ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/304945

เปิดสูตรลับสูตรโบราณ ‘ข้าวหลามบาซูก้า’ วัฒนธรรมพื้นบ้าน สร้างรายได้คนเบตง
วิทยาลัยชุมชนยะลา จัดโครงการส่งเสริมวัฒนธรรมชาวเบตง ทำ “ข้าวหลามบาซูก้า” พร้อมนำสูตรที่ชาวบ้านผลิตเอง ผสมกับสูตรโบราณ ร่วมสืบสานประเพณี พัฒนาสังคมสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
วันที่ 23 พฤศจิกายน คณาจารย์และเจ้าหน้าที่วิทยาลัยชุมชนยะลา ศูนย์อำเภอเบตง ได้เดินทางลงพื้นที่หมู่บ้านนาข่อย หมู่ 7 ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อร่วมกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมชาวเบตง การทำข้าวหลาม “บาซูก้า” ที่ได้ร่วมกับประชาชนในพื้นที่และหมู่บ้านใกล้เคียงจัดขึ้น เพื่อสานต่อประเพณีของชาวมุสลิมในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อสร้างความสุข ความรัก และความสามัคคีในชุมชนและใกล้เคียง โดยมีกลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนยะลา ศูนย์อำเภอเบตง และผู้นำศาสนาของหมู่บ้านนาข่อย มาร่วมกันทำข้าวหลาม บาซูก้า กันตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงเที่ยงวัน และผลัดกันดูไฟที่เผาข้าวหลามนานหลายชั่วโมง
โดยอาหารหลักแต่ละท้องถิ่นนั้น ก็แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมท้องถิ่น อย่างที่ จ.ปัตตานี ส่วนใหญ่จะทำขนม “ตุป๊ะ” ที่ใช้ใบกระพ้อห่อข้าวเหนียวเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วนำไปต้มหรือนึ่ง ไว้ทานกับแกงมัสมั่น เนื้อ ไก่ แล้วแต่จะชอบกัน
สำหรับชาวอำเภอเบตงนั้น มีความแตกต่างจากท้องถิ่นอื่นๆคือ ปูโล๊ะลือแม หรือ ข้าวหลามไผ่ตง หรือจะเรียกข้าวหลาม “บาซูก้า” ก็ไม่แปลก เพราะเป็นการหุงข้าวเหนียวจากไผ่ตง ที่ยาวกว่า 70 – 80 เซ็นติเมตร กระบอกเดียว ซึ่งทานได้ทั้งครอบครัว โดยมีกรรมวิธีการทำนั้นก็ไม่ง่ายนัก สำหรับมือใหม่ เพราะต้องอาศัยองค์ประกอบหลายๆอย่าง โดยกระบวนการแบ่งเป็นขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1.จะต้องคัดเลือกไม้ไผ่พันธุ์สมาเลียน ที่อยู่ในป่า ขนาดช่วงยาวพอเหมาะ ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 ซม. ตัดให้ค่อมระหว่างข้อ เพื่อเป็นก้นบ้อง แบบข้าวหลามทั่วไป ประมาณ 5 -9 ซม. แต่วัดตลอดบ้องให้ยาวประมาณ 70 – 80 ซม.โดยใช้เลื่อย เพื่อไม่ให้แตก
ขั้นตอนที่ 2.จากนั้นให้นำใบตองที่คัดไว้สอดเข้าไปในกระบอกเป็นลักษณะท่อซอง อย่าให้ใบตองพับเป็นเด็ดขาด และให้ตัวใบแนบผิวกระบอกไม้ไผ่มากที่สุด เพื่อไม่ให้ข้าวเหนียวติดกระบอกไม้ไผ่เมื่อสุก ทำให้ทานยาก และไม่เป็นแว่นกลมๆ
ขั้นตอนที่ 3.นำข้าวเหนียวที่ซาวด้วยน้ำเย็นจนสะอาด แล้วพึ่งให้แห้ง จากนั้น จึงนำไปกรอกใส่กระบอกไม้ไผ่จนเกือบเต็มกระบอก พึ่งไว้ 2 ซม. หรือถ้าชอบแบบมีไส้ ก็อาจจะใส่พวกธัญพืชเข้าไปด้วย เช่น ถั่วดำ งาดำ มันหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ก็ได้
ขั้นตอนที่ 4.กรอกกระทิที่คั้นไว้ มาเติมน้ำ เติมเกลือพอเค็ม เทใส่กระบอกจนท่วมข้าวเหนียว ดูสังเกตตรงปากกระบอก
ขั้นตอนที่ 5.จากนั้นจึงเอาข้าวหลามไปเผา โดยที่เผา จะทำเป็นลักษณะการปักหลักสองหลัก แล้วนำเหล็กมาพาดเป็นราว เพื่อใช้ย่างหรือเผากระบอกข้าวหลาม โดยสามารถเรียงกระบอกข้าวหลามเป็นแถวยาว ลักษณะพิงเอน
ขั้นตอนที่ 6.ก่อไฟให้ห่างจากกระบอกข้าวหลามประมาณ 30 ซม. พยายามควบคุมไฟให้คงที่ โดยเริ่มจากการตั้งกระบอกในแนวตั้งมากที่สุด จนกระทั่งข้าวหลามเริ่มเดือดได้ที่ จึงค่อยปรับให้ความชันของข้าวหลามน้อยลงเรื่อยๆ ประมาณ 2-3 ครั้ง จนกระทั่งสุกจะปรับอยู่ในระดับ 45 องศา เพราะส่วนหัวจะเป็นส่วนสุกหลังสุด ใช้เวลาในการเผาหรือย่างประมาณ 4-5 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ
เมื่อเสร็จแล้วสามารถนำไปประกอบเป็นอาหารเพื่อรัปทานนั้นก็ไม่ยาก เพราะหลังจากพึ่งให้แห้งแล้ว ก็นำข้าวหลามมาผ่า เวลาปลอกข้าวหลามจะหลุดออกมาเป็นทางยาว โดยมีใบตองสีเหลืองมัน ห่อโดยรอบ ใช้มีดเฉือดข้าวหลามแนวตัดเป็นแว่นๆ เพื่อให้ทานง่าย จะนำข้าวหลามไปทานแบบคาว โดยการนำไปจิ้มทานกับแกงมัสมั่น หรือแกงกระหรี่ ก็ได้ หรือถ้าชอบทานแบบหวานก็สามารถนำไปทานกับ นมข้นหวาน แยมผลไม้ สังขยา ครีมเนยสด หรือน้ำตาลก็ยังไหว
