ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/301197

สกู๊ปแนวหน้า : จัดระเบียบ‘วินมอ’ไซค์’ ดี!..แต่น่าจะสะดวกกว่านี้
“มอเตอร์ไซค์รับจ้าง” หรือที่เรียกกันในภาษาปากว่า “พี่วิน – วิน มอ’ไซค์” เป็นระบบขนส่งสาธารณะที่อยู่คู่สังคมไทยพร้อมๆ กับการขยายตัวของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) บทความ “กำเนิดมอเตอร์ไซค์รับจ้าง” สำหรับเผยแพร่ผ่านวิทยุกระจายเสียง สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อ 18 ก.ย. 2550 โดย ศิริวรรณ สมนึก (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาเศรษฐศาสตร์ ม.บูรพา) ย้อนประวัติศาสตร์มอเตอร์ไซค์รับจ้างใน กทม. ไปได้ไกลราวปี 2524 โดยวินแห่งแรกตั้งขึ้นที่ “ซอยงามดูพลี” เขตสาทร
จุดกำเนิดของวินมอเตอร์ไซค์แห่งแรก เนื่องด้วยในซอยงามดูพลี แม้จะเป็นซอยลึกแต่ก็มีประชากรอยู่อาศัยจำนวนมาก อาทิ แฟลตข้าราชการทหารเรือ และบ้านเรือนของประชาชน ส่วนใหญ่มีรายได้น้อยไม่มีเงินนั่งแท็กซี่หรือรถสามล้อได้บ่อยๆ ทำให้ต้องเสี่ยงกับการถูกจี้ปล้นเวลาเดินเข้า ออกภายในซอยโดยเฉพาะในยามค่ำคืน ทหารเรือกลุ่มหนึ่งจึงรวมพลเพื่อนฝูงทหารด้วยกันที่มีมอเตอร์ไซค์มาตั้งเป็นวิน ในเวลานั้นเก็บค่าบริการคนละ 2-3 บาท ต่อมาเมื่อได้รับความนิยม ปริมาณผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็เพิ่มขึ้น และขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วเมืองกรุงในที่สุด
ผ่านไปกว่า 3 ทศวรรษ วินมอเตอร์ไซค์เกิดขึ้นทุกหัวระแหงทั้งใน กทม. รวมถึงพื้นที่เขตเมืองในทุกจังหวัด อาทิ ข้อมูลจาก กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า ณ สิ้นปี 2559 มีจำนวนมอเตอร์ไซค์รับจ้างจดทะเบียนใน กทม. ทั้งสิ้น 101,141 คัน มีผู้ขับขี่ 99,047 คน มีวินมอเตอร์ไซค์ 5,421 วิน โดย 5 เขต ที่มีวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างมากที่สุด อันดับ 1 จตุจักร อันดับ 2 ราชเทวี อันดับ 3 คลองเตย อันดับ 4 ลาดกระบัง และอันดับ 5 ดอนเมือง ส่วน 5 เขต ที่ภายในวินแต่ละแห่งมีสมาชิกมากที่สุด เรียงอันดับจาก 1-5 คือ วังทองหลาง ราษฎร์บูรณะ จอมทอง พระโขนง และบางกะปิ
จะเห็นได้ว่ามุมหนึ่ง มอเตอร์ไซค์รับจ้างกลายเป็นระบบขนส่งที่จำเป็นของคนไทย เนื่องด้วยชุมชนมีการกระจายตัวอยู่ตามถนนสายรองรวมถึงตรอกซอกซอยที่ระบบขนส่งหลักของรัฐอย่างรถเมล์และรถไฟฟ้าไม่อาจเข้าถึง วินมอเตอร์ไซค์จึงทำหน้าที่ “เชื่อม” ระหว่างชุมชนดังกล่าวกับถนนสายหลัก ทว่าอีกมุมหนึ่ง ภาพลักษณ์ของอาชีพขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างมักออกไปทาง “แง่ลบ” อยู่เนืองๆ อาทิ ชอบทำตนเป็นนักเลงหัวไม้ หรือคิดเงินแบบโก่งราคา
“บ้านสมเด็จโพลล์” ศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการให้บริการของมอเตอร์ไซค์รับจ้างในเขต กทม. จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่อาศัยอยู่ใน กทม. จำนวนทั้งสิ้น 2,053 คน โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 12 -14 ก.ย. 2560 พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้ 1.“ความรวดเร็ว” คือสาเหตุหลักที่ทำให้คนใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กลุ่มตัวอย่างระบุข้อนี้ถึงร้อยละ 59.2 รองลงมา เพื่อลดปัญหาการหาที่จอดรถ ร้อยละ 33.8 และอันดับ 3 เพื่อความสะดวกสบาย ร้อยละ 41.8
2.ประชาชน “ทราบ” ว่ารัฐบาลโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายจัดระเบียบมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่ยังมีแนวโน้มว่าจะ “ใช้บริการ” มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 58 ทราบว่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างที่จดทะเบียนถูกต้อง ต้องมี “ป้ายเหลือง” อีกทั้งเสื้อวินและบัตรประจำตัว ต้องตรงกับตัวผู้ขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างถึงร้อยละ 35 กลับตอบว่าจะยังคงใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง “ป้ายดำ” ต่อไป ขณะที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 36.9 ตอบว่าไม่แน่ใจ
