ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
วันที่ 26 ธ.ค. 2560 เวลา 09:40 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/politic/analysis/532317

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องงัดมาตรา 44 เพื่อแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ภายใต้คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ลงวันที่ 22 ธ.ค. 2560
คำสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าวมีทั้งสิ้น 9 ข้อ แต่มีประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อ 1 และข้อ 8 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่พรรคการเมืองต่างออกมาโวยวาย และไม่เห็นด้วยอย่างเด็ดขาด
ข้อ 1ของคำสั่งดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ การกำหนดให้พรรค การเมืองปัจจุบันต้องเปิดให้สมาชิกพรรคการเมืองของตนมาแสดงหลักฐานการมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะตามกฎหมายในการเป็นสมาชิกพรรค มาแสดงต่อหัวหน้าพรรค การเมือง พร้อมกับชำระค่าบำรุงพรรคการเมือง 100 บาท ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ 1 เม.ย. 2561
ข้อ 8มีเนื้อหาพอสังเขปว่าในกรณีที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้ง คสช.เพื่อพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกกฎหมายประกาศ คสช.หรือคําสั่งหัวหน้า คสช.อันเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินการของพรรคการเมือง และร่วมกันจัดทําแผนและขั้นตอนการดําเนินการทางการเมือง เพื่อนําไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญโดยให้หารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และจะเชิญผู้แทนพรรค การเมืองหรือกลุ่มการเมืองต่างๆ เข้าหารือด้วยก็ได้
นับเป็นอีกครั้งที่สะท้อนให้เห็นถึงนัยทางการเมืองของ คสช.พอสมควร เพราะต้องไม่ลืมว่ากระบวนการจัดทำกฎหมายพรรคการเมืองไม่ได้มีการดำเนินการแบบสุกเอาเผากิน แต่ผ่านการพิจารณาจาก กรธ.และ สนช.อีกทั้งยังผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและพรรคการเมืองมาไม่น้อย
ดังนั้น การที่ คสช.ใช้มาตรา 44 แก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองจึงไม่ต่างอะไรกับการฉีกกฎหมายพรรคการเมืองออกเป็นเสี่ยงๆ
คสช.กำลังใช้อำนาจในมือเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมืองให้กับตัวเองและโยนความลำบากให้กับพรรค การเมืองปัจจุบัน ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่าด้วยการตั้งพรรค การเมืองใหม่ เพื่อสืบทอดอำนาจของ คสช.เอง
เพียงแค่บทบัญญัติข้อ 1 ของคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ก็สร้างปัญหาใหญ่ให้กับพรรคการเมืองพอสมควร โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่อย่าง “พรรคเพื่อไทย” และ “พรรคประชาธิปัตย์”
กล่าวคือทั้งสองพรรคต้องหมดทรัพยากรไปกับการพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิกพรรคการเมืองของตัวเอง โดยฐานข้อมูลของพรรคการเมืองที่ กกต.เผยแพร่อย่างเป็นทางการล่าสุด ณ วันที่ 1 พ.ย. 2560 ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์มีสมาชิกพรรคจำนวน 2,895,933 คน ส่วนพรรคเพื่อไทยมีสมาชิกพรรค 134,822 คน
จากตัวเลขดังกล่าวพิจารณาประกอบกับกฎหมายแล้วเท่ากับว่าหัวหน้าของทั้งสองพรรคต้องมีหน้าที่รับการแสดงตนของสมาชิกพรรคการเมืองตัวเองทุกคนให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน มิฉะนั้นสมาชิกพรรคการเมืองส่วนที่เหลือที่ไม่ได้มีการแสดงตนจะสิ้นสภาพการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองทันที
แต่การสร้างภาระให้กับพรรค การเมืองนั้นยังไม่เท่ากับการสร้างภาระให้กับสมาชิกพรรคการเมืองที่มีสถานะเป็นประชาชนทั่วไปโดยใช่เหตุ โดยเฉพาะการต้องมีหลักฐานทางทะเบียนของตนเองตามกฎหมายไม่ว่าจะเป็น การไม่เป็นบุคคลล้มละลาย เป็นต้น
ซึ่งมีคำถามตามมาว่ากระบวนการทางทะเบียนปกติเอื้ออำนวยให้กับประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวหรือไม่
ด้วยเหตุนี้หากปล่อยให้บังคับใช้กระบวนการเหล่านี้ในทางปฏิบัติ จะส่งผลให้เกิดการสิ้นสภาพของสมาชิกพรรคการเมืองเป็นจำนวนมาก ไม่ต่างอะไรกับการเซตซีโร่สมาชิกพรรคการเมืองซ่อนรูปไปโดยปริยาย
นอกเหนือไปจากข้อ 1 ของคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่เป็นปัญหาแล้ว ปรากฏว่าข้อ 8 ของคำสั่งดังกล่าวก็มีนัยทาง การเมืองที่เชื่อมโยงอย่างแนบแน่นเช่นกัน
การเปิดให้แม่น้ำ 4 สายประชุมกับพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองได้นั้น ย่อมหมายถึงการเปิดโอกาสของการเลื่อนการเลือกตั้งเช่นกัน เพราะต้องไม่ลืมว่าด้วยกติกาเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองที่ซับซ้อนมากขึ้น อาจเป็นผลให้พรรคการเมืองเล็กที่เข้าร่วมประชุมเรียกร้องกดดันให้ คสช.เลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน โดยอาศัยความไม่พร้อมของพรรคการเมืองเล็กที่มีจำนวนพรรคการเมืองมากกว่าพรรคการเมืองใหญ่
สถานการณ์เช่นนี้ คำสั่ง คสช.ที่อ้างว่าเป็นการปลดล็อกนั้นอาจไม่ได้เป็นการปลดล็อกอย่างที่ตัวเองคิดในทางกลับกันได้สร้างเงื่อนไขที่ซับซ้อนอันเป็นการไขกุญแจล็อกอีกชั้น เพื่อให้การเลือกตั้งต้องถูกทอดเวลาออกไปจนกว่าพรรคทหารจะมีความพร้อมแทน