ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/303151

ผนึกกำลังภาคีอีสานล่าง แก้ปัญหาชีวิตเด็ก-เยาวชน
“กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) ตอนล่าง” ประกอบด้วย 8 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ (ข้อมูลจาก “รายงานวิเคราะห์สถานการณ์จังหวัด 76 จังหวัด /18 กลุ่มจังหวัด” โดยศูนย์สารสนเทศยุทธศาสตร์ภาครัฐ สำนักงานสถิติแห่งชาติ)”
เด็กและเยาวชนคือกำลังในอนาคตของชาติและของโลก..ดังนั้นประเทศต่างๆ รวมไปถึงประชาคมนานาชาติ ล้วนให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน จนมีทั้งวันเด็กและวันเยาวชน ซึ่งประเทศไทยนั้น รัฐธรรมนูญของไทยหลายฉบับรวมถึงฉบับปี 2560 ที่เป็นฉบับล่าสุด ก็ยังให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน โดยบัญญัติไว้ในหมวดหน้าที่ของรัฐ (มาตรา 54) ว่าด้วยการจัดการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพตั้งแต่ระดับปฐมวัย
ขณะที่ภาคส่วนอื่นๆ ก็มีความตระหนักถึงการดูแลและพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนเช่นกัน โดยเฉพาะในระดับท้องถิ่น มีการร่วมมือกันของหลายภาคส่วนในแต่ละพื้นที่ อาทิ ที่ ศรีสะเกษ จังหวัดหนึ่งในภูมิภาคอีสานตอนล่าง มีการสัมมนาการขับเคลื่อนการทำงานวิชาการด้านเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อระดมสมองในการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานวิชาการด้านเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ
ประจวบ จันทร์หมื่น อาจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยกฎหมายและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ มีการศึกษาร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ ใน 10 หัวข้อ คือ 1.การสะท้อนเชิงสังคมวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อความสามารถในการบริหารการรู้คิด อารมณ์ และพฤติกรรม (Executive Functions) ด้านการยั้งคิดและควบคุมแรงปรารถนาของตน เกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาในเด็กระดับประถมศึกษา
2.การสร้างการคิดเพื่อชีวิตของเด็กและเยาวชนชาวกูย 3.นิทานท้องถิ่นกับการสร้างการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตเด็กปฐมวัยในชุมชนชาวกูยบ้านเปือยนาสูง 4.การสื่อสารเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น 5.การบูรณาการข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สาเหตุของการเกิดปัญหาด้านเด็กและเยาวชน 6.การเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนเรียนรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ กรณีศึกษาชุมชนพันทาน้อย
7.แนวทางการสร้างกลไกความร่วมมือของชุมชนในการสร้างภูมิคุ้มกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของเด็กและเยาวชนบ้านละทาย 8.กระบวนการกลุ่มเพื่อการเรียนรู้เศรษฐกิจฐานราก ของเยาวชนในชุมชนบ้านคำเมย 9.บทบาทเยาวชนในการสร้างมาตรการแก้ไขป้องกันการสูบบุหรี่ในชุมชน บ้านกระแชงใต้ และ 10.แนวทางการ
พัฒนายุวพลเมืองภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม : กรณีศึกษาตำบลกระแชง
ซึ่งผลการศึกษาทั้ง 10 เรื่อง สรุปข้อค้นพบ 4 ประการ คือ 1.เด็กและเยาวชนชาวศรีสะเกษดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสังคมเปราะบาง ทั้งฐานะยากจน ครอบครัวอพยพ อยู่บนพื้นที่เสี่ยงสุรา บุหรี่ ความรุนแรง 2.บทบาทของท้องถิ่น ในการสร้างกลไกดูแลเด็กและเยาวชน 3.พลังสร้างสรรค์ของเด็กและเยาวชนมีจำนวนมาก มีพื้นที่ให้แสดงออก 4.ยังไม่มีประเด็นร่วมระดับจังหวัดแต่เป็นการขับเคลื่อนงานด้านเด็กและเยาวชนที่หลากหลาย
“มีข้อเสนอการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่เห็นร่วมกัน คือการสร้างพื้นที่การมีส่วนร่วมใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1.สร้างกลไกกลางการขับเคลื่อน 2.หาประเด็นร่วม 3.สร้างปฏิบัติการรูปธรรมในพื้นที่ ฉะนั้นจังหวัดศรีสะเกษจำเป็นต้องสร้างกลไกกลางร่วมขับเคลื่อนงานด้านเด็กและเยาวชน ภายใต้ทิศทางร่วมที่มีพลัง” ประจวบ กล่าว
ขณะที่ กัญญารัตน์ เสาเหลี่ยม ตัวแทนเด็กและเยาวชนศรีสะเกษ กล่าวว่า ปัญหายาเสพติด บุหรี่ ท้องก่อนวัยอันควรยังมีอยู่มากในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ โดยปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากสภาพแวดล้อมและตัวของเด็กเอง “เพราะเด็กบางคนไม่สนิทกับครอบครัว” อาทิ มีกรณีเพื่อนในห้องเรียนพลาดจนท้องแต่ไม่กล้าบอกพ่อแม่ ก็ไปปรึกษาเพื่อนแล้วเพื่อนก็บอกให้ไปทำแท้ง “ถ้าหากครอบครัวอบอุ่นจะทำให้เด็กกล้าปรึกษาพ่อแม่”มากกว่าปรึกษาเพื่อนในวัยเดียวกันซึ่งมีวุฒิภาวะที่ไม่มากพอดังนั้นโจทย์ใหญ่คือจะทำให้เส้นทางของเด็กและผู้ปกครองเป็นเส้นเดียวกันได้อย่างไร?
