ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/303778

สังเวย15,000ศพ! ปภ.เผยยอดคนไทยเสียชีวิตบนถนนปี59
อธิบดี ปภ.เผยปี 59 คนไทยสังเวยชีวิตบนถนนกว่า 15,000 ศพ ด้านผลโพลชี้ ปชช.อยากให้มีหน่วยงานวิเคราะห์จุดเสี่ยงทั่ว ปท.
17 พ.ย.60 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ภ.อู่ทองนอก กรุงเทพฯ มีการจัดแถลงข่าวงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่อง ความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 13 “ลงทุนเพื่อความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืน” (Invest for Substainable Road Safety) ซึ่ง นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดี ปภ.เปิดเผยว่า ข้อมูลจากใบมรณบัตรเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งสิ้น 15,448 ราย มีผู้พิการประมาณ 5 พันราย นอกจากนี้ ทุกๆ วันยังมี 42 ครอบครัว ต้องสูญเสียสมาชิกจากอุบัติเหตุบนท้องถนน และ 15 ครอบครัวต้องแบกรับภาระเลี้ยงดูสมาชิกที่กลายเป็นผู้พิการ

อธิบดี ปภ.กล่าวต่อไปว่า ปี 2554 – 2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งล่าสุดเมื่อ 4 ต.ค.2559 มีมติคณะรัฐมนตรีให้ปฏิรูปความปลอดภัย 5 ด้านคือ 1.เมาแล้วขับ 2.ขับเร็วเกินกฎหมายกำหนด 3.มาตรฐานการได้ใบขับขี่ 4.ความปลอดภัยรถโดยสาร และ 5.การใช้อุปกรณ์ลดการบาดเจ็บรุนแรง เช่น เข็มขัดนิรภัย
ขณะที่ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย SUPER POLL เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน โดยระบุว่า ร้อยละ 76.7 เคยประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนไม่เหตุเล็กก็เหตุใหญ่ ร้อยละ 91.4 เชื่อว่าเป็นสาเหตุทางวิทยาศาสตร์มากกว่าเวรกรรม ร้อยละ 96.6 เห็นด้วยหากภาครัฐจะลงทุนตั้งหน่วยงานศึกษาถนนที่ประสบอุบัติเหตุทุกจุด นอกจากนี้ ร้อยละ 63.9 มองว่า กระทรวงคมนาคมควรเป็นเจ้าภาพเรื่องดังกล่าว รองลงมา ร้อยละ 56.4 มองว่าควรเป็นรัฐบาลและ คสช. และร้อยละ 33.9 มองว่าควรเป็นหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนมีความตื่นตัวเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนนมากขึ้น

ด้าน นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวเสริมว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าคนไทยต้องการคำตอบ อาทิ เหตุใดถนนนั้นแยกนี้ถึงเกิดอุบัติเหตุซ้ำซากบ่อยครั้ง ทั้งนี้ ในงานเสวนาจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 7 ธ.ค.2560 ณ ไบเทค บางนา แบ่งเป็น 7 หัวข้อหลัก ประกอบด้วย 1.ลงทุนเพื่อความปลอดภัยทางถนนที่ยังยืน 2.ประชารัฐเพื่อสังคม กับความปลอดภัยทางถนน 3.ลงทุนเพื่อสังคมร่วมใจป้องกันภัยทางถนน 4.มิติใหม่บังคับใช้กฎหมาย Road Safety 4.0 5.รถพยาบาลปลอดภัย 6.มิติทางสังคมกับการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย และ 7.ระบบใบขับขี่ใหม่กับความปลอดภัยทางถนน
นอกจากนี้ ในงานแถลงข่าว ยังมีเสียงสะท้อนจากตัวแทนผู้ประสบอุบัติเหตุ อาทิ นายประสงค์ ที่เล่าว่า ในปี 2538 สมัยนั้นแม้จะมีด่านตรวจจำนวนมาก แต่ประเด็นเมาแล้วขับยังไม่ได้รับความสนใจเท่าใดนัก ตนเองก็ดื่มแล้วขี่ จยย.ซึ่งยุคนั้นยังไม่มีระบบเบรค ABS ด้วยความเร็วสูงแล้วไปล้มคว่ำ แม้จะสวมหมวกกันน็อคแต่ได้รับบาดเจ็บเพราะคอฟาดเข้ากับขอบทางอย่างแรง
นายประสงค์ กล่าวว่า ในขณะนั้นมีชาวบ้านหลายคนเป็นพลเมืองดีเข้ามาช่วยเหลือ แต่น่าเสียดายที่ทั้งตนเองและชาวบ้านไม่มีความรู้เรื่องกระดูกคอและไขสันหลัง ทำให้เคลื่อนย้ายผิดวิธี อาการบาดเจ็บจึงรุนแรงขึ้น ตนจึงมองว่า ทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องลงทุนให้ความรู้กับประชาชน เพราะหากวันนั้นตนได้รับการเคลื่อนย้ายอย่างถูกวิธี อาจไม่ต้องเจ็บหนักจนพิการต้องนั่งรถเข็นอย่างทุกวันนี้ก็ได้