ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/301963

ตะลุย‘ตลาดย้อนยุคบ้านสะพานเคียน’ เที่ยวไปกับคำขวัญสตูล
สัมผัสตลาดย้อนยุค-วิถีชุมชนมุสลิมบ้านสะพานเคียน ภายใต้หลักศาสนา สายน้ำ และธรรมชาติ ชิมขนมโบราณที่กำลังสูญหาย
“สตูล สงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์”…
เป็นคำขวัญของ “สตุล” จังหวัดเล็กๆ ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งแม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆทางภาคใต้ แต่ที่นี่ก็มีธรรมชาติ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมายที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้น คือ…
“ตลาดย้อนยุคบ้านสะพานเคียน”!!!
ตลาดย้อนยุคแห่งนี้ตั้งอยู่หน้า “มัสยิดบ้านสะพานเคียน” หมู่ 2 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล ริมคลองควนโดนสายน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงคนในชุมชนแห่งนี้ ซึ่งถูกเนรมิตมาเป็น “ตลาดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” เน้นการใช้วัสดุธรรมชาติในการใส่ตัวขนม หรือสินค้าต่างๆ เพื่อเป็นการส่งเสริมการยึดหลัก “เศรษฐกิจพอเพียง” ความพออยู่ พอมี พอกิน ใช้วัสดุที่อยู่ในชุมชนแทนกล่องโฟม

ในตลาดแห่งนี้มี “ขนมโบราณ” ที่กำลังจะสูญหาย และขนมพื้นถิ่นที่หาทานได้ยาก หรือเฉพาะในช่วงเทศกาลเท่านั้นมารวมกันไว้ที่นี่ ให้นักท่องเที่ยวหรือคนในชุมชนได้ร่วมกันซื้อหารับประทาน และอนุรักษ์ไว้ซึ่งวิถีดั้งเดิมให้อยู่คู่ชุมชนสืบไป อาทิ “ขนมครกฝากใหญ่” หรือชาวบ้านเรียก “ขนมครกยักษ์” ส่วนภาษาท้องถิ่น คือ “ขนมอาปำจืด” เป็นขนมโบราณที่มีการนำมารื้อฟื้นจำหน่ายภายในตลาดย้อนยุคแห่งนี้ ที่สามารถหาทานได้กับชา-กาแฟในตอนเช้า ผู้สูงอายุ เด็กเล็กก็รับประทานดี
นางส้ะ ปะดุกา วัย 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 7 ต.ควนโดน อ.ควนโดน หนึ่งในเจ้าของตำรับ “ขนมอาปำจืด” เล่าว่า ได้สูตรการทำขนมอาปำจืดที่สืบทอดกันมาตั้งรุ่นปู่ย่ามาทำขายในตลาด ใครที่อยากทานขนมอาปำจืด ก็ต้องมาชิมที่ตลาดย้อนยุคที่นี่ที่เดียว โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อตอบสนองความย้อนยุค ให้ผู้ที่มาเที่ยวชมตลาดได้ลองชิม
ส่วนวิธีการทำขนมอาปำจืดก็ง่ายๆ มีส่วนผสมของแป้วข้าวเจ้า น้ำกะทิ เกลือ นำมาผสมกัน ในส่วนของอุปกรณ์ในการทำ มีกระทะใบเล็ก และน้ำมันพืช น้ำมันพืชไว้เช็ดกระทะเพื่อไม่ให้แป้งติดกระทะ ทำการใส่แป้งในตัวกระทะ ใช้ฝาปิดไว้ประมาณ 3 นาที ก็จะได้ขนมอาปำจืดทานด้วยน้ำตาล รสชาติเหมือนกับขนมครกเลยสามารถทานได้ทุกวัย ในราคา 2 ชิ้น 5 บาท
“ทำขนมโบราณสมัยแต่แรก เพราะในสมัยก่อนไม่มีตัวแม่พิมพ์แบบขนมครก เลยทำกันมาแบบนี้ แต่วิธีการทำจะคล้ายๆขนมครก เป็นขนมที่หาได้ยากในยุคนี้ จึงอยากทำขนมนี้ขึ้นเพื่อสื่อความเป็นย้อนยุค ซึ่งจะมีรสชาติ หวาน มัน ติดเค็มนิดๆ คนสมัยก่อนก่อนนิยมทานกับชา-กาแฟ” นางส้ะ กล่าว

