ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/297905

คนไทยไม่ทิ้งกัน “ผ่องศรี-ยุพราช” ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
nn…ช่วงนี้หลายพื้นที่หลายจังหวัดของไทย กำลังเผชิญปัญหาอุทกภัยเดือดร้อนหนัก ทำเอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้า เช่นเดียวกับ ทุกภาคส่วนที่ต่างทยอยส่งความช่วยเหลืออีกแรง เพราะลำพังรอทางการเพียงอย่างเดียว อาจขลุกขลักล่าช้าไปบ้าง เช่นเดียวกับ พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย หัวหน้าพรรค “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในฐานะประธานมูลนิธิ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ที่มอบหมายให้อดีต สส.ลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ “ผ่องศรี ธาราภูมิ” ลงพื้นที่เยี่ยมพี่น้องประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งเป็นผลจากการระบายน้ำเหนือของเขื่อนเจ้าพระยา สู่คลองชัยนาท-ป่าสัก และปริมาณน้ำฝนที่สะสม ทำให้หลายตำบลริมคลองชัยนาท-ป่าสัก ในเขตอ.บ้านหมี่ และ อ.เมือง จ.ลพบุรี ต้องจมน้ำ ทั้งบ้านเรือน โรงเรียน วัดวาอาราม อยู่ในสภาพน้ำท่วมขังแบบเดียวกันมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว…งานนี้ ก็เลยเห็นภาพของอดีตสส.สาวเมืองลิง นำคณะลุยน้ำแจกสิ่งของอุปโภคบริโภคให้ชาวบ้าน ช่วยซับน้ำตาปลอบใจกันไป เจ้าตัวบอกว่า “ทุกข์-สุขของชาวบ้าน ก็คือทุกข์-สุข ของพวกเราทุกคน ยิ้มไว้ก่อน ยิ้มสู้ทุกปัญหานะพี่น้อง เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านพ้นไป ผ่านเหตุการณ์น้ำท่วม-น้ำแล้งมาหลายครา มีบทเรียนกันมากแล้วว่า จะอยู่อย่างไรกับธรรมชาติ”
nn… เช่นเดียวกับ เพื่อนพ้องพรรคเดียวกัน ที่ไม่ทอดทิ้งประชาชน โดยอดีต สส.เพชรบูรณ์ “ยุพราช บัวอินทร์” ควงว่าที่ผู้สมัครอย่าง “ชัยณรงค์ สืบสุรีย์กุล” พร้อมทีมงาน นำถุงยังชีพไปแจกให้ชาวบ้านที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในอ.หล่มสัก เจ้าตัวบอกว่า รอบนี้ เป็นรอบที่ 4 ของปี และท่วมหนักทุกรอบ… “ในสถานการณ์เช่นนี้ น้ำใจเป็นสิ่งที่ควรมอบให้แก่กันช่วยเหลือกัน ไม่ทอดทิ้งกัน แล้วจะผ่านเรื่องร้ายไปได้”…เรียกว่า แม้น้ำท่วมหนักแค่ไหน แต่น้ำใจก็จะหลั่งไหลไปมากกว่า ช่วยซับน้ำตาฟื้นฟูไปจนกว่าจะฟื้นตัว…แบบว่า ยังไงคนไทยก็ไม่ทิ้งกัน…nn
nn…วันก่อน แอบไปเห็น กูรูปราบทุจริตจำนำข้าว อดีตสส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ถึงการพูดภาษาอังกฤษของคนไทย ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องหลังมีกระแสวิจารณ์พาดพิงถึงการพูดภาษาอังกฤษของทั่นนายกฯ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ช่วงไปเยือนสหรัฐ โดยอดีตผู้แทนวรงค์ตั้งข้อสังเกตไว้น่าสนใจว่า คนที่จะพูดอังกฤษได้ดี แสดงว่าต้องมีโอกาสไปเรียนเมืองนอกเมืองนาหรือไม่ก็ได้เรียนในโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดาลูกตาสีตาสา ที่ฐานะไม่ดีมาก คงยาก เป็นปัญหาเรื่องทุนทรัพย์…แต่สิ่งที่ต้องยอมรับคือ การที่ใครมีทักษะภาษาอังกฤษดีรอบด้าน จะมีโอกาสที่ดี พูดง่ายๆคือ มีภาษีมากกว่า ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะจัดการศึกษาอย่างไร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำเรื่อง “ภาษาอังกฤษ” ที่นอกจากเป็นการพัฒนาคุณภาพคนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่แล้ว ยังเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศอีกด้วย
…งานนี้ เจ้าตัวจึงยกโครงการดีๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์รวมกันคิดร่วมกันทำมา หลังไปดูงานจากสิงคโปร์ คือ “โครงการ English for all” ที่จะตอบโจทย์ประเทศไทยได้ โดยรัฐบาลต้องกล้าลงทุน!!! หลักใหญ่ใจความที่อ่านความคิดความเห็นของกูรูข้าวแล้ว ประมาณว่า ต้องเริ่มปูพื้นกันตั้งแต่ชั้นอนุบาล และต้องจัดเวลาให้เด็กไทยได้ใช้ภาษาอย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมง อาจจะสอดแทรกไปในรายการเด็ก จะทำให้เด็กๆซึมซับได้เร็วขึ้น อีกทั้ง หัวใจสำคัญคือ ครูผู้สอน จะเป็นใครก็ได้ แต่ครูต้องพูดภาษาอังกฤษได้ดี ถ้าหาคนที่พูดได้ดีเยี่ยมจะดีมาก และที่สำคัญอีกประการคือ ต้องกล้าพูด ไม่ต้องสนใจสำเนียง ขอให้สื่อสารเข้าใจ…โดยโครงการนี้ มีการนำไปทดลองนำร่องกับโรงเรียนสะพานที่สาม จ.พิษณุโลก โรงเรียนลูกคนจน ปรากฏว่าได้ผลดีมาก เจ้าตัวว่าอย่างนั้น…เห็นหลักการอย่างนี้แล้ว อยากสะท้อนให้รัฐบาลนำไปพิจารณาปรับใช้ดูบ้าง ก็น่าจะดีสำหรับอนาคตลูกหลานไทย ได้สปีค “ฟุด ฟิด โฟว์ ไฟแลบ ไม่อายฝรั่งกันไปเลย…nn