ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/302775

นี่แหละชาวนา4.0! ปลูกเอง-สีเอง-ขายเอง สู่ความมั่นคงและยั่งยืน
ทำเอง..รวยเอง!? เกษตรกรชาวนาบ้านขามพัฒนา ได้มีการรวมกลุ่มกันทำนาแปลงใหญ่ บนเนื้อกว่า 3,000 ไร่ ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล ด้วยปลูกข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวหอมมะลิ 15 ได้รับการตรวจ GAP และสนับสนุนโรงสีข้าวชุมชน จากกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ซึ่งหัวใจสำคัญของการรวมกันเป็นนาแปลงใหญ่ ทำชาวนาแห่งหมู่บ้านขามพัฒนา กว่า 100 ครอบครัว แห่งนี้ จะมีอำนาจต่อรอง ลดต้นทุน กำหนดราคาขายได้เอง โดยเน้นการใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปลอดสารเคมี สารพิษ เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต ก็นำมาสีข้าวที่โรงสีชุมชนของหมู่บ้าน เมื่อได้ข้าวสารที่ไม่มีการใส่สารกันมอด หรือรมควัน แพ็คบรรจุใส่ถุงขนาด 1 กก.และ 5 กก.ฝากให้ลูกหลานภายในหมู่บ้านที่ไปทำงานต่างถิ่น และที่กรุงเทพฯ นำไปขายเองโดยไม่ผ่านกระบวนการพ่อค้าคนกลาง นอกจากนี้ กำลังให้ชาวนาคนรุ่นใหม่ พัฒนาสู่การขายในโลกออนไลน์ ผ่านเฟสบุ๊กและไลน์

นายไสว ชนะชัย ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านขามพัฒนา กล่าวว่า แต่เดิมชาวบ้านขามพัฒนาแห่งนี้มีอาชีพทำนาอยู่แล้ว จึงมีการร่วมกลุ่มและช่วยกันคิดว่า ทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาของเรา ทำนาปลูกข้าว มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ดีกว่านำข้าวไปขายให้โรงสี หรือพ่อค้าคนกลาง ทำอย่างไรให้มันดีกว่าที่จะไปขายข้าวให้โรงสีที่ราคามันต่ำอยู่ เริ่มต้นจากการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเอง เพื่อเป็นการต่อยอด แทนที่ชาวนาจะพากันขายข้าวเปลือกกันแบบธรรมดา เพิ่มความขยันขึ้นมาอีกนิด เพิ่มการดูแล และเอาใจใส่อีกนิดหนึ่ง หันมาผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อจำหน่าย อาจจะเป็นราคาหนึ่งเท่าตัวของราคาข้าวเปลือกปกติ นั้นคือจุดเริ่มต้น

นายไสว กล่าวต่อว่า พอเราเริ่มยืนอยู่ได้โดยการรวมกลุ่มก็ได้มีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ส่งเสริมในเรื่องครุภัณฑ์ โดยการสนับสนุน โรงสีข้าวชุมชน เพิ่งได้ในปี 2560 ปีที่แล้วได้ร่วมกลุ่มเพื่อผลิตข้าวเพื่อจำหน่ายเอง ต้องไปอาศัยจ้างโรงสีที่อื่น ในการทำข้าวสารขาย ปีที่แล้ว ขายข้าวสารหอมมะลิ ในราคา กก.ละ 30 บาท ที่หน้าโรงสี หน้ากลุ่ม ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านขามพัฒนา ไม่มีต้นทุนค่าขนส่ง สำหรับปีนี้ มีข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวไรท์เบอร์รี่ เป็นข้าวที่ได้รับการตรวจ GAP และรับรองมาตรฐานการผลิตโดย กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในอนาคตก็จะมีการยกระดับการผลิตเป็นข้าวอินทรีย์ ออร์แกนิก 100%

ด้าน นายไกรศรี จังอินทร์ ผู้ใหญ่บ้านขามพัฒนา กล่าวว่า ขอฝากผลิตภัณฑ์ข้าวมะลิของชาวสุรินทร์ ที่อนุรักษ์ไว้ ก็คือ ข้าวหอมมะลิ 105 มีรสชาติกลิ่นหอม ซึ่งเป็นข้าวที่ไม่ได้ใช้สารเคมี ใช้แต่ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก และปุ๋ยหมักโดยตรง น้ำหมักชีวภาพ ลดปุ๋ยเคมีหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น มีผลมีต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตชาวนา และทำให้ผลผลิตข้าวหอมมะลิที่ผลิตออกมา ไม่เสื่อมเร็ว คุณภาพความหอม นุ่ม คงทนนาน เป็นข้าวหอมมะลิที่แท้จริง รักษาสภาพให้เป็นข้าวอินทรีย์ ก็อยากจะฝาก หากท่านใดสนใจ สั่งซื้อข้าวจากมือชาวนาจริงๆ สามารถติดต่อได้โดยตรงที่ ศูนย์ข้าวนาแปลงใหญ่บ้านขามพัฒนา นายไสว ชนะชัย ประธานศูนย์ข้าวชุมชนบ้านขามพัฒนา หมายเลขโทรศัพท์ 089-4544079 ได้ตลอดเวลา

ขณะที่ นายเรืองยศ ลิ้มนุกูลเจริญ นายอำเภอสังขะ กล่าวว่า อ.สังขะ มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณกว่า 300,000 ไร่ ปีนี้ผลผลิตนี้ คาดว่าจะได้ข้าวหอมมะลิ ประมาณ 200,000 ตัน ราคาหน้าโรงสี 10 กว่าบาท ก็ถือว่าราคาดีพอสมควร แต่พี่น้องชาวนาในพื้นที่ อ.สังขะ เท่าที่ตนเข้าพื้นที่ ปรากฏว่าเขาต้องการปลูกเอง สีเอง ขายเอง ให้กับผู้บริโภคโดยตรง นับว่าชาวบ้านได้คิดตามนโยบายรัฐบาล ก็คือเกษตรกร 4.0 ก็เป็นเรื่องที่ดี สนับการส่งเสริมในเรื่องของข้าว ตอนนี้ก็ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้ตาก และเก็บไว้ในยุ้งฉาง หากมีความจำเป็นต้องการใช้เงิน ก็สามารถจำนำเข้ากับรัฐบาล โดยผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และจากการสอบถามพูดคุยกับชาวนาส่วนใหญ่ พบว่าบรรดาลูกหลานที่ทำงานต่างจังหวัด และกรุงเทพฯ ต่างรับอาสา ที่จะนำข้าวสารในชุมชนของตนเองไปขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่มีการผ่านกระบวนการของพ่อค้าคนกลาง ตนคิดว่าปีนี้น่าจะประสบความสำเร็จได้ด้วยดี หลักจากทางรัฐบาลสนับสนุนนาแปลงใหญ่ สู่ความมั่นคงและยั่งยืนในอาชีพ ชาวนาในยุคประเทศไทย 4.0 สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องข้าวในระยะยาว ชาวนามีมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีความมั่นคงในอาชีพ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