นอกจากนี้ยังมี “ขนมอาปมแลงัง” ขนมพื้นถิ่นร่อนในกระทะไปมา แต่ละชิ้นของขนมต้องใส่กระทะแต่ละใบ ส่วนผสมหลักคือแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลโตนด ไข่ น้ำเปล่านำมาผสมเข้าด้วยกัน ตั้งกระทะร้อนพอประมาณก่อนเทขนมลงไปปิดฝาก็ได้ขนมอาปมแลงัง ตักขึ้นทานกับมะพร้าวอ่อนขูดขายกัน 3 ชิ้น 20 บาท ราคาขนมพื้นถิ่นแม้จะหารับประทานยาก แต่ก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด เนื่องจากวัตถุดิบมีในท้องถิ่น ชาวบ้านค้าขายเป็นรายได้รองจาก การทำสวนยางพารา
ส่วนนายวิสูตร พฤกษสุวรรณ นายอำเภอควนโดน กล่าวว่า ในการจัดโครงการตลาดย้อนยุค วิถีชุมชนบ้านสะพานเคียน ในส่วนนี้ทางอำเภอและส่วนราชการมีการสนับสนุนงบประมาณและการค้าขายสินค้าของชุมชน สินค้าโอทอปที่มีอยู่ในตลาด ก็เป็นรายได้ให้กับชาวบ้านมากยิ่งขึ้น โดยทางอำเภอส่งเสริมกิจกรรมของเยาวชนเข้าร่วมด้วยเป็นกิจกรรมทางด้านสังคม ส่งเสริมความกล้าแสดงออกของเด็กอีกด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อคนในชุมชน
ขณะที่นายยะโกบ โต๊ะประดู่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนโดน กล่าวว่า ในส่วนของตลาดนัดชุมชนควนโดน จัดขึ้นเพื่อตอบสนองตามโยบายของรัฐบาลและตามพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ในตลาดย้อนยุคแห่งนี้มีกลุ่มแม่บ้าน แม่ค้า ปะชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรม คือการเน้นใช้วัสดุธรรมชาติและมีอยู่ในชุมชน และรณรงค์ในเรื่องของการทำความสะอาดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในการอยู่แบบพอเพียง ในความพออยู่พอกิน

ด้านนายวินิช ตาเดอิน ประธานสหกรณ์ร้านค้า กล่าวว่า ในการจัดกิจกรรมตลาดย้อนยุคขึ้นภายในชุมชน เพื่อตอบสนองในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ในตัวสินค้าราคาถูก ประหยัด เน้นใช้วัสดุที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ประโยชน์ทางการตลาด และส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ เรื่องคุณธรรมจริยธรรมให้เยาวชนได้มาศึกษา ได้มีความรู้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยการกำจัดขยะในแม่น้ำลำคลอง การปฏิเสธขยะ และหันมารณรงค์การใช้ใบตองแทน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกหลาน เยาวชนต่อไป
นอกจากนี้ภายในตลาดยังมีการแต่งกายแบบไทยมุสลิมที่สวยงาม พร้อมกับบรรยากาศที่ร่มรื่น สบายตา บรรยากาศครึกครื้นไปด้วยผู้คนมาจับจ่าย สินค้าโอทอปและอื่นๆอีกมากมาย เช่น ขนมแนหรำ ขนมอาปมจี ขนมจูจอ ขนมอาปำจืด และแชมพูเถาสะบ้า
ตลาดย้อนยุค วิถีชุมชนบ้านสะพานเคียน จะมีในทุกวันจันทร์แรกของทุกเดือน เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป



