ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/306459

โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ภาวะเร่งด่วนต้องรีบรักษา
กรมการแพทย์ เตือนเจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง เหนื่อย จุกใต้ลิ้นปี่ รีบพบแพทย์ เสี่ยงเสียชีวิตด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
1 ธ.ค.60 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเป็นโรคที่เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งในประเทศไทยพบว่าประมาณ 45% ของการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันเกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นผลมาจากหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดอันตรายรุนแรง จากที่มีการขาดเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ
ทั้งนี้ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เกิดขึ้นได้ทั้งขณะทำงาน เล่นกีฬา หรือขณะพักผ่อน เนื่องจากมีภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง และมีรอยปริของผนังหลอดเลือด ทำให้มีลิ่มเลือดและไขมันมาเกาะที่ผนัง และก่อตัวเป็นตะกรันเกิดการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตเฉียบพลันได้

อาการและสัญญาเตือนของโรค ผู้ป่วยจะมีอาการแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง มีเหงื่อออก ปวดร้าวไปกรามสะบักหลังแขนซ้าย หอบเหนื่อย ใจสั่น จุกบริเวณคอหอย บางรายอาจมีอาการจุกบริเวณใต้ลิ้นปี่คล้ายโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน
เมื่อเกิดภาวะเหล่านี้ผู้ป่วยต้องรีบเดินทางมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยหาแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งจากข้อมูลของประเทศไทยพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มาเข้ารับการรักษาล่าช้าทำให้เสียชีวิตหรือมีภาวะหัวใจล้มเหลวตามมา
ส่วน พญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการวินิจฉัยของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แพทย์จะซักประวัติ อาการ และทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หากพบว่ามีอาการเข้าได้กับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ แพทย์จะรีบทำการรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้องอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วยให้ปลอดภัย ด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนใส่ขดลวดค้ำยัน

สำหรับการป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ผู้ป่วยต้องรู้จักดูแลตนเองไม่ให้เกิดภาวะอ้วนลงพุง ควบคุมน้ำตาลในเลือด ควบคุมความดันโลหิต ควบคุมไขมันในเลือด งดสูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน และเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผัก และผลไม้ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