ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/302943

หนุ่มสุรินทร์ทิ้งเมืองกรุงหวนกลับบ้านเกิด เปิดร้านยำแซ่บ-ปลูกผักพอเพียง
13 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พบกับนายฉัตรชัย ฉัตรทอง หรือโด่ง อายุ 44 ปี หนุ่มเมืองสุรินทร์ จบปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อดีตข้าราชการ เคยใช้ชีวิตหรูในกรุงเทพฯมานานหลายสิบปี และได้กลับ จ.สุรินทร์ บ้านเกิดเพื่อมาทำไร่ ทำนา อินทรีย์ ตามปรัชญาเศรษฐ์กิจพอเพียง และเปิดร้านอาหารเล็กชื่อว่า “Easy หลายเด้อ ยำ” ตั้งอยู่ที่บ้านเช่า เป็นตึกสองชั้น เลขที่ 245/1 ถนนเทพสุนทร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เปิดร้านทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 น.-22.00 น. พร้อมเมนูยำ สารพัดชนิด ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 89 บาท แพงสุด 120 บาท มีรายได้พออยู่พอกิน ยอดขายวันละกว่า 1,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเหลือวันละ 300-400 บาท อยู่ได้อย่างสบายๆไม่เป็นหนี้ใคร
โดยตลอดทั้งวันหลังส่งลูกสาวไปโรงเรียนก็จะมาเปิดร้าน เป็นพ่อครัวโชว์ฝีมือทำยำร่วมมิตร และแหนมกระดูกหมูทอดสดๆ และอีกหลากหลายเมนู ซึ่งพืชผักสวนครัวทุกชนิดที่นำมาใช้ภายในร้าน ซื้อจากชาวบ้านและปลูกเอง โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิก็ปลูกเอง บนที่นา 14 ไร่ ที่ได้รับมรดกมาจากพ่อแม่ ข้าวและผักที่ปลูกจะไม่มีการไม่ใช่สารเคมี เป็นผลผลิตออร์แกนิค ข้าวอินทรีย์ 100% สีมาจากโรงสีชุมชนบ้านตระแบก ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับแปลงนาข้าวอินทรีย์ และผักสวนครัว ที่ปลูกในไร่นามรดกของตัวเอง
นายฉัตรชัย กล่าวว่า หลังจากจบปริญญาตรี ได้รับราชการอยู่พักหนึ่ง หลังจากนั้นได้ลาออกจากราชการ กลับมาบ้านเกิดที่ จ.สุรินทร์ มาทำการเกษตรอินทรีย์ ปลูกผัก ปลูกข้าวหอมมะลิ เพื่อใช้สำหรับการ บริโภคภายในครอบครัว ใช้เวลาดูแลครอบครัว พ่อแม่ ที่อายุมากแล้ว ส่วนภรรยาประกอบอาชีพ พนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ทุกวันนี้ปลูกข้าวปลูกผักแบบพอเพียงด้วยตนเอง ด้วยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จึงทำให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพและปลอดภัย ข้าวที่ได้ก็นำมาบริโภคเองในครอบครัวและนำมาใช้ในร้านแห่งนี้ด้วย
เมนูที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูสบาย แต่จะเน้นที่รสชาติ สุดแซ่บ อาทิ เมนูยำรวมมิตร กุ้งแช่น้ำปลา ไก่นาทอดเกลือ อย่างแหนมซี่โครงหมู ก็สั่งคัดมาอย่างดี เลือกเฉพาะติดเนื้อกระดูกอ่อน อาหารสดจะคัดสรรมาเป็นอย่างดี เข้ากับพืชอินทรีย์ที่ปลูกเอง รายได้เฉลี่ยขายรวมทุนประมาณกว่า 1,000 บาท หลังหักต้นทุนแล้วก็จะเหลือประมาณ 300-400 บาทต่อวัน แต่ได้ความอบอุ่นของครอบครัว ได้ดูแลงานเกษตรอินทรีย์ที่ชอบ ได้พบปะเพื่อนฝูง และลูกค้า จึงอยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ ที่ยังเป็นพนักงานออฟฟิคหรือทำงานอยู่ต่างจังหวัด ที่ยังไม่กล้ากลับบ้านเกิด ไม่ต้องกลัวและอาย ที่จะกลับมาทำงานเป็นเจ้านายตัวเอง แม้รายได้อาจจะน้อยแต่หากรู้จักคำว่าพอเพียง