3.ปัญหาของมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่อยากให้แก้ไขมากที่สุด อันดับ 1 เก็บค่าโดยสารเกินราคาที่กำหนด ร้อยละ 35.2 รองลงมา ไม่จอดรับหรือปฏิเสธผู้โดยสาร ร้อยละ 28.9 อันดับ 3 ขับรถเร็วหรือผิดกฎจราจร ร้อยละ 32.1 อันดับ 4 สภาพรถหรือหมวกกันน็อก ร้อยละ 25.1 อันดับ 5 มารยาทของคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ร้อยละ 23.8 และอันดับ 6 การหารถมอเตอร์ไซค์รับจ้างไม่ได้ ร้อยละ 20.6 อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 55.8 มองว่าการจัดระเบียบของรัฐบาล สามารถลดปัญหามอเตอร์ไซค์รับจ้างเก็บค่าโดยสารเกินราคาที่กำหนดได้
4.บริการเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น (Application) เป็นทางเลือกที่น่าสนใจของผู้บริโภค โดยกลุ่มตัวอย่างเกือบครึ่งหนึ่ง หรือร้อยละ 44.8 ระบุว่าเคยใช้บริการแอพฯ ดังกล่าว ในจำนวนนี้เรียงลำดับแอพฯ ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ อันดับ 1 Grab Bike ร้อยละ 60.7 อันดับ 2 Go Bike ร้อยละ 20 อันดับ 3 Banana Bike ร้อยละ 17.1 และอันดับ 4 UberMoto ร้อยละ 13.6
โดยสาเหตุที่กลุ่มตัวอย่างเลือกใช้บริการเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น อันดับ 1 สะดวกเพราะไม่ต้องเดินหาวิน ร้อยละ 49.7 อันดับ 2 อยากทดลองใช้ ร้อยละ 43.3 อันดับ 3 มีอัตราค่าโดยสารที่แน่นอน ร้อยละ 31.6 อันดับ 4 มั่นใจว่าปลอดภัย ร้อยละ 24.5 และอันดับ 5 รวดเร็ว ร้อยละ 13.9 นอกจากนี้ “หากถามเจาะไปที่ประเด็นความปลอดภัยและค่าโดยสารที่แน่นอน” พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.4 ระบุว่า การเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านแอพฯ ทำให้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น และร้อยละ 52.7 ระบุว่า ทำให้ทราบราคาค่าโดยสารที่แน่นอน
และ 5.มีเสียงเรียกร้องให้ภาครัฐส่งเสริมแอพพลิเคชั่นเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.2 อยากให้ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างลงทะเบียนกับแอพพลิเคชั่น และร้อยละ 57.2 อยากให้รัฐบาลส่งเสริมการพัฒนาแอพพลิเคชั่น
เรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
อนึ่ง..การสำรวจครั้งนี้ “กลุ่มตัวอย่างส่วนหนึ่งพูดถึงปัญหาการไม่จอดรับผู้โดยสาร” ซึ่งหากไปสอบถามผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็จะทราบว่านี่เป็น “ธรรมเนียม” ที่มีมาช้านานของวงการดังกล่าว เนื่องด้วยมอเตอร์ไซค์รับจ้างเดิมทีเป็นบริการที่เกิดขึ้นก่อนจะมีกฎหมายรับรอง จึงมีระบบ “คนคุมวิน” ที่มีการทำข้อตกลงระหว่างวินมอเตอร์ไซค์ด้วยกันว่า “จะไม่มีการรับผู้โดยสารระหว่างทาง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทะเลาะวิวาทเพราะแย่งผู้โดยสารกัน” และยังคงรักษาธรรมเนียมนี้มาจนปัจจุบันแม้มอเตอร์ไซค์รับจ้างจะได้รับการรับรองตามกฎหมายแล้วก็ตาม
ด้านหนึ่งต้องยอมรับว่าธรรมเนียมดังกล่าวลดปัญหาความบาดหมางและความรุนแรงในหมู่ “พี่วิน” ได้จริง เห็นได้จากไม่ค่อยมีข่าวมอเตอร์ไซค์รับจ้างทะเลาะกันเองเรื่องแย่งลูกค้าบ่อยนัก เมื่อเทียบกับกรณีรถแท็กซี่หรือแม้แต่รถเมล์เอกชนร่วมบริการ แต่อีกด้านหนึ่งธรรมเนียมนี้ก็ทำให้ “ผู้โดยสาร” ไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร ซึ่งจะทำอย่างไรถึงจะมี “สมดุล” ระหว่างความต้องการทั้ง 2 ด้าน ระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการ
คงต้องฝากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไปช่วยกันคิด!!!
SCOOP@NAEWNA.COM