ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/302322

หนุ่มสุรินทร์ทิ้งอาชีพเชฟร้านดัง ลุยทำเกษตรยุคใหม่รายได้หลักแสน (ประมวลภาพ)
10 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าว จ.สุรินทร์ ได้เดินทางไปพบกับ นายปรีชา จันทร์เสน หรือ น๊อต อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 บ้านแคน ม.7 ต.นาหนองไผ่ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ อดีตเชฟภัตตาคารชื่อดัง จ.ชลบุรี สำนึกรักบ้านเกิด กลับมาดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรามากแล้ว โดยการพลิกผันตัวเองจากงานสบายๆ รายได้ดีมาเป็นเกษตรกร กลางท้องไร่ ท้องนา บ้านนอก มรดกผืนสุดท้าย บนที่นาเพียง 14 ไร่ ด้วยการมาขุดบ่อดินง่ายๆเพียง 4 บ่อ เพื่อเลี้ยงปลาหมอเทศ หรือปลาหมอแปลงเพศ แบบผสมผสาน เป็นอาชีพหลักมีรายได้แน่นอน จับขายกำไร รอบละ 100,000 บาท
นอกจากนี้ ยังทำเกษตรทฤษฎีใหม่ แบบผสมผสาน โดยการ ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง มะพร้าว กล้วย และผลไม้อื่นๆ พืชผัก สวนครัว สารพัด ชนิด มาปลูกเต็มพื้นที่นา 14 ไร่ สร้างรายได้ รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ที่สำคัญคือ ความสุขทางจิตใจ ที่ได้อยู่กับพ่อแม่ และครอบครัว
จากเชฟภัตตาคารชื่อดัง จ.ชลบุรี ก้าวตามรอยพ่อ ที่เป็นเกษตรกร ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มาทั้งชีวิต ทำนา ทำไร่ แต่ด้วยปัญหาแรงงาน เนื่องจาก พ่อแม่มีอายุมาก และราคาข้าวที่ถูก นายปรีชา จันทร์เสน หรือ น๊อต จึงต้องปรับเปลี่ยนวิถีความเป็นอยู่จากชาวนาดั่งเดิม มาเป็นเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาบ่อดิน โดยเฉพาะการเลี้ยงปลาหมอเทศในบ่อดิน หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า “ปลาหมอแปลงเพศ” วิธีการเลี้ยงจะมีความแตกต่างไปจากการเลี้ยงปลาชนิดอื่นๆ เนื่องจากปลาหมอเทศจะเป็นปลาที่ชอบกระโดด การจัดเตรียมบ่อจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ระดับน้ำในบ่อให้ต่ำกว่าตลิ่งอย่างน้อย 1 เมตร โดยจัดทำท่อน้ำล้นให้รอบบ่อเพื่อป้องกันปลากระโดดออก
สำหรับอาหารที่ใช้เลี้ยงจะใช้อาหารปลาดุกเล็ก ให้ปลากินในตอนเย็นๆ เพื่อลดต้นทุนค่าอาหาร ปลาหมอเทศ จัดอยู่ในกลุ่มปลาหมอที่มีขนาดใหญ่ เลี้ยงง่าย โตไว ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงเพียง 4 เดือนก็สามารถจับขายได้ขนาด 5-6 ตัว/กิโลกรัม ซึ่งในปัจจุบันปลาหมอเทศยังมีราคาสูง รสชาติดีเทียบเท่าปลาหมอจากธรรมชาติ เป็นที่นิยมของผู้บริโภคและตลาดยังมีความต้องการสูง
