‘ดิน’ เมนูตอบรับระบบนิเวศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 10 พ.ค. 2561 เวลา 17:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/550464

‘ดิน’ เมนูตอบรับระบบนิเวศ

เรื่อง สาโรจน์ มีวงษ์สม  ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกของธรรมชาติที่สมบูรณ์ โดยการจำลองระบบนิเวศด้วยหิ่งห้อย แมลงที่เสมือนเป็นตัวแทนวัดค่าความสมบูรณ์ของธรรมชาติ มาให้คนเมืองได้ชมแสงระยิบระยับตาไปพร้อมๆ กับการรับประทานอาหารอร่อยๆ ให้ได้สัมผัสทั้งรูป รส กลิ่น เสียง ในคราวเดียวกัน

วังหิ่งห้อย (Wang Hinghoi) คือร้านอาหารไทยสไตล์ไฟน์ ไดนิ่ง ที่ได้นำเสนอคอนเซ็ปต์ป่าและเมืองมาผสมผสานกัน ด้วยจำลองบรรยากาศของระบบนิเวศและความสมบูรณ์ของป่ามาไว้ในเมือง ผ่านการเล่าเรื่องของระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ทางร้านจึงนำหิ่งห้อยมานำเสนอ รวมถึงเล่าผ่านรสชาติของอาหารที่เน้นตามธาตุนั่นคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ โดยทางร้านจะเปิดให้บริการเพียง 18 เดือน ตามวงจรชีวิตของหิ่งห้อยนั่นเอง

ด้านอาหารทางร้านนำเสนอในรูปแบบของ Thai Inspired Cuisine โดยนำวัตถุดิบที่ใช้ในอาหารไทยมาทวิสต์ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น โดยหน้าตาของอาหารจะแตกต่างไปจากเดิม ทว่ายังคงรสชาติสูตรดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจ

ทุกเมนูของทางร้านจะผ่านการครีเอทโดย เชฟนิค-ณัฐพล ภวไพบูลย์ ที่สร้างสรรค์ตามแนวคิดธาตุแห่งชีวิต ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่นำมาใช้ออกแบบเมนูธีมธาตุตามช่วงเวลา เริ่มจากธาตุดินที่คัดสรรวัตถุดิบพืชผักและเนื้อสัตว์ออร์แกนิกที่มีความเกี่ยวข้องกับธาตุดินมาเป็นคอร์สเมนูให้ได้รับประทานกัน

“เพื่อสร้างความสมดุลให้กับธรรมชาติ เลยหยิบเอาประสบการณ์ของการกินมารวมอยู่ในอาหาร เลยแบ่งออกโดยยึดตามธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ

เราเริ่มต้นจากการเสิร์ฟด้วยธาตุดินซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของธรรมชาติ อย่างเมนูเราจะเสิร์ฟด้วยขอนไม้ ซึ่งดูเหมือนขอนไม้ที่ตายแล้วแต่กลับมีชีวิตอีกครั้งจากสีสันของอาหาร รวมถึงพืชผักเราจะใช้ตั้งแต่พืชใต้ดิน จนกระทั่งลำต้น ใบ ดอก และผล เป็นผลผลิตจากพื้นดิน ทำให้ได้ประสบการณ์การกินอาหารที่แตกต่างไปจากเดิม มันแปลกนะแต่ยังยืนอยู่บนวัตถุดิบของไทย เป็นการสร้างความสมดุล และประสบการณ์ใหม่ที่คุณจะได้พบเจอ”

เริ่มต้นจากการรองท้องเบาๆ กับ Pork Rib Satay หมูสะเต๊ะที่เสิร์ฟมาในรูปแบบของซี่โครงหมู ที่มีลักษณะเหมือนขอนไม้ อันเป็นที่อยู่ของเหล่าหิ่งห้อย หมักเครื่องเทศแล้วนำไปอบ 24 ชั่วโมง และนำมาย่างด้วยเตาถ่านหินลาวา เพื่อให้ได้กลิ่นหอม มาพร้อมซอสถั่วที่ปรุงรสชาติเหมือนน้ำจิ้มสะเต๊ะ และประดับจานด้วยแตงกวาที่ปรุงรสเหมือนน้ำอาจาด เครื่องจิ้มของหมูสะเต๊ะนั่นเอง

