ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/296780

เสนอ10ข้อช่วย’ตูน บอดี้สแลม’ เพื่อไม่ต้องวิ่งอีกในปีต่อๆไป
10 ต.ค. 60 เพจเฟสบุ๊กดัง “เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล” โพสต์แสดงความคิดเห็นในกรณี อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม นักร้องดัง เตรียมวิ่งระดมเงินซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลในโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากสุดเขตแดนใต้ สู่สูงสุดแดนสยาม เริ่มต้นจาก อ.เบตง จ.ยะลา และสิ้นสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทาง 2,191 กิโลเมตร โดยจะเริ่มออกสตาร์ทวันที่ 1 พ.ย.นี้ ที่ อ.เบตง จ.ยะลา และวิ่งติดต่อกัน 4 วันพัก 1 วัน และจะสิ้นสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในวันที่ 25 ธ.ค.2560 รวมระยะเวลา 55 วัน พร้อมตั้งเป้าหมายยอดเงินบริจาคประมาณ 700 ล้านบาท
โดยมีใจความว่า #10ข้อที่ทำได้#ถ้าอยากช่วยพี่ตูนมากกว่า10บาท#หรือคิดว่า10บาทไม่ช่วยอะไร หลายคนคงเห็นข่าวแล้วตูน กำลังจะเริ่มโปรเจคใหม่ต่อจากปีที่แล้ว 10 วัน 400 กิโลจากกรุงเทพฯ ถึง บางสะพานปีนี้ เป็น เบตง ถึง แม่สาย เป้าหมายถึง 700 ล้าน คิดง่าย ๆ ว่า คนไทย 70 ล้านคนหากช่วยเพียงคนละ 10 บาท ก็พอแล้วทุกคน คงรู้ดีว่า เพียงแค่ 700 ล้านหรือ ต่อให้ยอดบริจาคทะลุไปอีกเท่าตัวก็แก้ปัญหาของ ระบบสาธารณสุขไทยไม่ได้ลำพังเพียงแค่ รพ.ศิริราช แห่งเดียวในปีที่ผ่านมาก็ขาดทุนไปแล้ว 700 ล้านปีก่อน รพ.ในสังกัด สธ. มียอดเงินที่ต้องการความช่วยเหลือ 5,000 ล้านบาท อยากจะช่วย รพ. ช่วยตูนผมจึงขอเสนอ แนวทาง 10 ประการ เพื่อช่วย ตูน อีกแรง ปีต่อ ๆ ไป จะได้ไม่ต้องมาวิ่งให้เหนื่อยอีก

