ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/298275

รายงานพิเศษ : กรมชลประทานเดินหน้าโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก สร้างแหล่งน้ำต้นทุน-ส่งเสริมท่องเที่ยวตามแนวพระราชดำริ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นับแต่เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติตราบจนเสด็จสวรรคตเป็นเวลายาวนาน 70 ปี ทรงให้ความสำคัญเรื่องนํ้าด้วยทรงถือว่าเป็นปัจจัยหลักต่อการดำรงชีวิตของพสกนิกร สรรพสัตว์และสรรพสิ่งมีชีวิตนานาชนิด รวมถึงสิ่งไม่มีชีวิตก็ต้องพึงพาอาศัยนํ้าให้มีความเป็นอยู่ที่สมบูรณ์
ได้พระราชทานพระราชดำรัสไว้เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2532 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ความตอนหนึ่งว่า“…เรื่องนํ้านี้ก็เป็นปัจจัยหลักของมวลมนุษย์ ไม่ใช่มนุษย์เท่านั้น แม้สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ทั้งสัตว์ ทั้งพืช ถ้าไม่มีก็อยู่ไม่ได้ เพราะว่านํ้าเป็นสื่อ หรือ เป็นปัจจัยสำคัญของสิ่งมีชีวิต แม้สิ่งไม่มีชีวิตก็ต้องการนํ้าเหมือนกัน มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นอะไรไม่ทราบ เช่น ในวัตถุต่างๆ ในรูปผลึก ก็ต้องมีนํ้าในนั้นด้วย ถ้าไม่มีนํ้าก็จะไม่เป็นผลึก กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีรูป ฉะนั้นนํ้าก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่กล่าวถึงข้อนี้ก็จะให้ได้ทราบถึงว่าทำไมการพัฒนาขั้นแรกหรือสิ่งแรกที่นึกถึงก็คือโครงการชลประทาน แล้วก็โครงการสิ่งแวดล้อมทำให้นํ้าดีสองอย่างนี้ อื่นๆ ก็จะเป็นไปได้ถ้าหากว่าปัญหาของนํ้านี้เราได้สามารถที่จะแก้ไขหรืออย่างน้อยที่สุดก็ทำให้เรามีนํ้าใช้อย่างเพียงพอ ฉะนั้น การพัฒนานั้นสิ่งสำคัญก็อยู่ตรงนี้ นอกจากนั้นก็เป็นสิ่งที่ต่อเนื่อง เช่น วิชาการในด้านการเพาะปลูก เป็นต้น ตลอดจนถึงการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม หรือ การค้า หรือ การคลัง อะไรพวกนี้ก็ต่อเนื่องต่อไป…”
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 ครม.มีมติอนุมัติในหลักการให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เชียงคาน จ.เลย ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 – 2566) วงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท และงบประมาณในการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ
โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมและการอุปโภคบริโภค รวมทั้งเพื่อบรรเทาอุทกภัยในฤดูน้ำหลากและเพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ของ จ.เลย ในด้านพัฒนาการท่องเที่ยวและพัฒนาคน สังคม คุณภาพชีวิตทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตด้านการเกษตรเพื่อสนับสนุนการค้า การลงทุน
โดยประตูระบายน้ำศรีสองรัก มีลักษณะเป็นอาคารที่สามารถควบคุมบานสำหรับยกระดับน้ำ และระบายน้ำเพื่อควบคุมน้ำให้อยู่ในระดับที่ต้องการ สามารถระบายน้ำได้สูงสุด 2,500 ลบ.ม./วินาที ติดตั้งบานระบายแบบตรง ขนาดกว้าง 15 เมตร สูง 13.20 เมตร จำนวน 5 ช่องบาน และอีกฝั่งทางด้านลำน้ำเดิมจะมีการสร้างประตูระบายน้ำลำน้ำเดิมขึ้นอีกแห่ง เพื่อยังคงรักษาระบบนิเวศในลำน้ำเดิมให้คงอยู่ เมื่อก่อสร้างประตูระบายน้ำศรีสองรักและอาคารประกอบต่างๆ พร้อมก่อสร้างระบบชลประทานประกอบด้วย สถานีสูบน้ำและท่อส่งน้ำยาวรวม 99 กิโลเมตร แล้วเสร็จ จะสามารถส่งน้ำเพื่อสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมจำนวน 72,500 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 7 ตำบล ของอำเภอเชียงคาน ได้แก่ ตำบลเชียงคาน ตำบลนาซ่าว ตำบลปากตม ตำบลหาดทรายขาว ตำบลเขาแก้ว ตำบลจอมศรี และตำบลธาตุ อีกทั้งสามารถเก็บกักน้ำในลำน้ำหรือแม่น้ำเลยได้ จำนวน 6 ล้าน ลบ.ม.
