ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/302746

“อ.วิษณุ”ทิ้งปริศนาระหว่างขั้นบันได
nn…ทิ้งระเบิดออกมาอีกแล้ว สำหรับ 6 คำถามของ “นายกฯลุงตู่ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่ปล่อยออกมา หลังจากที่เคยถามมาแล้ว 4 คำถาม ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้ความคืบหน้าว่าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว แต่วันนี้ออกคำถามมาอีก 6 ข้อ ก็เป็นคำถามในทางการเมืองโดยแท้…จนคนการเมืองที่เป็นนักการเมืองอาชีพ ต่างออกมาแสดงความเห็นกันอื้ออึงว่า “นี่โยนหินถามทางหรือเปล่า หรือแบบนี้แบะท่า” ชัดๆ ประมาณว่า “นายกฯลุงตู่” เสพติดการเมืองซะแล้ว… รองนายกฯและรัฐมนตรีหลายคนเลยตกเป็นเป้านักข่าวคอยดักสัมภาษณ์ประเด็นนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็หนีไม่พ้น “เนติบริกร” มือหนึ่งของ“นายกฯลุงตู่”นั่นเอง รองนายกฯ “วิษณุ เครืองาม”..นักข่าวถามเชื่อมโยงจาก 6 คำถามของ นายกฯที่มองกันว่า “นายกฯลุงตู่”แบะท่า ลงเล่นการเมืองในอนาคตแน่นั้น ถ้า“นายกฯลุงตู่”ลงจริง จะทำให้ประเทศไฉไลสดใสในอนาคตหรือไม่… แต่อาจารย์วิษณุรีบปัดตอบคำตอบนี้ว่า “ไม่ทราบๆ” พร้อมขยายว่า “บางครั้งเราพูดได้ในฐานะเป็นการวิจารณ์ แต่เมื่อผมเป็นหนึ่งในครม.และนายกฯเป็นหัวหน้าครม. ผมคงไปพูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะมันแยกสถานะไม่ออก ดังนั้น ทางที่ดี อย่าพูดเลยดีกว่า”…พร้อมกับพูดแซวเล่นๆกับนักข่าว โดยชี้ไปที่บันไดขั้นที่ 3 ตึกบัญชาการที่กำลังยืนให้สัมภาษณ์อยู่ว่า “ผมยืนอยู่บนนี้ คงพูดไม่ได้ แต่ถ้าผมยืนอยู่แถวนั้น (บันไดขั้นที่ 1) ผมก็อาจจะพูดได้…”….แหมมมม…ก็พูดเป็นปริศนาให้ได้ชวนคิดกันอีกแล้ว นักข่าวเลยเย้ากลับว่า “ถ้าอย่างนั้น อาจารย์ลงบันไดมาอยู่ขั้นที่ 1 ก็ได้ค่ะ”… เสียดาย อ.วิษณุไม่หลงกล ไม่งั้นคงได้รู้ความในใจอ.วิษณุ อีกแน่ๆ น่าเสียดายๆ…nn
nn…มีเรื่องดีๆเก็บตกมาฝาก วันก่อน “ดร.รัชดา ธนาดิเรก” อดีต สส.กทม.เขต (บางพลัด บางกอกน้อย) พรรคประชาธิปัตย์ ได้ไปพูดเรื่องบทบาทของ “ผู้หญิงในการป้องกันความรุนแรงอย่างสุดขั้ว” เป็นหนึ่งในหัวข้อในงาน 1st Asean Women Summit ณ กรุงมะนิลา.. ด้วยความที่เวลาสั้น เลยคิดว่า ทำเป็น diagram เชื่อมโยงประเด็นหลักๆ น่าจะดี แต่กว่าจะสกัดได้ 1 แผ่น ก็ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน เพราะต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลให้ดีที่สุด แบบมั่นใจว่าสิ่งที่คิดมันครอบคลุมแล้ว…โดยงานนี้ดร.รัชดาโชว์ศักยภาพให้เวทีนี้ได้ทึ่งกัน โดยเฉพาะสถานการณ์ความรุนแรง ซึ่งดร.รัชดาบอกว่าผู้หญิงไม่ใช่แค่เป็นผู้ถูกกระทำ หรือเหยื่ออย่างที่เข้าใจกัน เพราะจริงๆ แล้วผู้หญิงสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คิด สามารถลุกขึ้นมาเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง หรือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้สร้างความรุนแรงได้…..“และด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมาช่วยกันสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้หญิงมีความรู้ ตระหนักและมีความพร้อมจะได้มาเป็นแนวหน้าของการป้องกันความรุนแรงอย่างสุดขั้ว..” และดร.รัชดายังบอกว่า ภาครัฐเองก็ต้องเป็นหลักด้วย ต้องทำงานควบคู่ไปกับภาคประชาสังคม และชุมชน เรียกว่าต้องเปิดพื้นที่ให้มีการพูดคุย สะท้อนปัญหา และความต้องการจากมุมมองผู้หญิงกันไปเลย..“ให้ผู้หญิงได้มีส่วนกำหนดนโยบาย มีบทบาทในกระบวนการเจรจาเพื่อสันติ และในงานด้านความมั่นคง..”…ในตอนท้ายดร.รัชดายังย้ำว่า ความจริงเรื่องนี้ประเทศไทยทำแล้ว ทำมานานแล้ว แต่…มันยังไม่พอ เพราะยังไม่ได้ทำจากใจที่เปิดกว้าง ที่พร้อมผลักดันผู้หญิงจริงๆ และแน่นอนว่านี่แหละ คือสิ่งที่ควรปรับปรุงเพื่อให้เกิดความสงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้…
อืม..สุดยอดเลยแนวคิดแบบนี้…รออะไร ปรบมือรัวๆ กันไปเลยจ้า…nn