ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/302892

‘Smart City’เมืองไฮเทค เทรนด์ฮิตโลก..ไทยต้องตื่นตัว
” จ.ภูเก็ต ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลให้เป็น “ต้นแบบ Smart City” แห่งแรกของประเทศไทย บทความ “Phuket Smart City First Step Thailand 4.0” โดย สำนักงาน
ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ระบุถึงความพร้อมหลายประการ อาทิ ขนาดจังหวัด ไม่ใหญ่เกินไป มีประชากรไม่มาก เพียง 3 แสนคนเศษ แต่มีนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคน และร้อยละ 70 เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงเอื้อต่อการดึงผู้ประกอบการต่างชาติที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้เข้ามาจัดตั้งบริษัทหรือสาขาที่ภูเก็ต เพื่อผลักดันให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัล (Digital Hub) ”
Smart City “เมืองอัจฉริยะ” เป็นอีกกระแสที่ได้รับความนิยมทั่วโลกในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการเมืองอย่างครบวงจร เช่น การใช้พลังงาน การจราจร สิ่งแวดล้อม ฯลฯ เพื่อให้ได้ผลดีทั้งด้านความประหยัดและด้านประสิทธิภาพ ทั้งนี้ Smart City อาจมีรายละเอียดแตกต่างกันไป ตามลักษณะทางกายภาพ สิ่งแวดล้อม หรือบริบทสังคมของเมืองนั้นๆ
ผศ.ดร.วรรณรัช สันติอมรทัต หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) กล่าวในเวทีเสวนา “แนวโน้มอนาคตที่อยู่อาศัย…สมาร์ทไลฟ์และสังคมปลอดภัย” ซึ่งจัดโดย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ณ รร.อโนมาแกรนด์ ย่านราชดำริ กรุงเทพฯ อธิบายลักษณะของ Smart City ว่า เป็นการทำให้เมืองมีความสมดุลรอบด้าน เชื่อมต่อการบริหารจัดการเมืองกับบริการ สาธารณูปโภคและถนนคมนาคมเข้ากับอินเตอร์เนต
อาทิ มีการบริหารจัดการพลังงาน การจัดการที่จอดรถอัจฉริยะ การเก็บขยะอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยให้การจัดการเมืองและการใช้ทรัพยากรทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาอุบัติเหตุ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ในประเทศไทย หลายเมืองจากหลายภูมิภาค เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น ก็มีความพยายามพัฒนาให้เป็น Smart City ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป
นักวิชาการจาก มอ. ผู้นี้ ยังกล่าวถึงโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ด้วยว่า จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก ยิ่งถ้าสามารถเชื่อมโยงไปถึงเรื่องความปลอดภัยและสังคมสูงอายุ จะมีผลเกี่ยวโยงไปกับการวิจัยพัฒนาและภาคอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุต่างๆ ที่จำเป็น ส่งผลให้ต้นทุนถูกลง ซึ่งรัฐควรมีมาตรการจูงใจอื่นๆ ให้กับผู้ลงทุนนำอุปกรณ์เกี่ยวกับดิจิทัลและเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จะยิ่งเป็นแรงกระตุ้นอีกทางหนึ่ง

ดร.สุภชัย วงศ์บุณย์ยง กับหุ่นกู้ภัย “สุดซอย”
“ภูเก็ตจะมีความได้เปรียบในเรื่องของการท่องเที่ยว ต่างกับชลบุรีที่จะมีทั้งภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว จังหวัดทางภาคใต้ไม่ค่อยมีอุตสาหกรรมแต่มีชายทะเลสวยงามยาวตลอด สามารถทำเป็นศูนย์กลางเมืองสุขภาพได้ เป็นต้น” อาจารย์วรรณรัช ยกตัวอย่าง
มุมมองจากภาคเอกชน อิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร มองว่า บ้านเรือนในอนาคตจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัยมากขึ้น อาทิ สามารถควบคุมบ้านผ่านอินเตอร์เนต ทั้งการปิดเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน หรือแจ้งเตือนผู้บุกรุกในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่บ้าน เป็นต้น และปัจจุบันเอง ภาคเอกชนก็มีการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการก่อสร้างบ้างแล้ว
เช่น ระบบ BIM (Building Information Modeling) หรือการจำลองข้อมูลต่างๆ ของอาคารมาใช้ ซึ่งจะมีประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้าง คือ 1.ควบคุมเวลา 2.ควบคุมต้นทุน 3.เพิ่มประสิทธิภาพรอบการทำธุรกิจ และ 4.ประหยัดแรงงานซึ่งภาคการก่อสร้างนั้นต้องใช้แรงงานต่างด้าวราวร้อยละ 80-90 ทั้งนี้ พบว่า โครงการหมู่บ้านจัดสรรในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นบ้านแบบผนังสำเร็จรูป (Precast) ถึงร้อยละ 75
