญคือทำให้หยุดหายใจเสียชีวิตได้
2.พิษต่อโลหิต ได้แก่ พิษของงูแมวเซา งูกะปะ งูเขียวหางไหม้ ทำให้มีเลือดออกตามที่ต่างๆ ตามผิวหนัง เหงือก อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด
3.พิษต่อกล้ามเนื้อ ได้แก่ พิษงูทะเล ทำอันตรายต่อกล้ามเนื้อ ปวดกล้ามเนื้อมาก ปัสสาวะสีดำ เนื่องจากกล้ามเนื้อถูกทำลาย
4.พิษต่อกล้ามเนื้อหัวใจ ได้แก่ พิษงูเห่า งูจงอาง ทำให้ลืมตาไม่ขึ้น แขนขาหมดแรง กระวนกระวาย ลิ้นแข็ง น้ำลายมากกลืนลำบาก เกิดอัมพาตของกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจ และเสียชีวิตได้
“สำหรับแนวทางการรักษา คือ ประเมินผู้ป่วยและให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ซักประวัติ ตำแหน่งที่ถูกงูกัด สถานที่ที่ถูกงูกัด ชนิดของงูหรือการนำซากงูมา อาการที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่แพทย์ในการรักษา นอกจากนี้ควรรีบทำความสะอาดบริเวณแผลที่ถูกงูกัด และส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด โดยประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเดินในที่แคบหรือบริเวณที่รกมีหญ้าสูง โดยเฉพาะเวลากลางคืน ถ้าจำเป็นต้องเดินผ่านควรใส่รองเท้าหุ้มข้อเท้า ใส่กางเกงขายาว เสื้อแขนยาว เตรียมไฟฉาย เพื่อหลีกเลี่ยงสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ” นพ.ณรงค์ กล่าว