ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/300916

เรื่องราวสุดซึ้ง! ‘พี่ตูน’วิ่งย้อนกลับมาหาผู้ป่วยมาลาเรียที่นั่งวีลแชร์รอเชียร์
3 พ.ย.60 หลังจากที่หนุ่มร็อกเกอร์ชื่อดัง “ตูน บอดี้สแลม” หรือ อาทิวราห์ คงมาลัย ได้เริ่มออกวิ่งในโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” บนระยะทาง 2,191 กม. จาก อ.เบตง จ.ยะลา สู่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ก็มีพี่น้องประชาชนออกมาร่วมบริจาค และให้กำลังใจจำนวนมาก
ล่าสุด คุณโตโต้ ภาคภูมิ ประทุมเจริญ ช่างภาพที่คอยเกาะติดสถานการณ์อยู่กับขบวนวิ่งของ พี่ตูน ได้แชร์เรื่องราวสุดประทับใจ เมื่อมีผู้ป่วยโรคมาลาเรียท่านนึงขอคุณหมอออกมาจากโรงพยาบาล เพื่อมาเฝ้ารอให้กำลังใจ พี่ตูน บอดี้สแลม โดยได้โพสต์ผ่านเพซบุ๊กว่า
“คำสัญญาลูกผู้ชาย”
ที่หน้าโรงพยาบาลธารโต
ผู้ป่วยรายหนึ่งทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลว่า พี่ตูนและคณะกำลังจะวิ่งผ่านหน้าโรงพยาบาลธารโต ในอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
แม้ในขนาดนั้นเขากำลังนอนพักรักษาตัวจากอาการป่วยโดยโรคมาลาเรียก็ตาม แต่ในวินาทีนั้นเขาขออนุญาตคุณหมอเพื่อออกมาเฝ้ารอ เพื่อได้เจอพี่ตูนซักครั้งในชีวิต เพื่อขอบคุณในสิ่งที่พี่ตูนได้ลงมือทำ
เพื่อนและพยาบาลช่วยกันเข็นรถวีลแชร์ขึ้นมาเฝ้ารออยู่ริมทางหน้าโรงพยาบาล
ถึงแดดจะร้อนและเหงื่อก็ไหลออกมาทั่วใบหน้า…แต่เขาก็ไม่มีสีหน้าถอดใจ
ตรงกันข้าม ยิ่งเขาเห็นขบวนวิ่งอยู่ไม่ไกล สายตาจับจ้องมองหาผู้ชายที่ชื่อ ตูน อย่างไม่กระพริบตา
ผมเฝ้ารอดูถึงภาพตรงหน้า….ในเวลานั้นคนมาเฝ้ารอเป็นจำนวนมากที่หน้าโรงพยาบาล พี่ตูนวิ่งผ่านด้านหลังของคนป่วยเข้าไปในฝูงชนไปไกลเกือบ 10 เมตร
ดูเหมือนความฝันจะพังทลาย..
พี่ตูนวิ่งผ่านไป…และไม่อาจจะรู้เลยว่า โอกาสที่จะได้ให้กำลังใจกันแบบนี้จะมีอีกไหม…
เขานั่งนิ่ง มองไปที่หัวขบวน ผมไม่รู้ว่า ในความคิดเขารู้สึกอย่างไร
แต่ถ้าเป็นผม นอกจากความเข้าใจ อาจจะแอบเสียใจที่ไม่ได้มีโอกาสพบเจอ แล้วรีบเข็นวีลแชร์ไปหลบแดด นอนพักรักษาตัว
เสียงตะโกนจากทีมงาน…
“พี่ตูนวิ่งกลับมาข้างหลังครับ แจ้งว่าวิ่งไปหาคนป่วยที่นั่งวีลแชร์ครับ”
คนป่วยทั้งให้กำลังใจและขอบคุณที่กลับมา
เวลาตอนนั้นดูเหมือนจะหยุดลง ทั้งโผล่ใส่เข้าหากันเพื่อเติมพลังให้กันและกัน
“เสียดายครับ ผมซ้อมวิ่งมาหลายวัน ดันมาป่วยเป็นโรคมาลาเรีย เลยอดวิ่งกับพี่เลย ” คนป่วยบอกกับพี่ตูน
“ไม่เป็นไร เราเป็นกำลังใจให้กันและกัน…ขอให้หายไวไว แล้วออกมาร่วมกันนะครับ ผมจะรอ” พี่ตูนพูดเสร็จพร้อมกับยื่นแขนไปข้างหน้าเพื่อขอจับมือมิตรสหายริมทางท่านนี
ก่อนจากกันทั้งคู่กำมือกันแน่นขนัดแม้ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านี้ แต่สายตาทั้งสองกำลังสื่อสารภาษาเดียวกัน
แม้จะเป็นเพียงไม่กี่วินาที และไม่ได้ก้าวเท้าไปด้วยกันบนถนน แต่ผมว่าคนสองคนจะไม่มีทางลืมช่วงเวลาดีดีที่เจอกัน
เรื่องและภาพโดย
ภาคภูมิ ประทุมเจริญ