ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/303979

ผนึกกำลัง3วัดดัง อนุรักษ์ศิลปหัตถกรรม
“ศิลปหัตถกรรม” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 อธิบายว่าหมายถึง “ศิลปวัตถุที่เป็นผลงานประเภทศิลปะประยุกต์ มีจุดประสงค์และความต้องการในด้านประโยชน์ใช้สอย เช่น งานโลหะ งานถักทอ งานเย็บปักถักร้อย” ในอดีตนั้นงานศิลปหัตถกรรม เป็นภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น มีทั้งความวิจิตรตระการตาซึ่งทรงคุณค่าควรค่าแก่การอนุรักษ์ เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป หัตถกรรมพื้นบ้านของไทยถูกนึกถึงเพียงในมุมของการใช้ประดับตกแต่ง แต่ไม่ค่อยเหมาะสมนักกับการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
ซึ่งก็มีความพยายามที่จะ “สืบสาน” ศิลปหัตถกรรมไทยไม่ให้สาบสูญไปตามกาลเวลา ผ่านการปรับปรุงพัฒนาให้สอดคล้องกับยุคสมัย ดังโครงการความร่วมมือระหว่างวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดราชประดิษฐ สถิตมหาสีมาราม และวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อร่วมกันสืบสาน พัฒนา ศิลปหัตถกรรม ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือเรียกย่อๆ ว่า “SACICT” เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีการดำเนินงานอนุรักษ์ ส่งเสริมพัฒนาต่อยอด และสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทย รวมทั้งส่งเสริมด้านการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อตอบสนองต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงภายใต้บริบทวัฒนธรรมร่วมสมัยและวัฒนธรรม สร้างสรรค์ข้ามแดนมาอย่างต่อเนื่อง ใน 5 มิติ

ได้แก่ 1.การเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้และอนุรักษ์สืบสานศิลปหัตถกรรมไทย (SACICT Knowledge) 2.การส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ (SACICT Concept) 3.การพัฒนาผู้ประกอบการและเชื่อมโยงกับหน่วยงานและเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ (SACICT Smart Craft) และ 6.การพัฒนาองค์กรเพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการดำเนินงานเพื่อเป็นการยกระดับองค์กรและการทำงานเชิงรุกมากขึ้น (SACICT Innovation)
โดยตลอดปี 2560 SACICT ได้เน้นภารกิจสำคัญภายใต้กลยุทธ์ “หัตถศิลป์ของชีวิตประจำวัน : Today Life’s Crafts” เพื่อเป็นการผลักดันให้งานศิลปหัตถกรรมไทยที่มีความร่วมสมัยเข้าสู่วิถีชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างกลมกลืน สร้างความคุ้นเคย ความน่าจดจำให้งานหัตถศิลป์ไทย และยังเป็นแรงบันดาลใจในการร่วมต่อยอดให้งานหัตถศิลป์ รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมไทย
เช่น การฟื้นฟูมรดกศิลป์ภูมิปัญญาที่ถูกลืม หรือ Revival of Forgotten Heritage เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสานและพัฒนางานศิลป์และผ้าพื้นเมืองที่กำลังจะสูญหายให้อยู่คู่คนไทยจากรุ่นสู่รุ่น การเพิ่มมูลค่าและพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ความเป็นสากลร่วมกับนักออกแบบและชุมชนหัตถศิลป์ ส่วนการดำเนินงานในปี 2561 นั้นจะมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อมโยงกลุ่มเครือข่ายหน่วยงานพันธมิตร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในงานหัตถศิลป์ เพื่อต่อยอดและผลักดันให้งานหัตถศิลป์ไทยได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง
ทำไมต้องเป็นวัด? คำถามนี้ นางอัมพวัน อธิบายว่า วัดคือศูนย์กลางขององค์ความรู้ในงานศิลปหัตถกรรมหลากหลายแขนงที่มาตั้งแต่ในอดีตกาล ซึ่งหัตถกรรมบางประเภทอาจสูญหายไปแล้ว หรือกำลังจะสูญหาย นอกเหนือจากจะหาชมได้ในพิพิธภัณฑ์แล้วก็ยังมีวัดที่ยังคงรักษาผลงานอันล้ำค่านั้นไว้อยู่ จึงประสานความร่วมมือจนเกิดเป็นข้อตกลงร่วมกันของวัดทั้ง 3 เพื่อร่วมอนุรักษ์และพัฒนางานศิลปหัตถกรรมให้เป็นที่รู้จักต่อสาธารณะ
“อีก 2 ปีข้างหน้า เรามุ่งหวังจะเป็นหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลางด้านงานหัตถศิลป์ในประเทศและภูมิภาค เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพราะเชื่อว่าคุณค่าและความงดงามของศิลปหัตถกรรมไทย สามารถประยุกต์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตได้เสมอ เพราะมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ภูมิปัญญาอันทรงคุณค่า ที่สามารถเพิ่มคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้กับงานศิลปหัตถกรรมไทย” ผอ.ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าว
SCOOP@NAEWNA.COM