ต่อด้วยเมนู Savoury Sea Bass Cake แรงบันดาลใจมาจากห่อหมก ที่มีเครื่องสมุนไพรใต้ดิน อย่าง ขิง ข่า ตะไคร้ และใบผักโขมสีเขียวนำมาปั่นรวมกัน จากนำปลาซีบาสมาคลุกกับเครื่องเทศแล้วนำไปอบ แล้วเพิ่มกลิ่นหอมด้วยซอสที่ทำจากใบโหระพาทอด และใบมะกรูดทอดมาปั่นรวมกัน แล้วราดบนตัวปลาอีกที พร้อมเพิ่มความสนุกด้วยไข่กุ้ง กลายเป็นห่อหมกสีมรกตที่ให้รสชาติที่คุ้นเคย

สำหรับเมนูซุป ทางร้านเสิร์ฟ WHH Tom Yum Tiger Prawn แรงบันดาลใจมาจากต้มยำกุ้งเมนูยอดฮิต ซึ่งเลือกใช้กุ้งแม่น้ำลายเสือหมักกับเนยแล้วไปทอดบนกระทะที่ใช้ไฟอ่อนๆ ให้มีกลิ่นหอม ก่อนจะราดซุปต้มยำที่ได้จากการเคี่ยวเครื่องสมุนไพรไทย มันกุ้ง ปู เห็ด และมะเขือเทศเชอร์รี่ แล้วนำมาปั่นจนได้รสชาติเข้มข้นแบบไทยและกินได้ทุกอย่าง สร้างความละมุนได้ไม่น้อย

เพิ่มรสชาติกันแบบต่อเนื่องกับเมนูยำอย่าง Pomelo Garden หรือยำส้มโอที่เลือกใช้ส้มโอขาวแตงกวาจากชัยนาทที่มีจุดเด่นคือเปรี้ยวนำหวาน และทับทิมสยามที่มีสีสวยและให้รสชาติหวานนำ ตัดด้วยรสเปรี้ยวอมหวานของลูกพีช ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เพิ่มด้วยซอสบนจานที่สกัดจากผักผลไม้สด และเพิ่มเทกซ์เจอร์ด้วยไก่กรอบ จากนั้นท็อปบนด้วยหอมเจียว เรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

มาถึงเมนูจานหลักกับ Spicy Duck Confit เชฟได้แรงบันดาลใจมาจากแกงเผ็ดเป็ดย่างที่ทำออกมาในลักษณะของ Duck Confit นำขาเป็ดมาตุ๋น โดยใช้เทคนิกพิเศษ ตุ๋นเป็นระยะเวลานาน 12 ชั่วโมงจนเนื้อเป็ดแห้ง มีหนังกรอบนุ่มใน หอมกลิ่นสมุนไพรไทย ก่อนจะนำน้ำแกงเผ็ดเข้มข้นสูตรเฉพาะมาราด พร้อมตกแต่งจานด้วยผักออร์แกนิก

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานอย่าง Thai Charcoal Pudding หรือขนมเปียกปูน จานนี้ประยุกต์หน้าตาขนมให้มีลักษณะเหมือนดิน โดยปั้นขนมเปียกปูนเป็นก้อนกลมชุบด้วยไวท์ช็อกโกแลต ด้านล่างเพิ่มความกรุบกรอบด้วยครัมเบิลงาดำ งาขาวที่นำไปบดกับเนย แล้วตกแต่งด้วยเมล็ดทับทิม บลูเบอร์รี่ และผักออร์แกนิก ให้ดูคล้ายกับการจัดสวน

ที่ตั้ง สนามกอล์ฟ RCA Driving Range เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. โทร. 09-1979-6226

Leave a comment