ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/likesara/307438

วันนี้ที่รอคอย!นักบินหญิงทอ.พร้อมทะยานฟ้า
หาใช่เพียงชายอกสามศอกเท่านั้น ที่มีสิทธิ์สวมเครื่องแบบทหารนำเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า
“หมวดนกยูง” เรืออากาศโทหญิงกานต์ชนก จรรยารักษ์ “หมวดน้ำตาล” เรืออากาศโทหญิง ชนากานต์ สอนจ้าน และ เรืออากาศโทหญิงหญิง พีรศรี จักรไพศาล หรือ “หมวดพีร์” คือ 3 วีรสตรีที่จะได้ทำหน้าที่เทียบเคียงบุรุษ ในการเป็นนักบินของกองทัพอากาศ หลังจากที่พวกเธอได้รับการคัดเลือกจากนายทหารสัญญาบัตรหญิง สังกัดกองทัพอากาศ บรรจุเป็นศิษย์การบินฝ่ายยุทธการ ฝูงบิน 604 กองบิน 6 เข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตรศิษย์การบิน ใช้ระยะเวลาฝึกอบรมในการศึกษาภาควิชาการ การฝึกบินชั้นประถมและการฝึกบินชั้นมัธยม ตั้งแต่ 20 กรกฎาคม 2559-6 ตุลาคม 2560 เป็นเวลา 1 ปี 3 เดือน
กระทั่งความฝันเป็นจริง พวกเธอผ่านหลักสูตรดังกล่าว และได้เข้าพิธีประดับเครื่องหมายความสามารถในการบิน กองทัพอากาศ และมอบประกาศนียบัตรนักบินประจำกองแก่ศิษย์การบิน นายทหารสัญญาบัตร รุ่นที่ 139-59-1 จำนวน 32 คน และศิษย์การบินหญิง กองทัพอากาศ ประจำปี 2559 ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560

“หมวดนกยูง”เรืออากาศโทหญิงกานต์ชนก จรรยารักษ์ กล่าวว่า ตอนนี้ทำการฝึกกับเครื่องบินแบบ 16 ก หรือ CHICKEN จบแล้ว ใช้เวลาร่วม 200 ชม. ซึ่งคำสั่งเพิ่งออกมาวันนี้ ยอมรับว่ากว่าจะมาถึงตรงนี้ประสบอุปสรรคพอสมควร เพราะเป็นเรื่องใหม่ ทั้งเรื่องการบินด้านต่างๆ อ่านหนังสือเพิ่มขึ้น ฝึกความพร้อมของร่างกาย เพื่อให้ทำการบินได้สมบูรณ์ แต่ทุกอย่างก็ผ่านมาได้ ทั้งนี้ ช่วงแรกๆ ยอมรับว่าท้อแท้บ้าง แต่พอปรับตัวได้ทุกอย่างก็ดีขึ้น มีการประคับประคองช่วยเหลือกันมาตลอด จนผ่านไปได้ทั้ง 3 คน และต่อจากนี้ เตรียมจะฝึกกับเครื่องบินลำเลียง C-130 ประจำฝูงบิน 601 ต่อไป
“หมวดนกยูง” บอกด้วยว่า นอกจากนี้ ต้องฝึกนักบินพร้อมรบเหมือน “หมวดพิซซ่า” เรืออากาศตรีหญิง ชลนิศา สุภาวรรณพงศ์ กับ “หมวดไอร์” เรืออากาศตรีหญิง สิรีธร ลาวัณย์เสถียร โดยขณะนี้เราได้ทบทวนความรู้พื้นฐาน และสิ่งต่างๆ ที่ต้องไปเจอ อย่างการบินเครื่อง C-130 เป็นเครื่องยนต์ 4 เครื่องยนต์ แต่เครื่องบินแบบ 16 ก หรือ CHICKEN เป็นเครื่องยนต์เดียว
“เราเตือนตัวเองว่าต้องมีความพยายามเพิ่มขึ้น เพราะสิ่งที่ต้องเจอข้างหน้ามีความยากแน่นอน โดยพิชซ่ากับไอร์บอกให้เตรียมตัวเยอะๆ เตรียมร่างกายให้พร้อม อ่านหนังสือทบทวนสิ่งที่ได้เรียนมา ส่วนนักบินหญิงรุ่นที่ 2 อีก 2 คนขณะนี้ ผ่านกระบวนการต่างๆ และผ่านการฝึกดำรงชีพในป่ามาแล้ว อีกคนที่มาจากพลเรือน กำลังเข้าสู่กระบวนการฝึกผู้หมวด ส่วนอีกคนมาจากทหารอากาศกำลังเรียนภาคพื้นการบิน” ร.ท.กานต์ชนก กล่าว