นายชยันต์ เมืองสง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน กล่าวว่า ธรรมชาติของลุ่มน้ำเลยตอนล่างจะมีความลาดชันสูง พื้นที่ส่วนมากเป็นภูเขาทำให้มีน้ำไหลหลากทำให้เกิดการกัดเซาะในฤดูฝน แต่ในช่วงฤดูแล้งน้ำจะแห้งขอด เนื่องจากท้องน้ำมีความลาดชันมาก ประกอบกับลักษณะของท้องน้ำเป็นชั้นทรายสลับชั้นหินตะกอน ทำให้ไม่มีพื้นที่กักเก็บน้ำ และ ในบางปีจะมีน้ำโขงไหลทะลักย้อนเข้ามาเกิดเป็นอุทกภัยสร้างความเสียหายให้สองฝั่งแม่น้ำเลยหลายครั้งในอดีต
กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พลิกมิติการออกแบบ โดยใช้หลักการงานสถาปัตยกรรมเข้ามากำหนดทิศทาง การออกแบบพัฒนาพื้นที่โครงการและประตูระบายน้ำให้มีความสวยงามทันสมัย และสะท้อนเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมจังหวัดเลย ไม่เพียงแต่ในด้านความงามในสถาปัตยกรรม แต่ยังต้องทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำได้อีกด้วย โครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก จึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรม และบรรเทาอุทกภัย ทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเลย โดยการขุดช่องลัดและสร้างประตูระบายน้ำ ณ บริเวณบ้านคกมาด ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำเลยก่อนบรรจบแม่น้ำโขง
ด้านนายวชิระ เอี่ยมลออ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 4 รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 12 รับผิดชอบโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เชียงคาน จ.เลย กล่าวว่า ประตูระบายน้ำศรีสองรัก (ช่องลัด) เป็นประตูระบายน้ำประเภทบานตรง กว้าง 15.00 สูง 13.20 เมตร จำนวน 5 ช่อง สามารถระบายน้ำได้ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะเดียวกันมีการก่อสร้างอาคารควบคุมบานระบายน้ำ ประกอบด้วย พื้นที่สำหรับการจัดนิทรรศการและห้องเครื่อง พื้นที่สำหรับห้องประชุมและสำนัก และพื้นที่สำหรับห้องควบคุมและระบบส่งน้ำ ประกอบด้วย สถานีสูบน้ำ จำนวน 5 สถานี และ ระบบท่อส่งน้ำความยาว รวมประมาณ 99 กิโลเมตร แยกเป็นฝั่งขวาและฝั่งซ้ายของแม่น้ำเลย ส่งน้ำให้พื้นที่รับประโยชน์ทั้งโครงการ 72,500 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 7 ตำบล คือ ตำบลเชียงคาน ตำบลนาว่าว ตำบลปากตม ตำบลหาดทรายขาว ตำบลเขาแก้ว ตำบลจอมศรี และ ตำบลธาตุ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
สำหรับการดำเนินการก่อสร้างโครงการ มีพื้นที่ที่ต้องใช้ในการก่อสร้างโครงการ จำนวน 724 ไร่ ส่งผลกระทบแก่ราษฎรที่เข้าไปทำกินบริเวณหัวงานประมาณ 75 ราย ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมชลประทาน) ได้เตรียมมาตรการและงบประมาณรองรับ สำหรับจ่ายค่าทดแทนทรัพย์สินไว้ในค่าก่อสร้างโครงการแล้ว กรมชลประทาน ได้เตรียมพร้อมรายละเอียด แบบแปลน แผนการในโครงการก่อสร้างทั้งระบบ กรอบวงเงิน 5,000 ล้านบาท แยกเป็นประตูน้ำศรีสองรัก 2,700 ล้านบาท ระบบส่งน้ำฝั่งซ้าย-ขวา 1,500 ล้านบาท ค่าทดแทนทรัพย์สินให้ชาวบ้าน 80 ครัวเรือน รวม 100 ล้านบาท จ่ายค่าต้นไม้ ค่าบ้านเรือน ที่ทำกินอยู่ในที่ดินของ ส.ป.ก. 720 ไร่ และ ค่าก่อสร้างอื่นๆ 700 ล้านบาท