ข้ามเรื่องพื้น ๆ อย่าง ออกกำลังกาย กินอาหารมีประโยชน์กินให้ครอบห้าหมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ไปก่อนนะครับ(ท่องได้ตั้งแต่อนุบาลเนอะ ทำได้หรือเปล่า อีกเรื่อง -ฮา..)
คิดมาตั้ง 10 ข้อ เผื่อสำหรับทุกคน น่าจะมีสักข้อล่ะที่โดนที่เหมาะ ที่ทำได้ เริ่ม
1. ดื่มไม่ขับ .. (ไม่ต้องรอถึงเมา)อุบัติเหตุเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยอันดับ
2 มาตลอดหลายปี(อันดับหนึ่งคือ มะเร็ง…) ว่ากันว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ ยอดผู้เสียชีวิตบนถนนของเราสูงกว่า จำนวนทหารของสหรัฐฯ ในสงครมที่อิรักเสียอีก ยอดรวมแต่ละปี 30,000 รายไม่รวมบาดเจ็บสาหัส พิการ ต้องผ่าตัดต้องพักฟื้น อีกมากมาย จากยอดนี้ ราว ๆ 35% เกี่ยวข้องโดยตรงกับ การดื่มเครื่องดืมมึนเมาดื่มได้ไม่ว่ากัน แต่ดื่มแล้ว อย่าขับ จะลดค่าใช้จ่ายของ รพ. ไปได้มากมาย.
2. กินยาให้ครบ อย่าทิ้งอย่าขว้างถ้าไม่กินให้บอก เก็บไว้ให้คนอื่นเถิดในปี 2555 เคยมีโครงการ นำยาเหลือที่บ้านมาแลกไข่ ผลปรากฏว่าทำไปไม่กี่วัน ได้ยาคืน รพ. กว่า 2 ล้านเม็ดมีการประเมินว่า ยาที่ค้างอยู่ตามบ้านอาจจะมีมูลค่าสูงถึง 100,000 ล้านบาท!!! (หมอเองก็มีส่วนในปัญหานี้เพราะเราเองก็จ่ายยาเกินความจำเป็นเช่นกัน ลองช่วย ๆ กันคิดดูนะครับ)
3. ตรวจมะเร็งตามโปรแกรม ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอาย(อย่างที่บอกไปในข้อ 1 คือ มะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่ง)ที่สำคัญเลย ผู้หญิง มะเร็งปากมดลูก กับ เต้านม เจอเร็วรักษาเร็ว หายได้ และเช่นกันเมื่อเทียบกับตอนเป็นเยอะ ๆ แล้วมารักษาจะประหยัดเงิน รพ. ไปได้เยอะเลยส่วนผู้ชาย งดบุหรี่ ลดมะเร็งปอดตรวจไวรัสตับบีกันเถอะ รักษาเร็ว ป้องกันดี มะเร็งตับ ไม่ถามหา
4. เลิกเชื่อ ยารักษาโรคเกินจริงยาครอบจักรวาล ยาตำรับลับ ยาชุดแสนมหัศจรรย์ กันเถิด นอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้วยังสร้างผลเสียต่อสุขภาพตามมาอีก ถ้ามีเงินเหลือ ไม่รู้จะทำอะไรเวลาไปหาหมอที่ รพ. เขาให้จ่าย 30 บาทก็เอาเงินที่จะเอาไปซื้อยาขวดละพันมาเทให้ รพ. ได้นะครับ ตำรวจไม่จับ

