ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/307522

พบโลมาสีชมพูตายเกยหาดละแม คาดถูกของแข็งบาดหางเจ็บ-พายุพัดหลงทาง
7 ธ.ค.60 ที่บ้านแหลมสันติ หมุ่ที่ 5 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร นายสุพัชรพงศ์ วรประดิษฐ์ นายอำเภอละแม พร้อมนส.ราตรี จันทรัตน์ ประมง อ.ละแม เดินทางไปตรวจสอบ ซากโลมาขนาดใหญ่ที่ลอยมาเกยตื้นติดริมหาดละแม ตามที่นายเริงศักดิ์ รัตนนิพนธ์ ผช.ผญบ.และ นายสุชาติ แสงอรุณ ผญบ.หมู่ที่ 5 ได้ช่วยกันออกไปนำเข้ามาจากในท้องทะเล ที่โลมาลอยมาเกยตื้น
บริเวณหาดละแม หน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตชุมพร พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังช่วยกัน พลิกร่างของสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ เข้าไปตรวจสอบพบว่า เป็นโลมาอิรวดี หรือ โลมาสีชมพู เสียชีวิต ในสภาพพึ่งตายไม่นานนัก นส.ราตรี ทำการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เป็นโลมาอิรวดีเพศผู้ อายุ ราว 15-20 ปี ลำตัวยาว 2.2 เมตร น้ำหนักประมาณ 100 กม. ผิวสีชมพูสวยงามมาก พบว่า ที่ปลายโคนหาง มีบาดแผลขนาดใหญ่ ยาวร่วม 15 ซม.กว้างประมาณ 10 ซม.จนใส้ทะลักออกมา ส่วนอื่นไม่มีร่องรอยบาดแผลแต่อย่างใด จึงสรุปสาเหตุการตายว่า น่าจะกระทบกับของแข็งในขณะที่กำลังอยู่ในทะเล อาจจะเป็นใบพัดเรือ หรือโขดหินที่แหลมคม จนทำให้ส่วนหางไม่สามารถใช้การได้ ทำให้โลมาหลงทาง ประกอบกับ ถูกพายุแรงที่กำลังพัดถาโถมในขณะนี้ จนเสียชีวิตแล้วลอยมาเกยตื้นหน้าอ่าวละแม
นายเริงศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงเที่ยงพบเห็นว่า มีปลาขนาดใหญ่กำลังเกยตื้น จึงรีบนำเรือออกไปตรวจสอบพบเป็นโลมาอิรวดี ที่ไม่เคยพบเห็นในทะเลชุมพร พร้อมกับ นายสุชาติ ผญบ. ช่วยกันใช้เชือกมัดลากเข้ามายังฝั่งแล้วแจ้งนายอำเภอและประมงอำเภอให้ออกมาตรวจสอบ นางสาวราตรี ประมง อำเภอละแม กล่าวว่า “โลมาสีชมพู เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธ์ เหลือไม่กี่ตัวในทะเลไทย ปกติ จะไม่พบในทะเลชุมพร แต่จะอยู่ แถวทะเลสงขลาลงไป คาดว่า เมื่อได้รับบาดเจ็บคงหลงทาง อายุขนาดนี้ถือว่าน่าเสียดายเพราะ กำลังอยู่ในวัยเจริญพันธ์ จะได้ นำซากส่งศูนย์วิจัยประมงทะเล ภาคใต้ตอนบนต่อไป”
