ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/306583

‘หนอนตัวแบนนิวกินี’บุกไทย นักวิจัยแนะอย่าตื่นตระหนกยังไม่พบเป็นศัตรูพืช
1 ธ.ค. 2560 ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา เมธีวิจัยอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวในงานแถลงข่าว “หนอนตัวแบนนิวกินี : แนวทางการวิจัยเพื่อให้ความรู้แก่สังคม และเพื่อการควบคุมการระบาด” ณ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า หนอนตัวแบนนิวกินี (New Guinea Flatworm หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Platydamus Manokwari) ถูกค้นพบครั้งแรกที่เมือง Manokwari บนเกาะปาปัวตะวันตก ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2506 เป็นสัตว์ประเภทหนอนตัวแบน (Planaria) ลำตัวยาว 5-7 ซม. กว้าง 0.5 ซม. มีเส้นพาดลำตัวสีขาว หัวแหลม เคลื่อนที่รวดเร็ว และเป็นสัตว์ที่มีนิสัยก้าวร้าว
ศ.ดร.สมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า มี 2 ประเทศที่มีการนำเข้าหนอนตัวแบนนิวกินีโดยตั้งใจ คือญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ เนื่องจากหนอนชนิดดังกล่าวกินหอยทากเป็นอาหาร หลังเจอการระบาดของหอยทากแอฟริกา (Giant African Snails) ที่ก่อนหน้านั้นทหารญี่ปุ่นนำเข้าประเทศไปเป็นอาหารในกองทัพช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่กลับแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วพร้อมกัดกินพืชผลทางการเกษตรรวมถึงหอยชนิดต่างๆ ในท้องถิ่น จึงหวังว่าจะช่วยกำจัดหอยทากแอฟริกาได้ แต่ผลก็ไม่ต่างกัน คือหนอนตัวแบนนิวกินีแพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว พร้อมกับกินหนอนและหอยทากพื้นถิ่นเป็นอาหาร

ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา
“ทีมงานผมไปเก็บตัวอย่างที่ จ.ปทุมธานี เขาบอกว่าถ้าอยากได้เยอะๆ ต้องมาตอนกลางคืนเพราะมันจะออกมา ถ้ามีฝนหรือชื้นหน่อยๆ นี่ก็ออกมา ที่เห็นคือถ้าหอยมันเดินอยู่ หนอนจะไม่จู่โจมเท่าไร คือหนอนตัวแบนเวลาจะกินเหยื่อ มันจะมีท้องที่ปล่อยน้ำย่อยออกมาภายนอก เมื่อหอยหดตัวเข้าไปมันก็จะรุมกันปล่อยน้ำย่อย พอหอยตายมันก็จะมีท่อออกมาดูดเข้าไป ผมเลยเรียกมันว่าหนอนหมู่ หนอนหัวค้อน (Hammerhead Worms หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Bipalium sp.) ที่เป็นสัตว์ท้องถิ่นก็กินหอยกินไส้เดือนเหมือนกัน แต่ก้าวร้าวน้อยกว่า” ศ.ดร.สมศักดิ์ ระบุ
เมธีวิจัยอาวุโส สกว. กล่าวต่อไปว่า เบื้องต้นยืนยันจากการตรวจสอบ DNA แล้วพบว่าเป็นหนอนตัวแบนนิวกินีแน่นอน และขณะนี้ได้ร่วมมือกับทีมวิจัยจากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ทำการศึกษาเพิ่มเติม นอกจากนี้ เท่าที่ทราบคือในประเทศไทยค้นพบหนอนตัวแบนนิวกินีเฉพาะพื้นที่ที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ ยังไม่พบในพื้นที่อนุรักษ์ เช่น ตามอุทยานต่างๆ ซึงอาจเป็นเพราะชุมชนของมนุษย์มักมีหอยทากซึ่งเป็นแหล่งอาหารของหนอนดังกล่าวอยู่ แต่ไม่มีสัตว์อื่นที่เป็นผู้ล่าหนอนอยู่ด้วย
ข้อแตกต่างระหว่างหนอนตัวแบนนิวกินี กับหนอนชนิดอื่นๆ ที่หน้าตาคล้ายกันแต่เป็นสัตว์ในท้องถิ่นของไทย
ทั้งนี้ ศ.ดร.สมศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า เบื้องต้นยังไม่มีรายงานว่าหนอนตัวแบนนิวกินีส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรของไทย เพียงแต่คนอาจจะกลัวหรือตื่นตระหนกเพราะการสับมันให้เป็นชิ้นๆ นอกจากจะไม่สามารถฆ่ามันได้แล้วยังกลายเป็นการแบ่งตัวให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นได้ด้วย ดังนั้นมันอาจจะติดไปกับผักแล้วเผลอบริโภคเข้าไป ส่วนเรื่องที่ว่าหนอนตัวแบนนิวกินีจะเป็นพาหะนำโรคภัยไข้เจ็บอะไรหรือไม่นั้นต้องทำการศึกษากันต่อไป
“แนวทางการปฏิบัติคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง แต่จริงๆ การจะได้สัมผัสโดยตรงมันก็ยากถ้าไม่ไปลงพื้นที่กันตอนมืดๆ สิ่งที่แนะนำคือให้ใช้เกลือโรยหรือใช้น้ำร้อนราด ห้ามสับหรือทุบ 2 อาทิตย์ผ่านไปมันยังมีชีวิตอยู่เลย แต่เอาเกลือโรยก็ต้องระวังอีก เพราะหอยทากก็ไม่ถูกกับเกลือเช่นกัน โดนเกลือก็ตายได้” ศ.ดร.สมศักดิ์ กล่าว