นายปรีชา จันทร์เสน หรือ น๊อต อายุ 40 ปี กล่าวว่า ตนกับพ่อ กับน้องทีมงานที่หมู่บ้านแคน ได้ร่วมกันเลี้ยงปลาหมอแปลงเพศ สโลแกน หมู่บ้านพัฒนาตนเอง เพื่อพึ่งพาตนเอง กิจกรรมหลักคือการทำไร่นาสวนผสม มีการปลูกไผ่กิมซุง เลี้ยงปลาหมอแปลงเพศ ซึ่งเป็นการทำผสมผสานกับกับการปลูกผักสวนครัว เพื่อรับประทานเองในครอบครัว และเพื่อจำหน่ายในหมู่บ้าน เน้น พืชผักอินทรีย์ กิจกรรมหลักหลังฤดูการทำนาคือการเลี้ยงปลาหมอแปลงเพศ ซึ่งปัจจุบันปลาโตได้ 5 เดือนแล้ว ก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าแถบที่เราอยู่และต่างถิ่นเข้ามารับซื้อถึงที่บ่อ
ใช้พื้นที่นาจำนวน 14 ไร่ แบ่ง 3 ส่วน ทำนา 6 ไร่ ปลูกไผ่กิมซุง 2 ไร่ ที่เหลือก็ผสมผสานบ่อเลี้ยงปลา 4 ไร่ ปัจจุบันทำธุรกิจเครือข่าย และทำเกษตรทฤษฏีใหม่ เดิมเป็นเชฟภัตตาคารชื่อดัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง จากบ้านไปอยู่บ่อวิน ศรีราชา มา 3 ปี คิดไปคิดมาปรึกษาพี่น้อง 3 คน สรุปว่า ให้ตนกลับมาบ้านเพื่ออยู่ดูแล พ่อแม่ ซึ่งก็นับวันอายุมากขึ้นแล้ว กลับมาอยู่บ้านได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา มีกิจกรรมเริ่มต้นทางการเกษตร ซึ่งได้ศึกษาตามรอยพ่อ ในหลวง ร.9 การเกษตรที่พอเพียง ลงตัวมีข้าว มีปลา มีไผ่ เป้าหมายหวังสร้าง รายได้รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี ในพื้นที่แค่ 14 ไร่ ใช้พื้นที่ที่เรามีให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
และวันที่ 15 ม.ค.61 จะครบรอบเต็ม 1 ปีพอดี มีรายได้เฉลี่ยต่อรอบ ปลา 2 บ่อดิน ก่อนหักค่าใช้จ่าย 200,000 บาทต่อรอบ หักค่าใช้จ่ายก็จะได้กำไร 50% หรือ 100,000 บาท อนาคตบนพื้นที่แห่งนี้จะมีการ กุ้งก้ามกราม และเลี้ยงไก่ไข่ 100 ตัว ฝากถึงคนที่สนใจทำการเกษตรทฤษฏีใหม่ ขั้นแรกคือต้องศึกษา อย่างเข้าถึงและเข้าใจ ศึกษาฤดู พร้อมทั้งศึกษา ตลาดชุมชนที่เราอยู่ ว่าต้องการ บริโภคอะไร อย่าพึ่งไปมองกว้าง ควรมองตลาดชุมชนก่อนว่า เขาบริโภคอะไร และขาดอะไร
ยกตัวอย่าง ตนเปิดร้านขายขงชำที่บ้าน ลูกค้ามาซื้อไข่ไก่ ทุกวัน เป้าหมายคือการลงเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ เริ่มต้นที่ 100 แม่ เริ่มปีใหม่
ด้าน นายบัวราย จันทร์เสน อายุ 62 ปี พ่อของ น๊อต กล่าวว่า หากท่านใดสนใจการทำอาชีพเกษตรทฤษฏีใหม่แบบตนเองและครอบครัว สามารถมาเรียนรู้ได้ จากเดิมที่ยากจนมานานกับการ เป็นชาวนาปลูกข้าวเพียงเดียว เปลี่ยนมาเป็นเกษตรผู้เลี้ยงปลาหมอแปลงเพศ ประสบความสำเร็จอย่างที่เห็น เพียงเลี้ยงในบ่อดินง่ายๆ ทุกวันนี้มีความสุขมากๆ ที่ลูกชายได้กลับบ้านมาอยู่ดูแล พ่อแม่ อายุก็มากแล้ว ฝากถึง ลูกๆหลานๆทุกๆคน ที่ชมอยู่ว่า ขอให้คิดถึงพ่อแม่ของตนเองบ้าง และจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่ลูกทุกคนคิดถึง พ่อแม่ สำหรับตน มีลูก 3 คน มีความสุขที่ได้ ก้าวตามบาท ศาสตร์พระราชา ตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 ท่านทรงสอนหลักปรัชญาเศรษฐ์กิจพอเพียง หล่อเลี้ยงตัวตน และขอฝากว่า อย่าขี้เกียจนะพี่น้อง เราเกษตรต้องเป็นคนขยัน ต้องสู้สุดกำลัง เพื่อชีวิต คือว่า ถ้าหากเราจะไม่ได้ขาย พอเลี้ยงครอบครัวของเราได้ก็พอ อย่าให้เราต้องซื้อเขากิน