สำหรับ “หมวดนกยูง” เรืออากาศโทหญิงกานต์ชนก จรรยารักษ์ “หมวดน้ำตาล” เรืออากาศโทหญิง ชนากานต์ สอนจ้าน และ “หมวดพีร์” เรืออากาศโทหญิงหญิง พีรศรี จักรไพศาล หรือ เป็นนักบินหญิงรุ่นที่ 1 เช่นเดียวกับ “หมวดพิซซ่า” เรืออากาศตรีหญิง ชลนิศา สุภาวรรณพงศ์ กับ “หมวดไอร์” เรืออากาศตรีหญิง สิรีธร ลาวัณย์เสถียร ที่เพิ่งจบการฝึกนักบินพร้อมรบไปแล้ว และขณะนี้กองทัพอากาศอยู่ระหว่างการฝึกนักบินหญิงอีก 2 คน มาจาก พลเรือน 1 คน และ กำลังพลของกองทัพอากาศ 1 คน
ทั้งนี้ ขออธิบายเพิ่มเติมว่า ในการฝึกหลักสูตรดังกล่าว ได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ เรียนการบินมา มีใบอนุญาต นักบินพาณิชย์ตรี CPL แล้ว ได้แก่ “หมวดพิซซ่า”เรืออากาศตรีหญิง ชลนิศา สุภาวรรณพงศ์ และ “หมวดไอร์” เรืออากาศตรีหญิง สิรีธร ลาวัณย์เสถียร ซึ่งจบการบิน มาแล้ว จึงจบหลักสูตรก่อน แต่ก็ต้องไปฝึก หลักสูตรผู้หมวด ของ ทอ. เพื่อมาเป็นนายทหาร
ส่วนอีก 3 คน คือ “หมวดนกยูง” เรืออากาศโทหญิง กานต์ชนก จรรยารักษ์ “หมวดพีร์” เรืออากาศโทหญิงพีรศรี จักรไพศาล และ “หมวดน้ำตาล” เรืออากาศโทหญิงชนากานต์ สอนจ้าน เป็นทหารอากาศ ไม่เคยเรียนการบินมาก่อน ก็ต้องมาเรียนใหม่ และใช้เวลาเรียนนานกว่า คนที่มีใบ CPL แล้ว และเพิ่งจบ

ขณะที่ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ระบุว่า การที่จะเป็นนักบินประจำกองได้ต้องผ่านการฝึกหนัก การทำการบินไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องเอาใจใส่ตัวเองและผ่านการฝึกฝน โดยเฉพาะการอ่านหนังสือ สภาพร่างกายต้องพร้อมและผ่านการทดสอบให้ได้ จากนั้นจะบรรจุตามกรม กอง ต่างๆ ของกองทัพอากาศเพื่อปฏิบัติภารกิจต่อไป ตนมีความภาคภูมิใจทุกคนที่ผ่านการเรียนมาได้ ถือว่าเป็นหลักสูตรที่สำคัญ เพื่อผลิตบุคลากรที่ทรงคุณค่าของกองทัพอากาศ ส่วนการต่อยอดนักบินหญิงรุ่นต่อไป จะทำต่อเนื่องไปอีกประมาณ 3-4 รุ่นเพื่อดูความเหมาะสมอีกครั้ง
“นักบินหญิงทุกคนมีความตั้งใจมาก ซึ่งจากนี้ในรุ่นต่อไปจะมีบักบินหญิงที่จบหลักสูตรอีก2 คน ตนเชื่อว่านักบินหญิงมีความมุ่งมั่นสูง น่าจะไม่แพ้กับนักบินชาย” ผบ.ทอ.กล่าว
สำหรับผู้ที่คิดริเริ่มให้มีนักบินหญิงกองทัพอากาศ คือ พล.อ.ตรีทศ สนแจ้ง อดีต ผบ.ทอ.ซึ่งเป็นความคิดที่เกิดขึ้นภายหลังกองทัพอากาศประสบปัญหาขาดแคลนนักบินลำเลียง เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินของประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้กองทัพอากาศสูญเสียนักบินเครื่องบินลำเลียงให้กับภาคอุตสาหกรรมการบินอย่างต่อเนื่อง

ส่วนการเปิดรับสมัคร นักบินหญิงรุ่น 2 ของกองทัพอากาศ ปรากฎว่ามีผู้สมัครน้อย เพราะการมาเป็นนักบิน ทอ.จะมีอัตราเงินเดือนที่ต่ำกว่า นักบินพาณิชย์มาก อีกทั้ง คนที่เรียนการบินมา ก็ลงทุนไปเป็นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ถือเป็นเรื่องที่น่าติดตามสำหรับอนาคตของนักบินสาวชุดประวัติศาสตร์ของกองทัพอากาศชุดนี้ว่า จะเป็นอย่างไรต่อไป รวมทั้งชุดอื่นๆ ที่จะเข้ารับการฝึกอบรมตามมา แต่ที่แน่ๆ สิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นได้ก็คือ ความพยายาม มุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเทจริงจัง จะส่งให้คนเราไปถึงสิ่งที่ตั้งใจได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ทอ.ประดับเครื่องหมาย3นักบินหญิงรุ่นแรก