5. ฝากท้องให้ไว มาตรวจสม่ำเสมอจะท้องวัยรุ่น หรือ วัยตกรุ่น ก็มาฝากท้องกันตามนัด ตรวจสม่ำเสมอ ผลแทรกซ้อนจะได้ไม่มีหรือ มีก็จะได้ป้องกันได้ เด็กเกิดมามีคุณภาพ เรื่องนี้ ไม่ต้องกลัว มาตรวจบ่อยแล้ว รพ.จะเดือดร้อน หมอจะเหนื่อยคุณแม่ โผล่มาทีเดียวตอนน้ำเดินหรือ โผล่มาแล้วเบ่งคลอดเลยนี่เหนื่อยและถ้าเกิดปัญหานี่รพ.เดือดร้อนกว่าเยอะเลยคลอดก่อนกำหนดที เด็กตัวเล็กทีเด็กหอบ ติดเชื้อที ค่ารักษา (ที่ รพ.ต้องใช้จ่าย คนไข้ไม่ต้อง)นี่เป็นหมื่นเป็นแสนทันใด
6. เด็กเอ๋ย เด็กน้อย มารับวัคซีนกันให้ครบวัคซีนประเทศเรา ปลอดภัยสุด ๆ แล้ว(เพราะที่อื่นเขาอัพเดต ตัวใหม่ ๆ กันไปนานแล้วเราใช้แบบดั้งเดิมมานาน ก็โตกันมา จากหัวดำ กลายเป็นหัวหงอกหรือ หัวล้าน กันเต็มเมืองนี่แหละ หนู ๆ)ถ้า ความเชื่อเรื่อง ต่อต้านวัคซีนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีโอกาส โรคเก่า ๆ กลับมา นี่ก็เตรียมตัว เจ๊ง ก็อีกรอบ
7. หาหมอใกล้บ้าน สถานพยาบาลใกล้ตัวไว้ก่่อนโรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป รพ.สต. (อนามัย) ก่อนโรคไหนที่ รพ. ส่งตัวกลับให้รักษาใกล้บ้านได้ ก็เชื่อ และ มั่นใจในหมอใกล้บ้านด้วยระบบ ค่าใช้จ่ายลดลง หน่วยงานได้พัฒนาตัวเองและปรับปรุงไปเรื่อย ๆ ลดความแออัดใน รพ. ใหญ่ ๆ ลดค่าตรวจ ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้เยอะเลย
8. เมื่อใดก็ตามมีเพศสัมพันธุ์ หากคนนั้นไม่ใช่ สามี หรือ ภรรยาของเราโปรดใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น กลุ่มชายรักชายนอกจากจะ ป้องกันทุกครั้งควรจะตรวจเลือดหาเชื้อ HIV อย่างสม่ำเสมอเพราะเป็นได้เสมอ ติดได้เสมอ นี่คือ เรื่องจริงที่เจอในคลินิกทุกวันนี้50% ของผู้ป่วยรายใหม่ คือ กลุ่มชายรักชายและแม้จะบอกว่าป้องกันทุกครั้งก็ยังติด(จากงานวิจัย ขนาดกลุ่มทดลองที่ให้ความรู้เรื่องการป้องกันเป็นอย่างดีโอกาสติดก็ยังสูงเกือบ ครึ่งในหนึ่งปี)คงไม่ต้องบอก ใช่ไหมว่าถ้าติดขึ้นมาแล้ว รักษาได้ก็จริงแต่ต้นทุนลำพังค่ายา ตลอดชีวิตก็คิดคำนวน มูลค่าไม่ถูกแล้วแต่ ยังไงรีบตรวจ รีบเจอก็รักษาได้ แข็งแรงได้เป็นแรงและพลังให้ประเทศได้นะครับ

9. เมื่อถึงเวลา ถึงอายุขัย โปรดไปให้ไปอย่างสงบ อ้างอิงจาก ข้อมูลในสหรัฐฯ โครงการประกันสุขภาพ ต้องจ่ายเงินไปไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านล้านบาท หรือ 5 หมืนล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เพื่อเป็นค่ารักษาในช่วง 2 เดือนสุดท้ายก่อนคนไข้เสียชีวิต โดยประมาณกันว่า ร้อยละ 20-30 ของค่าใช้จ่ายทางการแพทย์เหล่านี้อาจไร้ประโยชน์ในด้านการรักษา (ด้วยเวลาอันน้อยนิด ผมยัง หาข้อมูลในไทยไม่เจอแต่ เท่าที่จำได้ก็มีการเก็บข้อมูลเหมือนกันประมาณว่า ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของคนคนหนึ่งตลอดชีวิตถูกใช้ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายราว 30 เปอร์เซนต์
ซึ่งข้อนี้ คงต้องพูดกันในรายละเอียดอีกว่า แค่ไหน อย่างไร หรือจุดไหน ที่เราใช้ไปอย่างเปล่าประโยชน์รักษา, ยื้อ ต่อไปเพื่อความสบายใจเท่านั้นซึ่งไม่ง่าย เลย บทบาทของหมอในเรื่องนี้ก็สำคัญมาก…)
10. สุดท้ายแล้ว จาก 9 ข้อ คิดว่าข้อนี้เป็นข้อเดียว ที่ทุกคนมีสิทธิ์ทำได้ เท่า ๆ กัน ก็คือการช่วยกัน ส่งเสียงให้ผู้มีอำนาจรู้ทีเถอะว่าสุขภาพของประชาชน นั้นสำคัญมากกกก. เพราะนี่คือ พื้นฐานของสุขภาพสังคมสุขภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศสำคัญ กว่า …. และ จุด ๆ ๆ ช่วยผมเติมเอาก็แล้วกัน




ขอบคุณภาพ : ก้าว
ที่มา : เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล