สทนช.ลงพื้นที่วางแนวทางแก้ปัญหาลุ่มน้ำพอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/333630

สทนช.ลงพื้นที่วางแนวทางแก้ปัญหาลุ่มน้ำพอง

สทนช.ลงพื้นที่วางแนวทางแก้ปัญหาลุ่มน้ำพอง

สทนช. ลงพื้นที่ร่วมบูรณาการวางแนวทางการแก้ไขปัญหาและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำพองอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งปรับปรุงฝายหนองหวายเพิ่มศักยภาพการกักเก็บ  คลอดแผนก่อสร้างประตูระบายน้ำพร้อมสถานีสูบน้ำ และติดตั้งบานระบายน้ำรับน้ำสองทาง  ยกระดับถนน เสริมความแข็งแกร่งให้คันคลองใช้เป็นพนังกั้นน้ำ

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)  เปิดเผยในโอกาสลงพื้นที่รับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำพองว่า ในปี 2560 ที่ผ่านมา ลุ่มน้ำพองซึ่งเป็นลุ่มน้ำสาขาที่สำคัญของลุ่มน้ำชีประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรง เนื่องจากมีพายุพัดผ่านถึง 3 ลูก ทำให้น้ำล้นเขื่อนอุบลรัตน์  จึงต้องเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อน ส่งผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่การเกษตรท้ายเขื่อนต่อเนื่องไปจนถึงลำน้ำชี ประกอบกับคันคลองชลประทานสาย 3L-RMC   ที่ถูกน้ำกัดเซาะขาดที่บริเวณบ้านคุยโพธิ์ ตำบลบึงเนียม อำเภอเมืองขอนแก่น       ทำให้ผลผลิตการเกษตรได้รับความเสียหาย  ซึ่งกรมชลประทานได้ดำเนินการซ่อมแซมชั่วคราวโดยนำหินใหญ่บรรจุในกล่องเกเบี้ยนถมปิดคันขาดเพื่อบล็อคน้ำ พร้อมทั้งได้ระดมเครื่องสูบน้ำรวมทั้งสิ้น 66 เครื่อง เพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่ จนสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ

อย่างไรก็ตามเพื่อป้องแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในระยะยาว  รัฐบาลได้มอบหมายให้ สทนช.บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะกรมชลประทานวางแนวทางการแก้ไขปัญหาและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่         ลุ่มน้ำพอง  ซึ่งการศึกษาเบื้องต้นพบว่า หากจะให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำพองได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว จะต้องดำเนินการปรับปรับปรุงเพิ่มระดับเก็บกักฝายหนองหวายที่สร้างกั้นลำน้ำพอง  พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพความจุลำน้ำพอง  กรณีเขื่อนอุบลรัตน์ระบายน้ำมากกว่า  34  ล้าน ลบ.ม./วัน ให้สามารถป้องกันน้ำไม่ให้น้ำไหลย้อนเข้าลำห้วยสาขาท่วมพื้นที่นา และก่อสร้างประตูระบายน้ำพร้อมบานระบายน้ำรับน้ำแบบ 2 ทาง เพิ่มเติมบริเวณปากลำห้วยสาขาของลำน้ำพองอีกด้วย

นอกจากนี้จะต้องดำเนินการก่อสร้างสถานีสูบด้วยไฟฟ้า ที่ ประตูระบายน้ำลำห้วยสาขาบางแห่งเพื่อสูบระบายน้ำฝนในพื้นที่ออกสู่ลำน้ำพอง   ตลอดจนปรับปรุงเสริมความแข็งแรงของคันคลองส่งน้ำเพื่อใช้เป็นพนังกั้นน้ำ ซึ่งคันคลองส่งน้ำเดิมจะมีโครงสร้างที่แข็งแรงมั่นคงไม่เท่ากับพนังกั้นน้ำ จะเห็นได้จากน้ำท่วมปี 2560 บางจุดมีน้ำรั่วซึม และบางจุดต้องเสริมความมั่นคง   รวมทั้งต้องปรับปรุงท่อลอดคลองของแนวคันคลองส่งน้ำ โดยติดตั้งบานรับน้ำ 2 ทาง   ในส่วนของถนนที่เป็นทางหลวงชนบท จะต้องปรับปรุงเสริมระดับถนนให้สูงเพียงพอป้องกันน้ำไหลข้ามถนน  ให้ทำหน้าที่เป็นพนังกั้นน้ำ  และก่อสร้างอาคารบังคับน้ำตัดกับลำน้ำ สามารถป้องกันและบรรเทาอุทกภัย ในกรณีการระบายจากเขื่อนอุบลรัตน์ประมาณ 50 ล้าน ลบ.ม./วัน ไม่ให้ล้นข้ามเข้าพื้นที่ป้องกันสำคัญ

“แม้การดำเนินงานตามแนวทางแก้ไขปัญหาและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำพองดังกล่าว ยังไม่แล้วเสร็จในปีนี้ก็ตาม  แต่ได้มีการบูรณาการวางแผนป้องกันปัญหาอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นให้ปีนี้ โดยได้มีการเสริมความแข็งแรงของคันคลองส่งน้ำ   โดยเฉพาะจุดที่ถูกน้ำกัดเซาะขาดเป็นการชั่วคราว  และซ่อมแซมท่อลอดคลองพร้อมติดตั้งบานระบายน้ำรับน้ำสองทาง ตามพื้นที่มีความเสี่ยงจะเกิดอุทกภัยเรียบร้อยแล้ว  รวมทั้งยังได้มีการเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำของสถานีสูบน้ำห้วยพระคือ หรือ ปตร.D8  ที่จะระบายลงสู่แม่น้ำชี จากปัจจุบันที่มีเครื่องสูบน้ำ 20 เครื่อง อัตราสูบ 3 ลบม./วินาที สูบได้วันละประมาณ 5 ล้าน ลบ../วัน  เมื่อเกิดอุทกภัยกรมชลประทานสามารถติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมอีก 46 เครื่อง สามารถสูบน้ำได้ วันละ 7.5 ล้าน ลบ../วัน  เพียงพอที่จะปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ได้อย่างแน่นอนเลขาธิการ สทนช.   กล่าวตอนท้าย

Leave a comment