ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/338882
นิกร แนะ กกต.-สามมิตร อย่าลักลั่น รอคสช.คลายล๊อค
นิกร แนะ กกต.-สามมิตร เบาๆกันลงหน่อย อย่าลักลั่น รอคสช.คลายล๊อค
นิกร แนะ กกต.-สามมิตร เบาๆกันลงหน่อย อย่าลักลั่น รอคสช.คลายล๊อค จะได้เสมอกัน หวั่น ถ้าฝืน ไม่เป็นผลดีแก่ทุกฝ่าย หนุน กกต.ขอใช้ม.44 แบ่งเขตเลือกตั้ง ชี้ ปม ผู้ตรวจการเลือกตั้ง กระทบลต.แน่ -ปัญหาพุ่งไปหาคสช.
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จะตรวจสอบกรณีกลุ่มการเมือง เช่นกลุ่มสามมิตร หรือพรรคการเมือง เดินสายพบปะประชาชนในพื้นที่ต่างๆเป็นการกระทำนั้นผิดพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ ว่า เรื่องดังกล่าว เป็นหน้าที่ของกกต. แต่ก็เหมือนกกต. ตกเป็นหนังหน้าไฟ จะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ อย่างไรก็ตามจะต้องมองข้อกฎหมายเรื่องนี้เป็นสองอย่าง สำหรับกฎหมาย พรรคการเมือง กลุ่มการเมืองที่ยังไม่เป็นพรรคการเมืองอาจจะไม่ผิด แต่ถ้าเป็นพรรคการเมืองคงมีปัญหา ทั้งนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็มีปัญหานั้นคือขัดต่อคำสั่งคสช.ที่57 ที่สั่งไม่ให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองใดๆเกิน5คน ในขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยระบุว่าการไปทาบทามสมาชิกนั้นถือว่าไม่เป็นไร ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและตีความยาก จึง กลายเป็นว่ากกต.เป็นหนังหน้าไฟไป ตกอยู่ในสภาวะที่อยู่ยาก ไม่ทำอะไรก็ไม่ได้ ทำก็อาจจะมีปัญหาได้แล้วยังอยู่ในช่วงท้ายที่กำลังจะหมดวาระ ก็น่าเห็นใจ
“เพราะถ้ากกต.ไม่ทำอะไรเลยปัญหาก็จะไหลไปที่คสช. ผมมองว่าเป็นการปรามมากกว่า แต่ถ้ายังฝืนทำกันต่อไปจะเป็นปัญหาทั้งองค์รวมในอนาคต ไม่เป็นผลดีแก่ทุกฝ่าย ดังนั้นอีกไม่กี่วันก็จะได้คลายล็อคกันแล้ว เพื่อให้ไปต่อกันได้ ดังนั้นผมคิดว่าก็น่าจะเบาๆลงกันหน่อยก็ดีเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นกลายเป็นว่าอีกข้างทำได้ อีกข้างทำไม่ได้ มันจะลักลั่นกัน คงไม่ดีต่อทุกๆคน รอให้เขาคลายล็อคแล้วทุกๆคนก็ดำเนินการกันไปอย่างเสมอกัน”
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กกต. ต้องการขอใช้ม.44 แบ่งเขตเลือกตั้ง นายนิกร กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องการกำหนดเขตเลือกตั้งนั้นเป็นปัญหา เนื่องจากไปผูกกันหมดทั้งเขตเลือกตั้ง เรื่องตัวแทนประจำจังหวัด เพราะหากไม่มีเขตเลือกตั้งจะเริ่มทำอะไรไม่ได้ ทั้งนี้ผู้กับสองเรื่องคือต้องมีกฤษฎีกา และในการทำจะต้องให้ประชาชนหรือพรรคการเมืองให้ความเห็น แต่ถ้าให้ความเห็นก็จะกลายเป็นกิจกรรมทางการเมืองซึ่งจะขัดกับคำสั่งคสช. ดังนั้น หากไม่ใช้ม.44 กกต.ก็จะไม่มีสิทธิทำอะไรได้ ทั้งนี้ ผู้รับฟังความเห็นในระดับจังหวัดคือผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งถ้าไม่มีตรงนี้ตรงนั้นก็ทำไม่ได้ เพราะกกต.ส่วนกลางลงไปทำก็ไม่ได้ จึงเป็นเหตุให้กกต. ต้องไปตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาก่อน เพื่อรอดำเนินการเรื่องนี้ ดังนั้นจุดนี้อาจจะทำให้การเลือกตั้งมีปัญหายืดเยื้อออกไป
“ ส่วนเรื่องการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบและธรรมนูญว่าด้วยกกต.ในส่วนผู้ตรวจการเลือกตั้งนั้น เขาอาจคิดกันว่าเป็นเรื่องง่ายแต่ในความจริงนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นการแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วที่พูดกันว่าไม่กระทบการเลือกตั้งนั้นจะไม่กระทบได้อย่างไรต้องกระทบแน่นอน กระทบโดยตรงและกระทบต่อผู้มีอำนาจอยู่ในขณะนี้คือพุ่งไปหาคสช. ผมถึงได้บอกว่ามันจะเสียไม่คุ้มได้ เรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นผูกโยงกันไปหมด”
