ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/306693

‘เซา เปาโล’ เม็ดเงินนักลงทุนกับสิทธิคนจนในเมือง
2 ธ.ค. 2560 เว็บไซต์ นสพ.The Guardian ของอังกฤษ เผยแพร่รายงานพิเศษ “Sao Paulo ‘exclusively for business, by business’ at expense of urban poor” (เซา เปาโล “เอกสิทธิ์เฉพาะนักธุรกิจ” กับราคาที่ต้องจ่ายของคนจนเมือง) เมื่อ 1 ธ.ค. 2560 ตามเวลาท้องถิ่น โดยระบุว่า ขณะนี้ ที่เมืองเซา เปาโล ประเทศบราซิล มีความขัดแย้งระหว่างคณะผู้บริหารเมืองที่ต้องการพัฒนาเมืองให้เอื้อต่อนักลงทุน กับประชาชนจำนวนมากที่มีฐานะยากจน
Raquel Rolnik อดีตเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์องค์การสหประชาชาติ (UN) วิพากษ์วิจารณ์แผนพัฒนาดังกล่าวว่า ยิ่งตอกลิ่มสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำและการกีดกันคนจนในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของบราซิลให้รุนแรงขึ้น โดยเธอบอกว่า วันนี้ย่านคนจนไม่ได้มีแต่แถบชานเมือง แต่ยังมีคนกลุ่มดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ใจกลางเมืองด้วย แต่พวกเขานั้น ไม่ถูกมองเห็น และเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในสถานะเปราะบางมาก
รายงานจาก The Guardian ระบุว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาประชาชนนับพันได้บุกเข้าไปยึดครองอาคารว่างเปล่าหลายแห่งในย่านใจกลางเมือง โดยมีทั้งผู้ประท้วงเรียกร้องการจัดหาที่อยู่อาศัยราคาไม่แพง และทั้งผู้ที่ไม่มีทางเลือกอื่นๆ ซึ่งสิทธิในการมีที่อยู่อาศัยนั้นถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญบราซิล แม้ว่าจะไม่ค่อยได้รับความเคารพเท่าใดนักก็ตาม ขณะที่ Rolnik ยังกล่าวถึง Joao Doria นายกเทศมนตรีเมืองเซา เปาโล ด้วยว่า เห็นเมืองเป็นเพียงสถานที่แสวงหาผลกำไร โดยไม่คำนึงถึงความเป็นไปได้ในการอยู่อาศัยของผู้คน
นาย Ze Celso ผู้ก่อตั้งโรงละครที่มีชื่อเสียง Teatro Oficina กล่าวต่อหน้าชาวเมืองเซา เปาโล ประมาณ 200 คน ว่าวันนี้ทุกหน่วยงานในเมืองถูกภาคเอกชนครอบงำไปหมด และพวกเขาไม่เห็นประชาชนอยู่ในสายตา เห็นแต่ตัวเลข (ทางเศรษฐกิจ) เท่านั้น และได้รับเสียงปรบมือจากผู้ที่มาฟังการปราศรัยของเขา ท่ามกลางกระแสข่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ทางเทศบาลอาจจะอนุมัติให้ทำการพัฒนาพื้นที่โดยรอบในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (4 ธ.ค. 2560)
ขณะที่สถาบันทางวัฒนธรรมของเมืองอย่าง Teatro Oficina และ groundswell ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในเมืองเพื่อปกป้องสถานที่ดังกล่าว อันเป็นเครื่องยืนยันว่า เมืองจะต้องเป็นพื้นที่ของทุกคน ไม่ใช่เฉพาะนักลงทุนเท่านั้น ส่วน Rolnik เธอกล่าวย้ำว่า นโยบายของเทศบาลเมืองเซา เปาโล กำลังทำในสิ่งตรงกันข้ามด้วยการป่าวประกาศว่า เมืองนี้เหมาะสำหรับการทำธุรกิจ พยายามชูจุดขายความเป็นเมืองหลวงสากล ชี้ชวนให้มาลงทุนที่นี่เพราะยังมีพื้นที่ว่างๆ อีกมาก ทั้งๆ ที่เมืองไม่ได้ว่างเปล่า แต่เต็มไปด้วยคนที่อยู่อาศัยมากมาย
ไม่ต่างจาก Guilherme Boulos ผู้ประสานงานเครือข่ายนักเคลื่อนไหวประเด็นคนไร้บ้านในบราซิล กล่าวว่า ผู้คนกำลังถูกผลักให้ออกไปอยู่ไกลจากย่านใจกลางเมือง เช่นกลุ่มคนที่รู้จักกันในชื่อ “Povos Sem Medo” วันนี้ได้กระจายกันกันกางเต็นท์อยู่อาศัยกว่า 8,000 หลัง ในเขต Sao Bernardo do Campo district ซึ่งเป็นพื้นที่ทางใต้ของเมืองเซา เปาโล โดยการขยายตัวนั้น หมายถึงการขับไล่คนจน ที่พวกเขาต้องอยู่ด้วยความหวาดกลัว
นาย Boulos กล่าวว่า การเข้าไปยึดครองอาคารในพื้นที่ใจกลางเมืองคือรูปแบบหนึ่งของการประท้วงกฎหมายที่ทำให้คนจนไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ใจกลางเมืองได้ โดยถือเป็นทางเลือกในท้ายที่สุดหากพวกเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมในหนทางอื่นๆ ทว่าสำหรับปรากฏการณ์ในบราซิล คนเหล่านี้ไม่มีทางเลือกและพวกเขาไม่มีหนทางใดๆ แล้ว ทั้งนี้ ยังมีเครือข่ายคนไร้บ้านอีกกว่า 80 กลุ่ม แต่ส่วนใหญ่นั้น อาศัยอยู่บนท้องถนน
จากการสำรวจสำมะโนประชากรในปี 2558 พบตัวเลขประชาชนที่มีปัญหาด้านที่อยู่อาศัยราว 15,000 คน แต่ปัจจุบันคาดว่า น่าจะใกล้ถึง 20,000 คน ซึ่งอาจถือเป็นสถานการณ์เลวร้ายที่สุดของเมือง โดยนาย Boulos ยังกล่าวอีกว่า การบุกเข้าไปยึดครองพื้นที่ใจกลางเมือง ทำให้เกิดการจัดกิจกรรมด้านบริการและด้านวัฒนธรรม อย่างน้อยๆ ก็เป็นการรักษาชุมชนที่กำลังจะถูกทำลายด้วยการพัฒนาและจัดสรรพื้นที่ ทั้งนี้การประท้วงเป็นมากกว่าแค่การเรียกร้องที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นการยืนยันความมีตัวตนและความสามัคคีของชุมชนด้วย
หมายเหตุ : เรียบเรียงจาก www.theguardian.com