“Smart Home & Smart City มันต้องไปด้วยกัน บ้านยุค 4.0 ในอนาคต เป็นบ้านที่มีความสุขและเชื่อมต่อ กับอินเตอร์เนตมากขึ้น ไม่เพียงคอมพิวเตอร์แต่จะเชื่อมโยงอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านด้วย ทำให้สะดวกสบาย ปลอดภัยและควบคุมได้แม้ไม่ได้อยู่บ้าน วัสดุก่อสร้างจะมีการคิดค้นใหม่ๆ เพื่อความมั่นคงแข็งแรง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก่อสร้างได้เร็ว ลดการสิ้นเปลืองพลังงาน จะเห็นว่าบ้านในหลายเมืองทั่วโลกเริ่มใช้พลังงานทางเลือกกันแล้ว เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม มีอุปกรณ์ให้เลือกใช้โดยมีประสิทธิภาพสูงและราคาถูกลง” อิสระ กล่าว
ด้านภาคประชาชน วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ นักศึกษาภาควิชานวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า การพัฒนาที่ดีนั้นต้องสำรวจและวิเคราะห์เสียก่อน เนื่องด้วยชุมชนแต่ละแห่งมีบริบทที่แตกต่างกัน เพื่อให้การนำองค์ความรู้ นวัตกรรมเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ทำได้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้พบว่าภาคเอกชนยุคใหม่ใส่ใจรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น จึงเป็นโอกาสของการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยพัฒนากระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียวัตถุดิบ ประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
“จะดีอย่างยิ่งหากเราช่วยกันส่งเสริมให้โรงเรียน ชุมชนหมู่บ้านช่วยกันพัฒนาเป็น Smart School, Smart Village ทำอย่างไรจะเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดขยะจากถุง ขวดพลาสติกที่กลายเป็นปัญหาวิกฤติขยะของทุกคนในวันนี้ และลุกลามไปถึงท้องทะเล อย่างที่เป็นข่าวขยะในทะเลของไทยติดอันดับ 6 ของโลก การมีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคมน่าอยู่และยั่งยืนเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน” วิลาสินี ให้ความเห็น
อีก 1 ตัวอย่างที่คาดว่าจะมาเป็นองค์ประกอบของ Smart City อย่างแน่นอนคือ “หุ่นยนต์กู้ภัย” เพราะภัยพิบัติต่างๆ เกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด ซึ่งในงานเสวนาครั้งนี้มีการเปิดตัวหุ่นยนต์กู้ภัย “สุดซอย” ผลงานของ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โดยผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันฯ ดร.สุภชัย วงศ์บุณย์ยง เปิดเผยที่มาของหุ่นยนต์กู้ภัยสุดซอยว่า จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Automation and Robotics) จะมีบทบาทพัฒนาปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยและงานบริการสาธารณะมากยิ่งขึ้น
หุ่นยนต์สุดซอยนั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำงานใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่เกิดถล่มลงมา สามารถเคลื่อนที่บนภูมิประเทศขรุขระอย่างคล่องแคล่ว มีระบบค้นหาและตรวจจับหาผู้รอดชีวิตเพื่อแจ้งให้ทีมกู้ภัยทราบ อีกทั้งยังสามารถบรรทุกน้ำดื่มหรือเสบียงในปริมาณไม่มากนัก สำหรับให้ผู้รอดชีวิตพอประทังชีพได้บ้างระหว่างรอทีมกู้ภัยเข้ามาช่วยเหลือ
“หุ่นยนต์ลักษณะนี้ยังสามารถดัดแปลงใช้งานในภารกิจเสี่ยงภัยอื่นๆ ได้ เช่น งานเก็บกู้ระเบิด” ดร.สุภชัย ระบุ
จากแนวคิด Smart City นี้เอง ทำให้งานนิทรรศการใหญ่ประจำปีของแวดวงวิศวกรรมอย่าง “วิศวกรรมแห่งชาติ” (National Engineering) ประจำปี 2560 จะเน้นการให้ความรู้กับสังคมไทย ให้ตระหนักถึงบทบาทในการร่วมสร้างสรรค์สังคมน่าอยู่ปลอดภัย ด้วยการพัฒนานวัตกรรมควบคู่กับความยั่งยืน โดยการสร้างสมดุลระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ สร้างสมดุลระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี และสร้างสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
ซึ่ง ทศพร ศรีเอี่ยม ในฐานะประธานจัดงาน เปิดเผยว่า ภายในงานจะได้พบกับผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีต่างๆ พร้อมชมการแข่งขันกลไกอัจฉริยะ (Karakuri) และการแข่งขันโดรนดับเพลิง (Drone Fire Fighting) อีกทั้งเปิดบริการ “คลินิกช่าง” ให้คำปรึกษาแก่ผู้มางานเกี่ยวกับบ้านและปัญหาทางวิศวกรรมต่างๆ โดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
16 – 18 พ.ย. 2560 นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์..ผู้สนใจนวัตกรรมเทคโนโลยี “ห้ามพลาด”!!!