อีกด้านหนึ่ง จันที สมนา หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ ให้ความเห็นว่า “เด็กต้องมีส่วนร่วมในการสร้างสังคม แต่ประเทศไทยมักจะกำหนดให้เด็กต้องทำตามนโยบาย” ดังนั้นการกำหนดนโยบายด้านเด็กก็จะต้องให้เด็กร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา แต่ทุกวันนี้เราวิ่งตามเด็กและมองเด็กที่เป็นปัญหาคือปัญหา “สิ่งที่เด็กแสดงออกจะจะดีหรือไม่ดีจงอย่าไปโทษเด็ก แต่ต้องดูว่าสถาบันครอบครัว” ว่าให้โอกาสเด็กมากน้อยอย่างไร?

“พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน แห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 กำหนดให้องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล โดยหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวในแต่ละจังหวัด จัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนตำบล สภาเด็กและเยาวชนเทศบาล ดังนั้น พม.ขอให้เด็กไปสมัครกันมากๆ เพราะเด็กใช้ภาษาเดียวกันพูดคุยกันรู้เรื่องและ
เข้าใจเด็กในวัยเดียวกัน จึงอยากได้เด็กรุ่นใหม่มาช่วยกันคิด แก้ไขปัญหาสังคม” หน.บ้านพักเด็กและครอบครัวศรีสะเกษ กล่าว
อีกจังหวัดที่มีโครงการลักษณะเดียวกัน อุบลราชธานี และยังเป็นจังหวัดข้างเคียงของศรีสะเกษ ผศ.ดร.ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ อาจารย์สาขาวิชาสังคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีกล่าวถึงรายงานดัชนีความก้าวหน้าของคนปี 2558 ซึ่งจัดทำโดย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช. – สภาพัฒน์) ที่ระบุว่า “ภาคอีสานล้าหลังด้านการศึกษามากกว่าทุกภาค” ม.อุบลฯ ที่เป็นหน่วยงานวิชาการในท้องถิ่นแห่งหนึ่งของภาคอีสาน จึงจัดทำโครงการการเสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายโรงเรียนสุขภาวะภาคอีสานตอนล่าง
โดยเรียกง่ายๆ ว่าโครงการ “โรงเรียนเฮ็ดดี มีสุข” (HD School) มีโรงเรียนในจังหวัดยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เข้าร่วมจำนวน 49 โรงเรียน ซึ่ง ม.อุบลฯ จะทำหน้าที่สนับสนุนโรงเรียนและเครือข่าย ให้มีการบริหารจัดการและจัดกระบวนการ กิจกรรมการเรียนรู้ในโรงเรียนที่ทำให้เด็กและเยาวชนเกิดการพัฒนา ทั้งการลดพฤติกรรมเสี่ยงและเพิ่มพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งด้านกาย จิตสังคม และสติปัญญา
เสียงสะท้อนจากครูในพื้นที่ ปิยวรรณ พาหาทรัพย์อนันต์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนชุมชนบ้านศรีไค (ศรีวัฒนาวิทยาคาร) อำเภอวารินชำราบ ระบุว่า เด็กที่มีปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ มักเป็นเด็กด้อยโอกาสหรือเด็กพิเศษที่ถูกทอดทิ้งให้เป็น “เด็กห้องบ๊วย” ที่ใครก็ไม่ต้องการ ซึ่งการแก้ปัญหาไม่อาจทำได้โดยลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งระบบ โดยทางโรงเรียนได้ทำโครงการ “อุ่นไอรักจากการอ่าน สายใยสื่อสารผ่านสามวัย” ที่ไม่ใช่เพียงส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของเด็กเท่านั้น แต่ยังสร้างคุณค่าในตนเองให้กับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุในชุมชนด้วย
ปิยวรรณ เล่าต่อไปว่า โครงการดังกล่าวใช้วิธีให้เด็กๆ นำหนังสือนิทานจากโรงเรียนไปให้อ่านให้คนทุกช่วงวัยฟัง ทั้งในบ้านและในชุมชน ในวันเสาร์ – อาทิตย์ รวมถึงให้เด็กๆ ไปพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับผู้ใหญ่ ซึ่งสิ่งที่ได้กลับมาคือ “ความรู้” เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ที่แม้แต่ครูเองก็ได้รู้ไปพร้อมกับเด็กๆ ด้วย ทำให้เด็กๆ เกิดจินตนาการใหม่ๆ ส่วนผู้ใหญ่ก็ได้เห็นความสำคัญของตนเองในการส่งเสริมความสามารถของบุตรหลานให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน
“โครงการจะเน้นเรื่องการอ่าน ผ่านการคิด สู่การเขียน เพื่อการเรียนอย่างมีความสุข และมีจุดเด่นในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับครอบครัว เนื่องจากเด็กของเราไม่ได้อยู่กับพ่อแม่สูงถึงร้อยละ 90 โดยเทคนิคที่นำมาใช้และเกิดความสำเร็จคือครูสู้ด้วยใจ ส่งผลให้โรงเรียนได้รางวัลเรื่องการอ่าน ระดับชั้น ป.1 อันดับ 1 ของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4” คุณครูท่านนี้ กล่าวในท้ายที่สุด