ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/306134

เป็น’มะเร็ง’อย่ากลัว แม่ชีศันสนีย์เผยเคล็ด’ธรรมชาติ’ช่วยบำบัด
แม่ชีศันสนีย์ แห่งเสถียรธรรมสถาน เผยป่วยเป็นมะเร็งจริง แต่ได้รับการรักษากับแพทย์ศิริราชควบคู่กับธรรมชาติบำบัด จนผลการรักษาดีขึ้นมาก แนะอย่าเครียด เผยเตรียมทำหนังสือเป็นวิทยาทาน
29 พ.ย.60 หลังจากที่เพจเฟซบุ๊ก “เสถียรธรรมสถาน Sathira Dhammasathan” ได้โพสต์แจ้งข่าวเมื่อวานนี้ (28 พ.ย.60) ว่า แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ป่วยเป็นมะเร็งที่กระเพาะอาหาร หลังจากการตรวจ แม่ชีศันสนีย์ ได้รักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด โดยปฏิเสธการคีโมและผ่าตัด
ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต เปิดแถลงข่าวถึงอาการป่วยที่เสถียรธรรมสถาน โดยมีสื่อมวลชน และศิษยานุศิษย์เดินทางมาเป็นจำนวนมาก
แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แถลงว่า ตนเองรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา และเจ็บช่องท้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังกลับจากงานที่จังหวัดเพชรบุรี จึงได้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งแพทย์ พบว่า เนื้อร้ายแพร่กระจายจำนวนมาก และพบก้อนเนื้อใหญ่ 2 ก้อน ขนาด 10 เซนติเมตร เบียดถุงน้ำดี ซึ่งเชื่อว่าเป็นมานานแล้ว และน่าจะระยะสุดท้าย ซึ่งแพทย์ไม่แนะนำให้ผ่าตัด แต่ให้ใช้วิธีรับการรักษาเช่นเดียวกับมะเร็งในเม็ดเลือดขาว
ทั้งนี้ หลังกลับจากพบแพทย์ ตนเองได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน การกินอยู่ การหลับนอนทุกอย่าง ก่อนหน้านี้ ใน 1 วันตนเองทานอาหารมื้อเดียว เพราะมีภารกิจมาก จึงหันมาดูแลตัวเอง โดยใช้วิธีธรรมชาติบำบัดควบคู่กันไป ทานผลไม้ ปรากฏว่า 1 เดือน น้ำหนักตัวลดลงไปกว่า 10 กิโลกรัม ซึ่งเป็นผลดีต่อตัวเอง เซลล์สร้างใหม่อย่างรวดเร็ว และเดือนมิถุนายนได้ไปตรวจอีกครั้ง ปรากฏว่าดีขึ้นมาก เวลาสองทุ่ม ต้องบังคับตัวเองให้หลับนอน ภาวนาไปเรื่อยๆ เพื่อให้เยียวยาร่างกาย ตั้งแต่ 2 ทุ่ม ถึง 4 ทุ่ม จึงจะหลับ
แม่ชีศันสนีย์ กล่าวอีกว่า จากก้อนเนื้อที่มีขนาด 10 เซนติเมตร พบเหลือ 3 เซนติเมตร และจาก 3 เซนติเมตรลดเหลือ 1 เซนติเมตร ในระยะเวลาเพียง 5 เดือน ล่าสุดหมอบอกว่า หลังจากทำเพทพีทีสแกน หรือ PET/CT Scan เพื่อตรวจหาก้อนเนื้อมะเร็งแล้วปรากฏว่า มันเล็กจนไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้อีก (non-active) ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าสนใจมาก ที่วิทยาศาสตร์และจิตบำบัดมาใช้รักษาร่วมกันจนเป็นผลที่น่าพอใจ
แม่ชีศันสนีย์ ระบุว่า สัปดาห์แรกตนเองต้องนอนพักติดเตียง เพื่อไม่ให้เลือดไหล หลังจากนั้น มาปรับการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ซึ่งก็เลือกที่จะทำงานเหมือนเป็นปกติ แต่เมื่อถึงเวลาพักผ่อนและกินอาหาร ก็ต้องทำให้ตรงเวลา และใครที่ทราบว่า ป่วยเป็นมะเร็งนั้น อย่าได้ไปกลัว ขอให้มีสติเพื่อใช้ชีวิตอย่างปกติ ที่สำคัญต้องคุยกับตัวเอง หรือภาวนาจิต ปรับสภาพการทำงานการกินอยู่ เพราะมะเร็งไม่ใช่เรื่องของกรรมเก่า แต่เป็นเรื่องของพฤติกรรมการใช้ชีวิต
“มะเร็ง คือโรคของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ อย่าไปกลัว เครียด คนรอบข้างก็เช่นกัน ต้องปรับเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้หมด เราควรจะคุยกับร่างกายให้มากกว่าส่งไลน์คุยกับคนอื่น”
ทั้งนี้ แม่ชีศันสนีย์ ระบุว่า ขณะนี้ ตนเองเก็บบันทึกการพูดคุยกับร่างกาย คุยกับแพทย์ โดยจะรวบรวมไว้เพื่อจะทำเป็นหนังสือไปให้ผู้ที่เป็นมะเร็ง ได้เป็นกำลังใจอีกทาง ซึ่งคาดว่า คงจะเป็นต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561
